พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวลือ เรื่องสมาชิก สว.กำลังล่าชื่อถอดถอน สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อยในคดี ฮั้ว สว. ว่า ตนเองไม่ทราบว่า ข่าวลือมาจากไหน แต่ขอให้ใจเย็นๆ ก่อน ตนเองกำลังหาข้อมูลอยู่ว่า ข่าวมาจากไหน ถ้าตนเองหาได้ว่า มีการดำเนินการดังกล่าวจริง จะแจ้งให้ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปขณะนี้มีการล่าชื่อถอดถอนสิทธิโชติจริงหรือไม่ พิสิษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองยังไม่เห็นเอกสารอะไร เอกสารไม่อยู่ในมือของตนเอง แต่ถ้ามีการจะยื่นเมื่อไหร่จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบทันที เอาเป็นว่า ตอนนี้เอกสารที่มีลายเซ็นต์หรืออะไรต่าง ๆ ในมือตนเองไม่มี
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากมีการล่าชื่อจริง จะล่ารายชื่อตามมาตราใด พิสิษฐ์ ตอบว่า ข้อมูลตนยังให้อะไรไม่ได้ เพราะตนเองไม่มีเอกสารตัวนั้นอยู่ เมื่อถามย้ำว่า จะล่ารายชื่อ ถอดถอนสิทธิโชติคนเดียวหรือ ล่ารายชื่อถอดถอน กกต.ท่านอื่นด้วย พิสิษฐ์ ตอบว่า ตรงนี้ไม่ทราบจริง ๆ
ด้าน เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวลือดังกล่าวว่า ตนเองก็เห็นว่ามีการลือกัน แต่ก็ไม่เห็นว่ามีเอกสารการล่ารายชื่อ เมื่อถามถึงกรณีข่าวลือนี้ อาจเป็นการปล่อยข่าวเพื่อกดดันสิทธิโชติ ซึ่งเป็น กกต.เสียงข้างน้อยในคดีฮั้ว สว.หรือไม่ เทวฤทธิ์ ตอบว่า ก็ต้องเรียกร้องให้ท่านใดที่ดำเนินการอยู่ ให้ตรงไปตรงมาและเปิดเผย เมื่อมีการจะกล่าวหาก็กล่าวหาอย่างเปิดเผย ไม่ใช่ปล่อยข่าวหวังเป้ากดดัน โดยทางตนเอง และสว.เสียงข้างน้อย ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการล่ารายชื่อแน่นอน
แต่หากพูดในอีกแง่หนึ่ง ผู้ที่จะล่ารายชื่อ เขาก็มีสิทธิดำเนินการ อย่างไรก็ตาม แต่เรื่องมาตรฐานจริยธรรม มันก็มีปัญหาในตัวของมันเอง ทั้งเรื่องของกรอบอำนาจในการวินิจฉัย อาจจะทำให้เป็นการปิดปาก เพราะโดยกรอบแล้ว ท่าทีของสิทธิโชติ ก็มีความระมัดระวัง ซึ่งวันก่อนที่เวทีราชบัณฑิตนั้น สิทธิโชติก็หวั่นว่า จะโดนเรื่องละทิ้งหน้าที่ เพราะเมื่อพูดเสร็จก็รีบไปทำหน้าที่ต่อเลย
เทวฤทธิ์ มองว่า ภาพของเสียงข้างน้อยนั้น โดนกดดันอยู่ทุกส่วนแล้ว ยิ่งกรณีนี้ยิ่งกดดัน ถ้าจะเปรียบเทียบเรื่องอำนาจการให้คุณให้โทษคือ ตัวของสิทธิโชติ เป็นเสียงส่วนน้อย มันไม่ได้มีผลอยู่แล้ว มันอยู่ที่เสียงข้างมากของมติ กกต. และการจะไปดำเนินการอะไรอย่างนี้ จะยิ่งไปทำให้เราเองไม่เห็นข้อมูล ต่างๆ ที่สุดท้ายสาธารณชนจะได้ประโยชน์ กับการที่สิทธิโชติออกมาพูด




