จาก ‘เจ้าของตลาด’ สู่ ‘รัฐมนตรีโลกลืม’
หากกล่าวถึง ‘รัฐมนตรีโลกลืม’ หนึ่งในนั้นมีชื่อ ‘นภินทร ศรีสรรพางค์’ รมต.สำนักนายกฯ ใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ที่เคยเป็น รมช.พาณิชย์ ในยุค ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ หากย้อนประวัติพบว่า ‘นภินทร’ เป็นคน อ.บ้านโป่ง และเป็นนักธุรกิจใหญ่ จ.ราชบุรี เจ้าของ ‘ตลาดศรีเมือง’ ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี
เริ่มเติบโตจาก ‘การเมืองท้องถิ่น’ เคยเป็น สมาชิกสภาเทศาลเมืองราชบุรี , สมาชิกสภาจังหวัดราชบุรี และเคยเป็น สว.ราชบุรี ก่อนสังกัด ‘พรรคเพื่อไทย’ ก่อนย้ายมาอยู่ ‘ภูมิใจไทย’ ได้เป็น ‘รัฐมนตรี’ 2 ตำแหน่งแล้ว
‘รัฐมนตรีโลกลืม’ แต่ ‘ไอติม-ไอลอว์’ ไม่ลืม
ล่าสุด ‘นภินทร’ ตกเป็น 1 ใน 229 รายชื่อ ผู้ถูกกล่าว ‘ฮั้ว สว.’ ในสำนวนของ กกต. แม้จะเป็น ‘รัฐมนตรีโลกลืม’ ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง-เป็นข่าวมากนัก แต่ชื่อ ‘นภินทร’ กำลังโดนทั้ง ‘ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ’ มือปราบฮั้ว สว. พรรคประชาชน และ ‘ไอลอว์’ รุมสับเกี่ยวโยง ‘ฮั้ว สว.’ หรือไม่ ?
โดย ‘พริษฐ์’ ได้ตั้งกระทู้ถามสด ‘รัฐมนตรี’ ในสภาฯ ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตของ ‘นภินทร’ แต่ ‘นภินทร’ ติดภารกิจ ขอเลื่อนตอบกระทู้ อ้างว่าติดภารกิจตรวจราชการ ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการปัญหาน้ำ จ.ราชบุรี
‘พริษฐ์’ อภิปรายว่า ‘นภินทร’ เป็น 1 ใน 229 คนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งควรที่จะต้องไปชี้แจงต่อหน้าศาลด้วย แต่มีความกังวลใจว่า กกต. จะทำงานตรงไปตรงมาหรือไม่ ในการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไปที่ศาล โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่นั่งอยู่ใน ครม.
ในส่วนของหลักฐานที่ได้รับมานั้นย่อมเป็นข้อมูลและข้อกล่าวหา แต่หากเป็นเรื่องจริง ก็จะบ่งชี้ชัดว่าว่า ‘นภินทร’ เกี่ยวข้องกับการโกง สว.
ผู้สมัคร สว. เข้าพบ ‘นภินทร’ 2 ครั้ง
ซึ่งข้อมูลที่ได้รับมาเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่า ช่วงไม่นานก่อนการเลือก สว. มีผู้สมัคร สว. รายหนึ่ง ได้เข้าไปพบกับ ‘นภินทร’ สมัยที่เป็น รมช.พาณิชย์ 2 ครั้ง
โดยครั้งที่ 1 คือ 24 มิ.ย. 2567 หรือ 2 วัน ก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ โดยอ้างว่ามีคนจะขอดูตัว เมื่อเดินทางไปถึงกระทรวงแล้วได้พบกับรัฐมนตรี และมีการกล่าวหาว่ารัฐมนตรี พูดประมาณว่าหากได้เป็น สว. แล้วจะขอสัก 2-3 อย่าง
เหตุการณ์ที่ 2 คือ 25 มิ.ย. 2567 โดยข้อมูลที่ได้รับมา คือ ‘ผู้สมัคร สว.’ คนดังกล่าว ถูกเรียกให้กลับไปที่กระทรวงพาณิชย์ และถูกเชิญไปที่ห้องทำงานห้องเดิมอีกครั้ง
โดย ‘นภินทร’ ได้นำเอกสารลาออกมาให้เซ็น โดยมีนัยยะ คือ การลาออกล่วงหน้า หรือคนที่มีใบลาออก จะสามารถควบคุมการลงมติของ ‘ผู้สมัคร สว.’ คนดังกล่าว ได้ หากได้เป็น สว.
จึงอยากถาม ‘นภินทร’ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? ได้มีการเชิญผู้สมัคร สว. ไปพบรัฐมนตรีที่ห้องทำงานของตัวเอง 24-25 มิ.ย. 2567 หรือไม่ ?
ร้องเรียน ‘ไก่งวง’
พร้อมตั้งคำถามถึง ‘นภินทร’ อาจมีการหยิบ ‘เอกสาร’ ขึ้นมา เพื่อให้เห็นว่ามี ‘หนังสือร้องเรียน’ (เรื่องไก่งวงแช่แข็งล้นตลาด) อยากถามว่า ‘เอกสาร’ เป็นของจริงหรือไม่ ?
หากเป็นเอกสารที่มีอยู่จริงต้องมีเลขรับในระบบราชการ แต่ข้อมูลที่ได้รับร้องเรียนเข้ามา เป็นการบ่งบอกว่ามีการตรวจสอบแล้ว แต่กลับไม่พบ ‘เลขรับของหนังสือ’ ดังกล่าวใน ‘ระบบราชการ’ ของกระทรวงพาณิชย์
10 บุคคลในห้อง ‘นภินทร’
ส่วนประเด็นที่ 2 คาดเดาว่าหาก ‘นภินทร’ มาตอบกระทู้ ก็จะอ้างว่าในห้องทำงานวันนั้น มีคนอื่นที่อยู่ในห้องด้วยอีกประมาณ 10 คน โดยอาจเอาบุคคลเหล่านั้นมายืนยันว่า อาจไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น แต่จะเชื่อคำพูดของคนเหล่านั้นได้แค่ไหน เพราะพบว่ามี 8 คนอยู่ใน ‘คดีฮั้วสว.’ อีก 2 คน เป็น ‘ผู้ใต้บังคับบัญชา’ ของ ‘นภินทร’
‘นภินทร’ ไม่รับช่วย ‘ผู้สมัคร สว.’ หลังโดนร้องขอ
‘นภินทร’ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า จุดเริ่มต้นของการเข้าพบเกิดจากการประสานงานของประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ช่วงกลาง มิ.ย.67 เพื่อขอเข้าพบ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับภาคการเกษตรใน จ.ราชบุรี จึงมีการนัดหมายเข้าพบ 24 มิ.ย.67 ที่กระทรวงพาณิชย์ มีผู้แทนจากสภาเกษตรแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาเกษตรแห่งชาติ รวมถึงผู้อำนวยการและประธานสภาเกษตรจังหวัดราชบุรี
และ ผู้สมัคร สว. คนดังกล่าว เข้าร่วมการหารือ จึงได้เชิญข้าราชการระดับสูงจากกรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเข้ามาร่วมพูดคุยด้วย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร
นภินทร กล่าวอีกว่า ระหว่างการพูดคุย ผู้สมัคร สว. คนดังกล่าว ได้กล่าวขึ้นมาว่า เป็นผู้สมัคร สว. และขอให้ช่วยสนับสนุน แต่ตนตอบปฏิเสธทันที
โดย นภินทร ตอบกลับไปว่า ไม่สามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุนได้ เนื่องจากมีกฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว.
อีกทั้งในขณะนั้น อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีคำสั่งภายในพรรคอย่างชัดเจน ห้ามสมาชิกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ซึ่งหลังจากปฏิเสธเรื่องดังกล่าวแล้ว การหารือจึงกลับเข้าสู่ประเด็นปัญหาการเกษตร โดยเฉพาะปัญหาของชมรมผู้เลี้ยงไก่งวงที่ประสบปัญหาเรื่องตลาดและการจำหน่ายผลผลิต
ก่อนหน้านั้นมีหนังสือเกี่ยวกับปัญหาของชมรมผู้เลี้ยงไก่งวงไปยังสภาเกษตรแห่งชาติ และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา โดยที่ประชุมมีความเห็นให้นำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหนังสือออกเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2567
แต่หลังจากนั้นเรื่องไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ต่อมาผู้ร้องเรียนได้ทำหนังสือถึงประธานสภาเกษตรแห่งชาติ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการประสานงานมายังตน
โดยมีการหารือถึงแนวทางจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการบริโภคไก่งวงและช่วยแก้ปัญหาตลาด โดยเนื่องจากตนมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ จึงมีการนัดหมายหารืออีกครั้งในวันที่ 25 มิ.ย.67 เพื่อเร่งจัดทำหนังสือเสนอเรื่องการจัดกิจกรรม
ผมมนุษย์กินข้าว ไม่โง่ทำ
กระทั่งวันที่ 25 มิ.ย.2567 ผู้สมัคร สว. คนดังกล่าวเดินทางมาพร้อมกับคณะ ได้ขอให้ตนช่วยสนับสนุนเรื่องการสมัคร สว. อีกครั้ง ซึ่งตนปฏิเสธอีกครั้งทันที และเชิญผู้สมัคร สว. คนดังกล่าว ออกจากห้อง เนื่องจากได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ และได้ตำหนิผู้ที่พามา เหตุใดจึงนำมาพูดเรื่องนี้อีก ทั้งที่ได้ปฏิเสธไปแล้ว
