พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เปิดเผยภาย หลังการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต. ครั้งที่ 1/2566 ว่า ในที่ประชุมวันนี้ มีการพิจารณาเห็นชอบเรื่องแผน พัฒนายกระดับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ เช็กสภาพส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. เป็นเจ้าภาพ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องทำให้เจ้าหน้าที่นั้นมีความเข้าใจ ในการทำงานและสร้างความเข้าใจกับประชาชน ขณะเดียวกันก็มี การเห็นชอบงบประมาณ สนับสนุนชุดคุ้มครองตำบล ซึ่งเป็นมิติของการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย
ส่วนในช่วงเดือนรอมฎอน ที่มักเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงช่วงใกล้การเลือกตั้ง หน่วยงานด้านความมั่นคง มีแผนเพิ่มเติมอย่างไรนั้น พล.อ.สุพจน์ ตอบว่า ภาพใหญ่ของปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงระยะ 2 ปี โดยในปี 2566 ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นแผนระยะถัดไป ปี 2566 ถึงปี 2570 เคยจะมีการเน้นย้ำใน 2 เรื่องคือ การสร้างสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้ประชาชนอยู่กันได้อย่างสันติ เรียกว่าแผนสังคมพหุวัฒนธรรม ไม่ว่าศาสนาใดก็สามารถอยู่ได้ รวมไปถึงสนับสนุนด้านการศึกษา การพัฒนาในระดับแรก และระดับเศรษฐกิจ
“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ ก็ได้มีการเน้นย้ำให้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่ให้มีความสันติสุข โดยใช้การพูดคุยเป็นหลัก ขณะเดียวกัน เรื่องการรักษาความสงบ จะเห็นได้ว่า มีความจำเป็นจะต้องใช้กำลังในการรักษาความสงบ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ได้รับอันตราย และเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจา และมีความคิดไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่ง 2 เรื่องดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่ตนนั้นเน้นย้ำมาโดยตลอด” พล.อ.สุพจน์ ระบุ
ส่วนในห้วงเดือนรอมฎอน มีจุดเดียวที่เน้นย้ำเพิ่มเติม คือการอำนวยความสะดวกในการสัญจร และการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนที่เหลือ ก็ทำตามปกติ
“ยืนยันว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประวิทย์ ไม่ได้มีการเน้นย้ำในเรื่องของการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแต่อย่างใด มีแต่การพูดเรื่องงานเพียงอย่างเดียว คือการเน้นย้ำการเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ให้รู้ว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาอะไรเลย และรัฐบาลจะสนับสนุนทุกเรื่องในทุกศาสนา และจะเห็นว่าหลังจากนี้ไป การยกระดับด้านการศึกษา ทั้งในภาพปกติ และการศึกษาด้านศาสนา ที่ชัดเจนมากขึ้น” พล.อ.สุพจน์ ระบุ
พล.อ.สุพจน์ เผยด้วยว่า ในช่วงการเลือกตั้งนั้น ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ จะติดตามสถานการณ์ข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ยังมีไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง
“เรื่องการเมืองก็ว่ากันไป ซึ่งเป็นช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง โดยจะดูแค่ว่า การหาเสียงของพรรคการเมือง มีข้อมูลอะไรที่อาจจะกระทบกับความมั่นคง อาจจะต้องส่งสัญญาณไป” พล.อ.สุพจน์ ระบุ
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำหน่วยงานด้านความมั่นคง ให้ดูเรื่องความสงบเรียบร้อย ไม่ให้มีเหตุอะไรเกิดขึ้นเพียงเท่านั้น
ส่วนในช่วงเดือนรอมฎอน ที่มักเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงช่วงใกล้การเลือกตั้ง หน่วยงานด้านความมั่นคง มีแผนเพิ่มเติมอย่างไรนั้น พล.อ.สุพจน์ ตอบว่า ภาพใหญ่ของปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงระยะ 2 ปี โดยในปี 2566 ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นแผนระยะถัดไป ปี 2566 ถึงปี 2570 เคยจะมีการเน้นย้ำใน 2 เรื่องคือ การสร้างสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้ประชาชนอยู่กันได้อย่างสันติ เรียกว่าแผนสังคมพหุวัฒนธรรม ไม่ว่าศาสนาใดก็สามารถอยู่ได้ รวมไปถึงสนับสนุนด้านการศึกษา การพัฒนาในระดับแรก และระดับเศรษฐกิจ
“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ ก็ได้มีการเน้นย้ำให้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่ให้มีความสันติสุข โดยใช้การพูดคุยเป็นหลัก ขณะเดียวกัน เรื่องการรักษาความสงบ จะเห็นได้ว่า มีความจำเป็นจะต้องใช้กำลังในการรักษาความสงบ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ได้รับอันตราย และเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจา และมีความคิดไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่ง 2 เรื่องดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่ตนนั้นเน้นย้ำมาโดยตลอด” พล.อ.สุพจน์ ระบุ
ส่วนในห้วงเดือนรอมฎอน มีจุดเดียวที่เน้นย้ำเพิ่มเติม คือการอำนวยความสะดวกในการสัญจร และการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนที่เหลือ ก็ทำตามปกติ
“ยืนยันว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประวิทย์ ไม่ได้มีการเน้นย้ำในเรื่องของการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแต่อย่างใด มีแต่การพูดเรื่องงานเพียงอย่างเดียว คือการเน้นย้ำการเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ให้รู้ว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาอะไรเลย และรัฐบาลจะสนับสนุนทุกเรื่องในทุกศาสนา และจะเห็นว่าหลังจากนี้ไป การยกระดับด้านการศึกษา ทั้งในภาพปกติ และการศึกษาด้านศาสนา ที่ชัดเจนมากขึ้น” พล.อ.สุพจน์ ระบุ
พล.อ.สุพจน์ เผยด้วยว่า ในช่วงการเลือกตั้งนั้น ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ จะติดตามสถานการณ์ข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ยังมีไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง
“เรื่องการเมืองก็ว่ากันไป ซึ่งเป็นช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง โดยจะดูแค่ว่า การหาเสียงของพรรคการเมือง มีข้อมูลอะไรที่อาจจะกระทบกับความมั่นคง อาจจะต้องส่งสัญญาณไป” พล.อ.สุพจน์ ระบุ
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำหน่วยงานด้านความมั่นคง ให้ดูเรื่องความสงบเรียบร้อย ไม่ให้มีเหตุอะไรเกิดขึ้นเพียงเท่านั้น



