พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.แถลงกรณีรายงานการสอบสวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หลุดเผยแพร่ต่อสาธารณะ ว่า หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูล โดยระบุว่า เพื่อประโยชน์ต่อสังคมที่เกี่ยวกับคดีของ สว. วันนี้ต้องตั้งคำถามกลับไปยังพริษฐ์ และยิ่งชีพ เรื่องความถูกต้องของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลที่ถูกเปิดเผยต่อสังคม ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่า เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่การจับแพะชนแกะ ตามที่ท่านนำมากล่าวอ้าง
หลายส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเผยแพร่ต่อสาธารณะเข้าข่ายการละเมิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA หรือไม่ และหากนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง การเผยแพร่ข้อมูลอาจมีสุ่มเสี่ยง ที่จะมีความผิดฐานนำข้อมูลประเทศเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา จึงขอถามพริษฐ์ และยิ่งชีพ ว่าข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมีความน่าเชื่อถือ ถูกต้อง และอ้างอิงที่มาได้หรือไม่
นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าว ยังไม่ทราบว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่ถูกนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะก่อนกระบวนการจะเสร็จสิ้น ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดความลับในสำนวน และการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จึงขอตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายให้แล้วเสร็จก่อน
"คุณพริษฐ์ช่วยตอบด้วยว่าหากข้อมูลที่ท่านไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ท่านนำมากล่าวหาเป็นเรื่องที่น่าพิจารณาว่าเหตุใดจึงไม่รอให้กระบวนการแล้วเสร็จก่อน ค่อยออกมาเปิดเผย ท่านมีวัตถุประสงค์มีเจตนาอย่างไรในการเผยแพร่ข้อมูล และต้องการผลลัพธ์ทางการเมือง หรือเพื่อประโยชน์ใดๆของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่" พิสิษฐ์ กล่าว
เนื่องจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากกว่าหนึ่งชุด คือ คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุด 26 กับชุดที่ 36 ซึ่งความเห็นของอนุกรรมการฯ ทั้งสองชุดแตกต่างกัน ถามว่าท่านทราบได้อย่างไร ว่าข้อมูลทั้งสองชุดเป็นอย่างไร เพราะเราซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา มีการขอข้อมูลเอกสารไปแต่ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่ได้ให้ข้อมูล จึงอยากถามพริษฐ์ว่าได้ข้อมูลมาอย่างไร ท่านเลือกที่จะพูดสิ่งที่ท่านเชื่อหรือสิ่งที่อยากให้เป็นหรือไม่
พร้อมตั้งคำถามว่า มีการแอบแฝงเรื่องวัตถุประสงค์ทางการเมืองด้วยหรือไม่ เพราะทั้งสองท่านมีการชี้นำ และพยายามกดดันองค์กรอิสระ ที่มีดุลยพินิจ และความชอบตามกฎหมายอยู่แล้วในการทำงาน เป็นการกระทำและกล่าวอ้างในลักษณะศาลเตี้ย ล่าแม่มดบนบนสื่อออนไลน์ ทำให้ สว.หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องถูกตัดสินไปแล้วล่วงหน้า จึงถามว่าการเปิดประเด็นแบบนี้ ทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะจริงหรือไม่ มีเจตนาแอบแฝงหรือเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดหนึ่งหรือไม่
พิสิษฐ์ยังมองการที่ยิ่งชีพโพสต์ว่า ไม่ชอบฉายาว่าพลีชีพ แต่การที่ยิ่งชีพพยายามดูถูก ด้อยค่า สว.อย่างต่อเนื่อง คงต้องถามถึงใจเขาใจเรา ว่ายิ่งชีพจะให้ สว.ถูกวิจารณ์อย่างไม่สุจริต และเป็นธรรมหรือไม่
พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. กล่าวถึงไทม์ไลน์กระบวนการได้มาซึ่ง สว. โดยมีการตั้งคำถามว่า อำนาจการสอบสวนคดีการเลือกตั้ง สว. เป็นอำนาจของใคร ถ้าพูดอย่างสุภาพตอนนี้ คือพวกท่านกำลังเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ เป็นการสร้างความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่พี่น้องประชาชนหรือไม่ ซึ่งการกระทำดังกล่าว ไม่ได้เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อติชมโดยสุจริต ขอให้สื่อมวลชน ประชาชน ที่เสพสื่ออยู่ในปัจจุบัน ใช้วิจารณญาณรับฟังความเห็นดวงตาเป็นธรรม อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. กล่าวถึงกระแสข่าวที่มี สว.กลุ่มหนึ่งนัดรับประทานอาหารร่วมกันวานนี้ (26 ส.ค.) ที่ร้านอาหารย่านพระราม 7 เพื่อฉลองว่ารอดคดีฮั้ว สว.ว่า เข้าใจผิด ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของกรรมาธิการ (กมธ.) ไปดูแลเจ้าหน้าที่เท่านั้นเอง ไปถามข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ได้ อย่าให้ตนเองตอบอะไรไปมากกว่านี้
ส่วนมีนัดกันอยู่แล้วไม่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเลย อยากกินข้าวก็แค่นั้นเอง ไม่มีนัดกับใครทั้งนั้น ไปดูภาพได้ พร้อมมองจุดประสงค์คนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้อย่างไร เหมือนพยายามต้องการให้เกิดความเข้าใจหรือไม่ว่า พูดไปเรื่อยเปื่อย เราเฮสนุกสนานกันได้ทุกวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉลองอะไร เราก็มีความสุขของเรา
ขณะกระแสข่าวที่ว่า กกต. จะชี้มูลความผิดเฉพาะ สว.บางคน ตนเองไม่ขอก้าวก่าย เป็นเรื่องของ กกต. ส่วน กลุ่ม สว.ได้พูดคุยกันเรื่องนี้บ้างหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เรื่องของเขา ตนเองไม่เกี่ยว ทำงานอย่างเดียว ด้านพิสิษฐ์ กล่าวเพียงว่า “ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ไปร่วม”
พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำลังจะมีการลงมติในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ว่า เป็นไปตามที่ตนเองนำเรียนอยู่เสมอ ทุกคนยอมรับในกติกา ทุกคนยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น คำตัดสินตามที่ กกต.จะดำเนินการลงมา ไม่ว่าจะวันใดก็แล้วแต่ เมื่อมีการพิจารณาแล้วเสร็จ ไต่สวนแล้วเสร็จ และตัดสินแล้วเสร็จ เรายอมรับ
สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องคดีดังกล่าวนั้น พล.อ.เกรียงไกร ระบุว่า ไม่เป็นอะไร ว่าเขาไป เป็นหน้าที่ และบทบาทของเขา แต่อย่าก้าวล้ำ และก้าวล่วงในสิทธิกันแค่นั้นเอง ขอให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย




