ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา(สว.) วันที่ 4 มี.ค.นี้ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมฯโดยมีวาระพิจารณาที่น่าสนใจคือ การเสนอญัตติให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย เสนอโดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.กลุ่มกฎหมาย และ คณะ
สาระของญัตติที่เสนอดังกล่าว ได้ระบุโดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้รัฐพึงจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และให้รัฐมีมาตรฐานคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยเคร่งครัด ปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงำ
แต่ที่ผ่านมาพบว่ากระบวนการยุติธรรมไทยขาดประสิทธิภาพ และมีการแทรกแซง ครอบงำจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะ การดำเนินคดีพิเศษ ของกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่พบว่าที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมขาดประสิทธิภาพ ทำคดีล่าช้า ไม่สามารถทำให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษอย่างแท้จริง รวมถึงไม่สามารถป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดและปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ
ญัตติระบุด้วยว่า เช่น การดำเนินคดีกับนายทุนชาวจีนสีเทาในข้อหายาเสพติดฟอกเงิน และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ที่เป็นปัญหายาวนาและทวีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
“นอกจากนี้ในการดำเนินการกระบวนการยุติธรรมยังเป็นปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น กรณีการให้สิทธิแก่ผู้ต้องขังที่ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม ที่ผ่านมามีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส และไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยผู้ต้องขังบางคนได้รับสิทธิในการเข้ารับการรักษาพยาบาลที่พิเศษกว่าผู้ต้องขังคนอื่นๆ จึงสมควรที่วุฒิสภาจะได้อภิปรายระดมความคิดเห็นเพื่อพิจารณาปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย และเสนอไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับวุฒิสภา ข้อ35” ญัตติระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าญัตติดังกล่าว พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ และ คณะ รวม 11 คน ได้ยื่นเสนอ ต่อกลุ่มงานญัตติ เมื่อ 26 ก.พ. เวลา 16.05 น. และได้รับการบรรจุในวาระประชุมทันที สำหรับ สว. ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติดังกล่าว ได้แก่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ , อมร ศรีบุญนาค , อัจฉรพรรณ หอมรส , เอนก วีระพจนานันท์ , อภิชา เศรษฐวราธร , ชวภณ วัธนเวคิน , ชีวะภาพ ชีวะธรรม , วิวัฒน์ รุ้งแก้ว , พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา , อภิชาติ งามกมล และ พรเพิ่ม ทองศรี




