มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีผลหารือของตัวแทนพรรคการเมือง เสียงเอกฉันท์ให้เลิกเลี้ยงอาหารกลางวัน สส. ตั้งแต่ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไปว่า สว.พร้อมให้ความร่วมมือ ในภาวะที่ประเทศตกในภาวะวิกฤติพลังงาน สว.ได้คุยกันว่าพร้อมให้ความร่วมมือประหยัดงบประมาณของราชการให้มากที่สุด เช่น มีมติชัดเจนให้งดเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่จำเป็น ขณะที่มาตรการประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหาร ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือประหยัดงบ เรื่องอาหารกลางวันหรืออาหารระหว่างประชุมพร้อมจะจ่ายกันเอง โดยไม่เป็นปัญหาของ สว. ทั้งนี้จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ในวันที่ 1 เม.ย. เพื่อให้รับทราบร่วมกันว่า เมื่อสภาