’วุฒิสภา‘ ไฟเขียว ‘ร่าง กม.นิรโทษกรรม’ ส่งกลับสภาฯ ลงมติยืนยันอีกครั้ง

30 มิ.ย. 2569 - 16:11

  • 'ฉัตรวรรษ' ตีกรอบห้ามล้างผิด ‘คดี ม.112‘ กับ ’เยาวชน’ ด้าน ‘สว.พิสิษฐ์’ การันตีไม่รวม ‘ฮั้ว สว.’ ยันคดีทั้งหมด อยู่ในขั้นตอน ’กกต.‘ 

’วุฒิสภา‘ ไฟเขียว ‘ร่าง กม.นิรโทษกรรม’ ส่งกลับสภาฯ ลงมติยืนยันอีกครั้ง

ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ... ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธาน กมธ. พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระ 2 และวาระ 3 โดย ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวสว.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่ที่รัฐสภามีมติเห็นชอบ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 2 ก.ค. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กมธ.เสียงข้างมากได้แก้ไข ได้แก่ เพิ่มคำปรารภ แก้ไขในรายมาตราจำนวน 4 มาตรา และแก้ไขบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. โดยการพิจารณาวาระสอง ซึ่งเรียงลำดับมาตรานั้น พบว่า สว.เสียงข้างมากลงมติเห็นชอบตามที่ กมธ.แก้ไข รวมไปถึงการเพิ่มวรรคใหม่ ในมาตรา 11 ว่าด้วยกระบวนการที่ให้ผู้ทำผิดอายุไม่ถึง 18 ปี ได้รับการพิจารณายุติการดำเนินคดี ที่ กมธ.เสียงข้างมาก เพิ่มวรรคสอง กำหนดว่า ไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย  

เมื่อการพิจารณาเข้าสู่มาตรา 3 พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า จากการที่สภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบโดยเฉพาะมาตรา 3 กมธ.เสียงข้างมาก ขอยืนยันว่าจะไม่มีนิรโทษกรรมจากการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทั้งหมด จึงไม่มีการแก้ไขในมาตราที่ 3 นี้  

เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล กมธ. ชี้แจงว่า รายละเอียดมาตรา 3 บอกว่า กฎหมายฉบับนี้จะไม่มีนิรโทษกรรม 4 กรณี คือ การกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 การกระทําความผิดที่ทําให้มีคนตาย หรือทําให้มีผู้ได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 และการกระทําความผิดต่อส่วนตัว ไม่ว่าผู้กระทําความผิดจะเป็นใครอายุเท่าไหร่  


สำหรับข้อห่วงใยกรณีเด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 18 ปี ในร่าง พ.ร.บ. มีหลักการเฉพาะ ในเมื่อมาตรา 3 ห้ามไว้แล้วว่า ไม่ให้นิรโทษกรรม กรณีเยาวชนจะมีทางออกอื่นหรือไม่นั้น จะมีการระบุไว้อยู่ในมาตรา 11 เพื่อพิจารณาต่อไป โดยจะใช้มาตรการการยุติคดี ซึ่งมีกฎหมายเขียนเอาไว้แล้ว คือ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว จึงไม่มีการเขียนอะไรเพิ่มเติมใหม่  


ส่วนรายละเอียดในการนําไปสู่การยุติคดี กรณีที่ยังไม่มีการฟ้องร้อง ก็ไม่ต้องฟ้อง หรือหากถูกฟ้องไปที่ศาลแล้ว ก็ไม่ต้องตัดสิน ไม่ต้องบอกว่าผิดหรือถูก ซึ่งจะเป็นมาตรการที่ลดผลกระทบการเกิดมลทินต่อตัวเด็กและเยาวชน มี 2 เงื่อนไข คือประการแรกต้องสารภาพ ซึ่งในกฎหมายเขียนไว้ว่า ต้องสํานึกการกระทํา และประการสองต้องมีการจัดทําแผนแก้ไขบําบัดฟื้นฟู ให้เด็กและเยาวชนปฏิบัติ ซึ่งมีความสอดคล้องกับกรณีที่อาจจะมีการกําหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติ เพื่อนําไปสู่การไม่ลงโทษ  

และเมื่อพิจารณาถึงบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. ที่ กมธ.ได้ปรับปรุงเนื้อหาใหม่ รัชนีกร ทองทิพย์ สว. ที่สงวนคำแปรญัตติ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตที่รวมถึงความผิดที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการได้มาของ สว. ที่อาจทำให้เกิดผลพวงนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวกับเลือกตั้งหรือไม่ 

ทำให้พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการ กมธ. ชี้แจงว่า ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. มีกฎหมายรวม 29 ฉบับ โดย กมธ.ไม่ได้แก้ไขเนื้อหาที่ได้รับมาจากสภาฯ มีเพียงการจัดเรียงใหม่ลำดับตามศักดิ์ของกฎหมาย ทำให้ถูกจับไปเป็นประเด็นว่า บัญชีแนบท้ายที่ขึ้นต้นด้วยความผิด ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 มีวงเล็บที่ตนเองขอย้ำว่า ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ 

ดังนั้น จึงไม่เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง และ ฮั้ว สว. ยืนยันว่า ไม่นิรโทษกรรมตัวเอง เรื่องคดีทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พิจารณาเรียงลำดับเป็นรายมาตราแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้ลงมติว่าจะเห็นชอบกับทั้งฉบับหรือไม่ โดยมติเสียงข้างมากเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ตามที่ กมธ.แก้ไข 103 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง และงดออกเสียง 22 เสียง 

นอกจากนี้ มติวุฒิสภายังเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ กมธ. ต่อประเด็นที่เสนอให้กรณีที่พบผู้ต้องขังจากการกระทำความผิด หรือการแสดงออกทางการเมือง แต่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ควรพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะในการบริหารโทษทางอาญา หรือคุมขังในสถานที่คุมขัง ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนเป้าหมายเสริมสร้างสังคมสันติสุข ให้โอกาสสังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขสมานฉันท์ ปรองดอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และสิทธิพลเมือง ตามระบอบประชาธิปไตย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่ สว.เห็นชอบ ในวาระ 3 มีการแก้ไขจากฉบับที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ จึงจำเป็นต้องส่งให้สภาฯ พิจารณาว่า จะเห็นชอบกับสิ่งที่ สว.แก้ไขหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป  

ส่วนรายละเอียดที่ กมธ.แก้ไขและมติ สว.เห็นชอบ อาทิ คำปรารภที่เพิ่มขึ้นนั้น มีสาระสำคัญ คือ เพื่อแจ้งการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคคล เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข สามารถเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูล หรือข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาตามหน้าที่ และอำนาจเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เพื่อนำไปสู่การสร้างเสริมสังคมสันติสุข ร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญอย่างมั่นคงและยั่งยืน 

ขณะที่มาตรา 6 ว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้เพิ่มข้อความคำว่าสิ่งของ เข้าไปใน (3) เพื่อให้ครอบคลุมกับสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่จำกัดเฉพาะเอกสารที่เป็นแผ่นกระดาษเข้าให้ข้อมูลกับกรรมการ  

นอกจากนั้น ยังแก้ไขในส่วนของการทำรายงานผลดำเนินงานการทำงานจากเดิม ที่กำหนดให้รายงานต่อรัฐสภา ไปเป็นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น และยังได้เพิ่มวรรคท้าย เพื่อให้ความคุ้มครองการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ที่ได้ทำโดยกระทำโดยสุจริตด้วย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์