“เป็นการกล่าวหาที่ไม่มีพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน และไม่มีหนังสือหรือเอกสารที่ยืนยันตามข้อกล่าวหา ขณะที่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้อง 9 คน ต่างให้การสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ตนชี้แจงทั้งหมด”
ผมเองก็เป็นมนุษย์กินข้าวคนหนึ่ง ไม่โง่ที่จะทำผิดกฎหมายต่อหน้าคน 8-9 คน ถ้าบอกว่าจะช่วยอะไร ให้เซ็น ไม่ร้อง จะทำต่อหน้าคน 8-9 คน ได้อย่างไร นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมนำเสนอ กกต.ชุดที่ 26
นภินทร ตั้งคำถามว่า ยิ่งชีพ และ พริษฐ์ ได้นำข้อเท็จจริงเหล่านี้มาเปิดเผยหรือไม่ รวมถึงได้ระบุหรือไม่ว่ามีพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องให้การในลักษณะดังกล่าว
ไม่ได้อยู่ ‘พูลแมน’ ไป ตปท. ขอ ‘ภูมิธรรม’ แล้ว
ส่วนกรณีวันที่ 4-5 ก.ค. 2567 ซึ่งเป็นช่วงการปฐมนิเทศ สว. ที่โรงแรมพูลแมน นภินทร ยืนยันว่า 4-5 ก.ค.2567 ตนไม่ได้อยู่ที่โรงแรมพูลแมน เนื่องจากเดินทางไปราชการที่ประเทศเยอรมนี โดยมีทั้งหนังสืออนุญาตเดินทางไปราชการที่เสนอถึง ภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ ในขณะนั้น
รวมถึงหลักฐานหนังสือเดินทางแสดงการเดินทางเข้า-ออกประเทศ โดยตนเดินทางออกจากประเทศไทย 28 มิ.ย.67 และเดินทางกลับประเทศไทย 8 ก.ค.2567 ซึ่งได้นำหลักฐานทั้ง 2 ส่วนส่งให้ กกต. ชุดที่ 26 แล้ว
“นี่คือหลักฐานชัดเจน แล้วถามว่าตั้งข้อกล่าวหาได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าคณะกรรมการชุดที่ 26 ใช้วิธีการตั้งข้อหาแบบสุ่ม”
นภินทร กล่าวว่า พริษฐ์บอกว่ามีผู้สมัคร สว. ไปที่กระทรวงพาณิชย์ 4-5 คน มีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วถามว่าเจอตนหรือไม่ ขอบอกว่า ตนไม่เจอ แล้วตนก็ถามกลับว่า พริษฐ์เอาเรื่องแบบนี้มาถามตนหรือ เป็นถึง สส. ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีคน 4-5 พันคน มีผู้สมัคร สว. หรือ สว. ไปที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วมาถามแบบนี้ เป็นการพยายามเชื่อมโยงแบบจินตนาการไร้เหตุผล
แล้วเจอกัน ‘ยิ่งชีพ’
ขณะนี้ตนแจ้งความนายยิ่งชีพไว้แล้วที่ สน.ทองหล่อ เพราะสิ่งที่เอามาพูดว่า มี ผู้สมัคร สว. มาเจอตน และมีข้าราชการ 2 คนเห็น ทำไมคุณไม่พูดให้หมดว่า ข้าราชการ 2 คนนั้น ก็อยู่ในห้องด้วยและรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
คุณตัดถ้อยคำบางส่วนมาพูดต่อสังคม การแสดงความคิดเห็นแบบนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงอคติให้ร้ายตน แล้วพบกันที่ศาล ทุกคดีที่คุณพูดถึงตน แจ้งความหมด และบางเรื่องตนจะฟ้องด้วยตัวเอง
เรื่องการตอบกระทู้ในสภา ตนมีจิตสำนึกในการทำงานให้บ้านเมือง พริษฐ์ ต้องเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ เป็นถึง สส. ต้องเปิดหลักฐานทุกมุม อ้างว่ามีเอกสาร 9 หมื่นกว่าหน้า ก็เปิดให้ครบสิ ในสำนวนผู้ถูกร้องมีหลักฐานหักล้างเยอะแยะ ทำไมเปิดแค่ซีกเดียว
ส่วนที่ ยิ่งชีพ เคยพูดว่า ถ้าฝ่ายรัฐบาลพูดความจริงจะยอมกราบขอโทษ วันนี้ตนพูดความจริงหมดแล้ว คุณจะทำตามคำพูดหรือไม่ก็เรื่องของคุณ ตนไม่บังคับ ใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง กล่าวหาตนก็ต้องรับผิดชอบคำพูด
โดย นภินทร ได้ชี้นิ้ว พร้อมบอกว่า “แล้วเจอกัน”
จากนี้ไปต้องติดตามว่า ‘พริษฐ์-ยิ่งชีพ’ จะเปิด ‘หลักฐาน’ ใด ถึง ‘นภินทร’ อีกหรือไม่ ? ซึ่ง ‘พริษฐ์’ เตรียมยื่น ‘กระทู้ถาม’ ในสภาฯ อีกครั้ง ให้ ‘นภินทร’ ไปตอบกลางสภาฯ สัปดาห์หน้า
สุดท้าย ‘รัฐมนตรี’ โลกลืม จะทำให้ ‘ไอติม-ไอลอว์’ ลืมไม่ลง หรือ สังคมจะไม่ลืม ?




