วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เผยภายหลังการหรือร่วมกับ คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่มี นิกร จำนง เป็นประธานฯ ว่า ทางอนุกรรมการฯ ไม่ได้นำร่างคำถามประชามติให้ กมธ.พิจารณา มีเพียงการปรึกษาหารือร่วมกัน และการให้ข้อสังเกตของ สว.ที่ร่วมประชุม
นายคำนูณ สิทธิสมาน (สว.) ให้ความเห็นว่า การทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แต่ลักษณะคำถามต้องไม่ผูกมัด ที่ทำให้การทำงานของรัฐบาลขาดความยืดหยุ่น เช่น ที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ไม่ต้องกำหนดว่าต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพราะในกระบวนการต้องมีความหลากหลาย
ทั้งนี้ ในการทำประชามติ จนถึงการเลือก ส.ส.ร. ต้องพิจารณาให้รอบคอบและควรใช้ระยะเวลาสั้น ขณะเดียวกัน ในประเด็นที่อาจมีปัญหาในระหว่างการแก้รัฐธรรมนูญ ตามกติกา รัฐบาลสามารถสอบถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยไม่ต้องรอให้เป็นปัญหาและมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ลั่นไม่ได้ขวาง ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ ต้องบอกประชาชนด้วยว่าจะแก้ไขอะไร เผยหากรัฐบาลส่งร่างแก้ไขมาทันก่อนหมดวาระ ‘สว.’ พร้อมโหวตให้
ส่วนในการหารือดังกล่าว เฉลิมชัย เฟื่องคอน และ ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม (สว.) ให้ความเห็นว่า ในการทำประชามตินั้นต้องไม่ทำให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ และมองว่าควรยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ขณะที่ตนเองให้ความเห็นด้วยว่า การแก้รัฐธรรมนูญอย่ายึดว่าเป็นไปตามการหาเสียงของพรรคการเมือง แต่ควรยอมรับความจริงเหมือนอย่างที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติฯ เคยระบุว่าต้องอยู่กับความจริง หากพรรคการเมืองเห็นว่ามีประเด็นใดที่เป็นปัญหา ควรแก้เป็นรายมาตรา เพื่อให้ประหยัดและมีความรวดเร็ว
ผมไม่ได้ขวางการแก้รัฐธรรมนูญ แต่อยากให้อนุกรรมการฯ รับข้อคิดไปพิจารณาว่า การทำประชามติต้องคำนึงในหลัก และหากจะเดินหน้าทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ต้องบอกประชาชนด้วยว่า จะแก้ไขอะไร ทั้งนี้ นายนิกร ตอบกลับมมาว่า เรามาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้น ต้องทำตามที่รับปากไว้กับประชาชน ดังนั้น ต้องทำ และเพื่อให้ได้รับฉันทามติจากประชาชน อย่างไรก็ดี สว.ปัจจุบันไม่ได้ค้านแก้รัฐธรรมนูญ เพราะหากรัฐบาลส่งร่างแก้ไขมาทันก่อนหมดวาระ สว.พร้อมโหวตให้

เชื่อไทม์ไลน์ไม่ทัน ‘สภาสูง’ ชุดปัจจุบัน ยันไร้กังวล ‘สว.ชุดใหม่’ ชี้องค์ประกอบ ‘ส.ส.ร.’ ควรมีผู้เชี่ยวชาญ-นักวิชาการ ไม่ได้ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น
เมื่อถามถึงไทม์ไลน์ของการทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ จนถึงการส่งร่างแก้ไขมาตรา 256 ให้รัฐสภาพิจารณา วันชัย มั่นใจว่าไม่ทัน สว.ชุดปัจจุบันนี้แน่นอน เพราะจะหมดวาระในเดือน พ.ค. 2567 ดังนั้น การแก้รัฐธรรมนูญโดยรัฐสภา หลังการทำประชามติ จะเป็นหน้าที่ของ สว.ชุดใหม่ 100% อย่างไรก็ดี สว.ไม่ติดใจ เพราะมองว่าเป็นไทม์ไลน์ที่รัฐบาลวางไว้ นอกจากนี้ ยังไม่กังวลต่อกรณี สว.ชุดใหม่ ที่มาจากการเลือกกันเองใน 3 ระดับ ถูกตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นฐานเดียวกับพรรคการเมือง
ไม่กังวล หรือมีอะไรน่ากลัว เพราะต่อให้รัฐบาลเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญทันชุดปัจจุบัน สว.พร้อมโหวตให้
ส่วนเมื่อถามถึง ‘สเปค’ ของ ส.ส.ร. วันชัย บอกว่า ในการหารือดังกล่าว ไม่มีประเด็นข้อเสนอ เพราะอนุกรรมการฯ ทำเฉพาะเรื่องประชามติ อย่างไรก็ดี จากการศึกษามองว่าหาก ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง จะได้ 77 คน จาก 77 จังหวัด ซึ่งองค์ประกอบควรมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการร่วมด้วย ไม่ควรมองว่าให้มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ขณะเดียวกัน หากประเด็น ส.ส.ร.มีรายละเอียด คณะทำงานติดตามจะพิจารณาและเสนอความเห็นต่อไป





