ที่รัฐสภา นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงจุดยืนต่อกรณีที่ประชุมวุฒิสภาจะมีการโหวตเลือกองค์กรอิสระในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) ว่า ต้องฟ้องประชาชนว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางคณะที่ 26 ที่ตั้งร่วมระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ กกต.ได้สรุปสำนวมีมีนส่งไปยัง กกต.แล้ว ซึ่งมีบุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 คน หมายความว่าข้อกล่าวหามีมูลความจริง ใกล้ถึงจุด กกต.ที่ะรับรองและส่งฟ้องศาลอาญาแผนกคดีเลือกตั้ง
แต่เหตุใดวุฒิสภายังเดินหน้าที่จะเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอยู่ จึงขอฟ้องประชาชนว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะคดีงวดเข้ามาแล้ว และ ตำแหน่งที่กำลังจะลงมติในวันพรุ่งนี้คือ กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 2 ท่าน หากมีการเห็นชอบให้บุคคลเหล่านี้เข้าไปดำรงตำแหน่งจะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน เพราะ กกต.จะมีอำนาจในการส่งฟ้องศาลอาญา ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจในการไต่สวนและวินิจฉัยในเรื่องการได้มาซึ่ง สว.ที่มิชอบ
พร้อมชี้ว่า การที่ สว.เสียงข้างมากได้ทำหน้าที่ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและ กกต.ในฐานะผู้ร้อง และยังเป็นผู้ถูกร้อง แต่มีอำนาจที่จะส่งคนเข้าไปในองค์กรอิสระ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำโดยจริยธรรม โดยจิตสำนึก ควรชะลอการลงมติไปก่อน ให้คดีของท่านทั้งหลายเป็นที่ยุตตว่าบริสุทธิ์จึงค่อยกลับมาลงมติก็ยังไม่สายเกินไป แต่การเร่งรีบเพื่อให้มีการบรรจุญัตติความจริงแล้วเป็นประโยชน์แฝงเร้นให้กับตนเองและพรรคพวกของตนเอง
เนื่องจากผู้ที่ถูกกล่าวหาในคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางคณะที่ 26 มี สว.ที่ถูกกล่าวหา 138 คน เท่ากับ 3 ใน 4 ของสภาฯ หากท่านยังดึงดันที่จะลงมติเลือกคนที่จะไปพิจารณาและตัดสินคดี สิ่งเหล่านี้เหมาะสมหรือไม่ ประชาชนคงไม่อยากจะเห็นความบิดเบี้ยวของกระบวนการยุติธรรมอันเกิดขึ้นมาจากการลงมติของ สว.เสียงข้างมาก ที่ดันทุรังจะใส่คนให้เข้าไปในองค์กรอิสระพิจารณาคดีของตนเอง เป็นความขัดกันของผลประโยชน์อย่างชัดเจน
“ท่านก็รอสิ รอให้คดีของท่านสิ้นสุดก่อนแล้วต่อไปท่านจะมาลงมติก็ไม่เป็นที่สงสัย เป็นที่คลางแคลงใจของประชาชนใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นยืนยันว่าการชะลอลงมติจะทำให้ สว.สง่างาม เป็นจิตสำนึกที่ดี ท่านกำลังใช้จริยธรรมชั้นสูงในการพยุงรักษากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย จึงเรียกร้องวิงวอนให้ยุติชะลอการลงมติในการเลือก กกต.และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ออกไปก่อน ถ้าท่านตัดสินใจที่จะชะลอประชาชนจะแซ่ซ้องสรรเสริญว่า ท่านทำเพื่อประเทศชาติ แต่ถ้าท่านยังดึงดันที่จะใส่คนเข้าไปในองค์กรอิสระก็แปลว่า ท่านไม่เห็นหัวประชาชน ท่านยังดึงดันที่จะทำเพื่อประโยชน์แห่งท่านและกลุ่มของท่านเท่านั้น”
— นันทนา กล่าว
‘พิสิษฐ์’ ยัน ‘สว.’ สรรหา ‘องค์กรอิสระ’ ได้ ไร้ผลย้อนหลังหากถูกฟัน ’คดีฮั้ว‘ ชี้หากไม่ทำอาจผิด ม.157-องค์กรอิสระขาดองค์ประชุม
ขณะที่ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนในการชะลอสรรหาบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ว่า หากไม่ทำก็สุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิดในมาตรา 157 และจะทำให้องค์กรอิสระเหล่านั้นไม่ครบองค์ประชุม เกิดความล่าช้าในการพิจารณาคดี ส่วนความกังวลของนันทนาที่อาจจะมีผลกระทบ ทำให้การสรรหาเป็นโมฆะย้อนหลังนั้น ผมขอนำรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง มาอ่านให้ฟังว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้พ้นจากตำแหน่งนับตั้งแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อน ซึ่ง หมายความว่าสิ่งใดที่พวกผมได้ลงมติไป ถือว่าสมบูรณ์แล้ว ไม่มีผลย้อนหลัง ไม่เป็นโมฆะ ซึ่งที่ผ่านมานางสาวนันทนาพูดย้ำไปมาตลอด หากรวมครั้งนี้ตนเห็นว่าจะเป็นครั้งที่ 4 แล้ว แต่สุดท้ายก็คงไม่ได้มีอะไรตอบโต้กลับไป
เมื่อถามถึงความกังวลที่หากมีการสรรหาไปแล้ว จะมีช้อครหาไปยังบุคคลในองค์กรอิสระนั้น ๆ พิสิษฐ์ มองว่า ตามรัฐธรรมนูญ มันชัดเจนอยู่แล้ว เราคงห้ามใครไม่ได้ที่จะมาครหาเรา แต่อำนาจหน้าที่เรามีเต็มที่ไม่ได้ทำอะไรที่เกินว่ารัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนแนวคิดในการเลื่อนวาระสรรหาออกไปอีก 8 เดือน ซึ่งจะครบตามเวลาของคดี พิสิษฐ์ ระบุว่า หากผมไม่สรรหา ไม่รับรองขึ้นมา หาก กกต. ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ครบองค์ประชุม คดีที่ค้างพิจารณาอยู่จะเกิดอะไรขึ้น จริงๆเราก็ต้องทำหน้าที่ของเราไป
ส่วนกรณีคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 เสนอสำนวนดำเนินคดีฮั้วเลือก สว.กับ สว. และพรรคการเมืองรวม 229 คน ไปยังเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิสิษฐ์ ระบุว่า ไม่มีความกังวลอะไร กกต.ก็ทำตามอำนาจหน้าที่ สว.ก็ทำหน้าที่ของ สว. วันที่คณะกรรมการชุดที่ 16 เรียกไปชี้แจง สว.ก็ไป ทุกอย่างทำตามกฎหมาย และพร้อมชี้แจงต่อ กกต. คณะใหญ่ต่อไป




