โครงการ “สมาชิกวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร” ที่จังหวัดตราด ระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 อาจไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมลงพื้นที่ติดตามงานของวุฒิสภาเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นอีกหนึ่งเวทีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของ สว. ท่ามกลางประเด็นร้อนทั้งคดีฮั้วเลือก สว. และคดีคุณสมบัติของสมาชิกบางราย

เดิมที กำหนดการของโครงการระบุว่า มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา จะเป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง และ สว.อีกหลายคนเข้าร่วม แต่ท้ายที่สุดหลายรายแจ้งติดภารกิจราชการ ทำให้ไม่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมตามกำหนด
ขณะที่ แดง กองมา สว. ซึ่งมีชื่อเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่แรก ก็ไม่ได้เดินทางมาด้วย โดยได้แจ้งยกเลิกการเข้าร่วมเพียง 1 วันก่อนเดินทาง หลังมีข่าวว่า ศาลฎีการับคำร้องกรณีที่มีผู้ร้องว่า ขาดคุณสมบัติจากการสมัครผิดกลุ่มอาชีพ
ประเด็นดังกล่าว ทำให้การหายไปของ สว. บางรายถูกจับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกิจกรรมครั้งนี้เป็น ‘สื่อมวลชนสัญจร’ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบปะและตอบคำถามต่อสื่อมวลชน

พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิ เปิดเผยว่า เดิมมี สว. ลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 30 คน แต่เมื่อถึงวันเดินทาง มีผู้เข้าร่วมจริงประมาณ 15 คน เนื่องจากบางรายติดภารกิจลงพื้นที่ ขณะที่บางรายอาจไม่ต้องการพบสื่อมวลชน เพราะไม่ต้องการตอบคำถามเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว.
สำหรับกรณีแดงนั้น พิสิษฐ์ ระบุว่า ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่า เหตุใดจึงยกเลิกการเดินทาง แต่ยอมรับว่า อาจเกี่ยวข้องกับกรณีที่ศาลฎีการับคำร้องเรื่องคุณสมบัติ โดยแดงได้ให้การต่อ กกต. ไปแล้ว และอาจอยู่ระหว่างเตรียมตัวเพื่อชี้แจงต่อศาล
เมื่อถูกถามว่า การยกเลิกการเดินทางอาจเป็นเพราะไม่ต้องการตกเป็นข่าวหรือไม่ พิสิษฐ์ กล่าวว่า “ก็อาจจะเป็นไปได้”
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวดังกล่าว พิศูจน์ รัตนวงศ์ สว. ในฐานะตัวแทนประธานวุฒิสภา กล่าวเปิดกิจกรรมเน้นถึงความสำคัญของการสื่อสารผลงานของวุฒิสภาให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องและเข้าใจง่าย พร้อมย้ำบทบาทของสื่อมวลชนในฐานะตัวกลางระหว่างวุฒิสภากับประชาชน โดยพิศูจน์ ยังยืนยันด้วยว่า สว.ชุดปัจจุบันไม่ได้อยู่เฉย แต่ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

“ผมขอยืนยันว่าพวกเราสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ ไม่ได้อยู่เฉย ลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตลอดเวลา ทุกคนขยัน ผมเห็นแล้ว ไม่ใช่มาเยินยอกันเอง แต่สามารถมาดูได้”
ภารกิจของ สว.ที่เกาะช้าง จังหวัดตราดครั้งนี้ มีทั้งการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าและผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว และโครงการก่อสร้างถนนรอบเกาะช้าง รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ “เส้นทางบนเกาะกูดสู่ความมั่นคงตามแนวชายแดน”
แต่ขณะเดียวกัน ประเด็นทางการเมืองก็ยังคงติดตามคณะ สว. มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติส่งเรื่อง สว. 26 คน ไปยังศาลฎีกาในคดีฮั้ว ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถามพิสิษฐ์ระหว่างการพบสื่อ
แม้จะมีประชาชนไม่ค่อยพอใจ แต่จุดยืนของพิสิษฐ์ คือ ขอให้ทุกฝ่ายยึดกฎหมายเป็นหลัก มากกว่าการใช้ความรู้สึกหรือกฎเกณฑ์ที่แต่ละฝ่ายกำหนดขึ้นเอง
“วันนี้เราต้องยึดมั่นในกฎหมาย ต้องเอากฎหมายเป็นหลัก อย่าเอากฎหมู่ หรือกฎเกณฑ์ที่เราคิดเองเออเอง”
พิสิษฐ์ ระบุอีกว่า เมื่อ กกต.มีคำวินิจฉัยออกมาแล้วว่า มี สว.จำนวน 26 คนที่ต้องเข้าสู่กระบวนการศาล สิ่งที่ สว. ทำมาตลอดคือการให้ความร่วมมือ และคาดหวังว่า ทุกฝ่ายจะเคารพกฎหมายและกติกาตามรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีที่ iLaw และฝ่ายการเมืองเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีออกมาอย่างต่อเนื่อง พิสิษฐ์ ยืนยัน ไม่ได้รู้สึกกังวล โดยมองว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อมูลดังกล่าวได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากมีการนำข้อมูลออกมาโดยไม่ชอบ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับข้อถกเถียงเรื่องการที่ กกต. ไม่รับสำนวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI มาประกอบการพิจารณา พิสิษฐ์ มองว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในดุลพินิจของ กกต. พร้อมย้ำว่า การเลือก สว. เป็นกระบวนการที่ กกต. เป็นผู้ดำเนินการหลัก จึงเป็นเรื่องของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
อีกประเด็นที่พิสิษฐ์ต้องการให้ กกต. เดินหน้าคือสำนวนอื่นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สว. ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการ โดยระบุว่า เมื่อกลุ่ม สว. ที่ถูกดำเนินคดีให้ความร่วมมือกับกระบวนการแล้ว ก็อยากเห็นการดำเนินการในสำนวนอื่นอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน เมื่อถามถึง สว. ที่ถูกส่งฟ้องและได้มีโอกาสพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวหรือไม่ พิสิษฐ์ ยอมรับว่า มีการพูดคุยกับบางราย และพบว่า หลายคนยังไม่ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน เนื่องจากการแถลงของ กกต. ระบุเพียงข้อกล่าวหาในภาพกว้าง แต่รายละเอียดเชิงลึกยังไม่ปรากฏ

โครงการ สว.พบสื่อมวลชนสัญจรที่เกาะช้าง จึงมีทั้งภาพของ สว. ที่ลงพื้นที่ยืนยันการทำงาน และอีกด้านหนึ่งคือคำถามจากสื่อที่ยังคงตามติดเรื่องคดีคุณสมบัติและคดีฮั้วเลือก สว. นั่นทำให้ตัวเลขและรายชื่อของ สว.ที่จะร่วมกิจกรรมแต่กลับหายไปในภายหลัง กลายเป็นที่จับตาของสื่อมวลชน



.jpg&w=3840&q=75)
