สว.หนุนฉีก MOU 2544 ชี้กัมพูชาลากเส้นทับเกาะกูด ทำไทยเสียเปรียบ

24 เม.ย. 2569 - 13:15

  • สว.นพดล หนุนยกเลิก MOU 2544 ชี้กัมพูชาลากเส้นทับเกาะกูดผิดสากล หากยึดกฎหมาย UNCLOS พื้นที่ทับซ้อนจะลดฮวบ ปิดช่องกัมพูชาตีกินผลประโยชน์

สว.หนุนฉีก MOU 2544  ชี้กัมพูชาลากเส้นทับเกาะกูด ทำไทยเสียเปรียบ

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2569 นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเดินหน้ายกเลิก MOU 2544ว่า ขอบคุณรัฐบาลที่เห็นพ้องต้องกันกับการศึกษาของกมธ.ของวุฒิสภาชุดนี้ เพราะหลังจากที่กมธ. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิก MOU 2544 เมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เราได้ศึกษารอบคอบ รอบด้าน อย่างไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น ก็พบว่า MOU 2544 นั้นผิด เริ่มดำเนินการผิดตั้งแต่ผังในการแนบสัญญา คลาดเคลื่อนมาตั้งแต่แรก

“การที่กัมพูชาลากเส้นไหล่ทวีปมาพาดเกาะกูดของเรา และทำให้พื้นที่ทับซ้อนมีจำนวนมากถึง 16,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ทับซ้อนนี้จะไปแบ่งผลประโยชน์ทางด้านก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม ซึ่งถือเป็นหลักฐานใหญ่ชิ้นหนึ่งที่นำไปสู่การเสียเปรียบของไทย” นพดล กล่าว

นพดล กล่าวต่อว่า ถ้าเราลากเส้นตามมาตรฐานสากลตาม UNCLOS 1982 หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ซึ่งกัมพูชาก็เพิ่งเข้าไปเป็นภาคีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แม้กัมพูชาจะหลีกเลี่ยง แต่ท้ายสุดก็ต้องเข้าเป็นภาคีอยู่ดี และให้สัตยาบันในเรื่องนี้ หมายความว่าทุกอย่างจะทำตามมาตรฐานสากล

"ถ้ารัฐบาลดำเนินการยกเลิกไปตามนี้ก็ถูกต้องแล้วครับ เพราะการลากเส้นตามแนวเขตแดนสากลไทยเราจะได้ประโยชน์ อย่างน้อยพื้นที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้นใน MOU 2544 จะลดลงอย่างมากทันที หมายความว่าพื้นที่ที่กัมพูชาจะมาหาผลประโยชน์ร่วมกันจะลดลง เผลอๆ กัมพูชาอาจจะได้น้อยมากในส่วนนั้น หรืออาจแทบไม่ได้เลยก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้น การที่กัมพูชามาขอเรียกร้องแบ่งผลประโยชน์จากพื้นที่ทับซ้อนเนี่ย 50% กับ 50% ตาม MOU 2544 ถ้าเราลากตามมาตรฐานสากลตาม UNCLOS 1982 ก็จะไม่เป็นไปตามสัดส่วนนั้น" นพดล กล่าว

นพดล กล่าวด้วยว่า เกาะกูดเป็นของประเทศไทย ส่วนเกาะกงเป็นของกัมพูชา ใน UNCLOS 1982 ระบุไว้ชัดเจนว่าพื้นที่เกาะก็ถือเป็นพื้นที่ของประเทศนั้นด้วย ดังนั้น การลากเส้นจะมีเขต 12 ไมล์ทะเล และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้เป็นต้น ก็จะต้องลากออกมาจากเกาะ ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ต้องลากออกมาพอๆ กัน เส้นที่แบ่งเขตอาณาเขตทางทะเลก็น่าจะอยู่กึ่งกลางระหว่างเกาะกูดกับเกาะกง ซึ่งเป็นเส้นที่ประเทศไทยเคยลากไว้ตั้งแต่ปี 2516 และอยู่ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ 2516 แล้ว ซึ่งของเราลากเส้นใกล้เคียงหรือตามมาตรฐานสากลของ UNCLOS 1982 ตั้งแต่ปี 2516 มาแล้ว

“ยืนยันว่าหากยกเลิก MOU 2544 กัมพูชาจะมาตีกินไม่ได้ เขาไม่สามารถที่จะลากเส้นผ่าน 1 ใน 3 ของเกาะกูดได้เลย เพราะตามสนธิสัญญาสยามกับอินโดจีน หรือว่าไทยกับฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1907 ระบุในสนธิสัญญานั้นชัดเจนว่า เกาะกูดให้ตกเป็นของสยามหรือของประเทศไทย เพราะฉะนั้นเกาะกูดเป็นของไทยตั้งแต่ร้อยกว่าปีแล้ว ดังนั้นการลากเส้นในปี 2544 นั้น ย่อมไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์