นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา เผยถึงผลการประชุม กมธ. ซึ่งพิจารณารายละเอียดในร่างมาตรา 256/5 ว่าด้วย “ขั้นตอนการเลือกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญของรัฐสภา” ว่า มติของที่ประชุม 19 เสียงเห็นด้วยกับกระบวนการที่กำหนดสูตร “ให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่มกันจำนวน 20 คน และเลือก กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ 1 คน” ตามที่พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. เป็นผู้เสนอ
แต่ได้ปรับรายละเอียดเล็กน้อย ในกรณีที่สมาชิกรัฐสภาไม่สามารถรวมกลุ่มได้ครบ 20 คน และไม่สามารถเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ครบ 35 คน ได้กำหนดให้รัฐสภาโหวตเลือกจากบุคคลที่อยู่ในบัญชีที่ถูกเสนอชื่อให้เป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญตามจำนวนที่ขาด “โดยใช้มติของรัฐสภาจำนวน 2 ใน 3 เพื่อตัดสิน” เหตุผลที่ต้องใช้เกณฑ์เห็นชอบ 2 ใน 3 นั้น “เพื่อป้องกันการใช้เสียงข้างมากลากไป” และอย่างน้อยการให้ความเห็นชอบผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องมีส่วนผสมระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
เช่น กรณีที่ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ไม่ครบ 35 คน ขาดอีก 3 คน การเสนอชื่อให้รัฐสภาโหวต ต้องเสนอชื่อเข้ามาเป็น 2 เท่า หรือ 6 คน จากนั้นให้รัฐสภาลงมติ สำหรับคนที่จะได้รับคัดเลือก ให้พิจารณาตามคะแนนโหวตสูงสุดเรียงตามลำดับที่ขาด ทั้งนี้มีเงื่อนไขต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ด้วย
— นรเศรษฐ์ ปรัชญากร
นรเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรอบเวลาที่รัฐสภาต้องเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แต่หากครบเวลาแล้วไม่สามารถได้ กมธ. ครบ 35 คน แต่ไม่น้อยกว่า 90% หรือ 32 คน ให้ทำหน้าที่ไปตามจำนวนที่มี ทั้งนี้หลังจากพิจารณาประเด็นดังกล่าวแล้วเสร็จในช่วงบ่าย จะพิจารณาเนื้อหาของมาตรา 256/2 ว่าด้วยที่มาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ตามร่างหลักของพรรคประชาชน เสนอให้ใช้กระบวนการที่มาจากการเสนอบัญชีรายชื่อให้ประชาชนเลือกตั้ง และเสนอให้รัฐสภาเลือก แต่ในรายละเอียดนั้นต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะปรับรูปแบบเป็นอย่างไร




