สว.ชงญัตติด่วน! แก้ฝุ่น PM 2.5 ฉะ ‘รบ.’ ไร้เดียงสา ไร้แผนจัดการ มาตรการ ‘ตื้นเขิน-ฉาบฉวย’

27 ม.ค. 2568 - 17:37

  • ‘สว.’ ชงญัตติด่วนแก้ปัญหา ‘ฝุ่น PM2.5’ ส่งรัฐบาลดำเนินการ

  • ‘นันทนา’ จวก รบ.ไร้เดียงสา ผ่านมา 2 ปี ไร้แผนจัดการ มาตรการ‘ตื้นเขิน-ฉาบฉวย’

  • เหน็บไหนบอกเป็นวาระแห่งชาติ ‘ชาตินี้หรือชาติหน้า’

Senate_proposes_an_urgent_motion_to_solve_PM_2_5_dust_and_send_it_to_the_government_SPACEBAR_Hero_e9d4b633b1.jpg

รัฐสภา (27 มกราคม 2568)ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เสนอโดย นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.)

สว.นันทนา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่คนไทยกำลังเผชิญกับอากาศที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ดัชนีวัดค่าอากาศก็รายงานว่าคน กทม.กำลังจมอยู่กับฝุ่น PM 2.5 สูงเกือบ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งที่มาตราฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัม เช่นเดียวกับคนทั่งประเทศที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน และขณะนี้คนไทยอยู่กันในระดับสีแดง และสีม่วงแล้ว และประเทศไทยติดท็อปเท็นด้านอากาศเสียของโลกแทบทุกวัน

“เราจะอยู่กันแบบนี้หรือ คุณภาพชีวิตของคนไทยต้องเผชิญชะตากรรม ด้วยฝีมือการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ไร้เดียงสาเช่นนี้หรือ”

“ทราบหรือไม่ว่าในปีที่ผ่านมามีคนไทยป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศถึง 2.1 ล้านคน ส่วนปีนี้ยังไม่ครบเดือน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินค่าเสียหายจากฝุ่น PM 2.5 ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท และมีผู้ป่วยจากฝุ่นมฤตยูนี้รวม 1.44 แสนราย”

“เราปล่อยให้รัฐบาลแสดงฝีมือในการบริหารประเทศแบบนี้มาเกือบ 2 ปี นายกฯ ทั้ง 2 ท่านไม่มีแผนแม่บทในการจัดการสภาพอากาศอย่างชัดเจน ไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรม ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด มีแต่ออกมาพูดว่า เรื่องฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า เป็นวาระของชาตินี้หรือชาติหน้า”

นันทนา นันทวโรภาส สว.

สว.นันทนา กล่าวต่อว่า การที่ทุกคนกำลังเผชิญกับสภาพที่เลวร้ายนี้ ส่วนตัวเห็นว่าเรากำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตทางสุขภาพ ซึ่งเราต้องระดมสมองจากหลายฝ่ายเพื่อหาทางออกให้กับรัฐบาล เพราะลำพังมาตรกรแก้ปัญหาของรัฐบาลดูจะตื้นเขิน ฉาบฉวยและปลายเหตุ ทั้งมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮม ขึ้นรถสาธารณะฟรี ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าจังหวัดไหนมีการเผา 

ทั้งหมดนี้ เห็นว่าเป็นเพียงมาตรการชะลอเวลา รอให้พ้นฤดูฝุ่นเท่านั้น เหมือนคนที่เป็นมะเร็ง ให้นั่งสวดมนต์เพ่งพินิจไปที่บทสวดจะได้ลืมความเจ็บปวด สุดท้ายตาย “นี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบมืออาชีพ เพราะปัญหาแบบนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ต้องร่วมกันทุกกระทรวง อย่ามาแบ่งว่าเป็นกระทรวงของพรรคไหน หากแก้ปัญหาที่มาจากการเผาก็ต้องยุติการเผาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด” 

สว.นันทนา กล่าวด้วยว่า โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำเลยอันดับหนึ่ง เพราะการเผาเกิดจากห่วงโซ่การผลิตของเกษตรกร เผาเมื่อเตรียมปลูกใหม่ เผาเพื่อส่งอ้อย ข้าวโพด เข้าโรงงาน เผาเพื่อทำลายซัง กระทรวงเกษตรฯ ต้องคุมเข้มไม่ให้มีการเผาทุกขั้นตอน ใครเผาขึ้นแบล็คลิสต์ ตัดความช่วยเหลือทุกอย่างจากรัฐ 

ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมต้องควบคุมการหีบอ้อย การผลิตอาหารสัตว์จากข้าวโพดไม่ให้มีการเผาในทุกกรณี หากโรงงานไม่ปฏิบัติตามก็ดำเนินการตามกฎหมายไม่มีการเกี้ยเซี๊ยกัน กระทรวงพาณิชย์ ควบคุมการซื้อขายผลิตผลทางการเกษตรต้องไม่มาจากการเผาทุกรณี รวมทั้งการซื้อโภคภัณฑ์จากต่างประเทศ ต้องตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าไม่มีที่มาจากการเผาใดๆ 

กระทรวงมหาดไทยต้องใช้กลไกการปกครองส่วนภูมิภาคตรวจจับการเผาทุกกรณี และลงโทษทางกฎหมายสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศต้องเจรจากับประเทศในอาเซียนให้ปฏิบัติตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน นี่คือตัวอย่างข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ปัญหาฝุ่นฝุ่น PM 2.5

“ประเทศนี้ไม่ใช่ของรัฐบาล เราทุกคนเป็นเจ้าของประเทศร่วมกันหน้าที่ของ สว. คือการตรวจสอบถ่วงดุลและเสนอแนะแนวทางแก่รัฐบาลเพื่อให้บริหารประเทศไปถูกทางแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างถูกจุด จึงขอวิงวอน สว.ทุกท่านว่าเห็นแก่ประชาชนที่จ่ายเงินเดือนให้กับเราทุกคน ขอให้รับญัตตินี้แล้วช่วยกันอภิปรายระดมสมองหาทางอกในวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ส่งต่อไปให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป”

จากนั้นเปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น ซึ่ง สว.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับญัตตินี้ และต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาโดยด่วน เพราะถือว่ามีผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้ภายหลังการอภิปรายแล้วเสร็จ ที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอญัตติ และนำความเห็นของสมาชิกส่งให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป

ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์และมีความจำเป็นเร่งด่วน ดังนั้น จึงเห็นควรมอบหมายให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.)ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา รับเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วย

Senate_proposes_an_urgent_motion_to_solve_PM_2_5_dust_and_send_it_to_the_government_SPACEBAR_Photo01_116119cc04.jpg

สว.จี้ถาม ‘รัฐบาล’ สางปัญหาฝุ่นพิษ กังขาขึ้น ‘รถไฟฟ้า-รถเมล์’ ฟรี ช่วยได้จริงหรือ

วันเดียวกันนี้ ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณากระทู้ถามสดของ สุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ตั้งถามนายกรัฐมนตรีถึงแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติฝุ่น PM2.5 ว่า การยกระดับแก้ปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ ไม่แน่ใจว่า เป็นชาติไหน นอกจากฝุ่นจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ยังกระทบต่อเศรษฐกิจ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจจากฝุ่นแต่ละปีมากกว่า 4 แสนล้านบาท ถึงปัจจุบันสร้างความเสียหายไปแล้วเป็นล้านล้านบาท

“รัฐบาลมีแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างไรบ้าง การแก้ปัญหาโดยวิธีให้ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าฟรี ใช้เงิน 140 ล้านบาท แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ เพราะมีประชาชนออกจากบ้านมาใช้รถไฟฟ้าจำนวนมาก เป็นอันตรายต่อสุขภาพขึ้นไปอีก แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ลดการใช้รถยนต์ได้หรือไม่”

Senate_proposes_an_urgent_motion_to_solve_PM_2_5_dust_and_send_it_to_the_government_SPACEBAR_Photo02_70e46f7e7b.jpg

ขณะที่ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงกระทู้ถามสดแทนนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหาฝุ่น มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้มลพิษทางอากาศมาแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มอบหมายงานให้แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน

เฉลิมชัย ชี้แจงว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่นคือ 1.ยานพาหนะ 2.การก่อสร้าง3.โรงงานอุตสาหกรรม 4.การเผาของภาคการเกษตร ปัจจัยเหล่านี้ยังพอควบคุมได้ แต่ยังมีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ ฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้าน และทิศทางลมที่พัดเข้าสู่ กทม. ประกอบกับสภาพอากาศปิดทำให้เกิดฝุ่นมหาศาลช่วงที่ผ่านมา 

“นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้มีความกดอากาศสูงจากจีนเข้าสู่ภาคอีสาน อากาศจะเย็นลง 2-5องศาเซลเซียส ซึ่งลมจะช่วยผลักดันอากาศเสียออกไป ดังนั้นในสัปดาห์นี้ สภาพอากาศจะกลับมาดีขึ้น เราโชคดีที่ลมเปลี่ยนทิศ แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยภายนอกมีความสำคัญต่อสภาพฝุ่นไม่น้อยกว่าปัจจัยภายใน”

“ส่วนการลดปัญหาฝุ่นโดยให้ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าฟรีนั้น ไม่ใช่การสร้างภาพ แต่เป็นมาตรการที่เสนอมาตั้งแต่ต้น การแก้ปัญหาฝุ่นต้องเอาทุกปัจจัยมาแก้ไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องยานพาหนะ Work from home แม้จะมีผลแค่ 3-5 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องทำไปพร้อมกัน ทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่งแก้ไขไม่ได้ การทำให้ฝุ่นหมดไปเป็นเรื่องยาก แต่จะทำอย่างไรให้อยู่ในระดับไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ยืนยันว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ทำเต็มที่”

เฉลิมชัย ศรีอ่อน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์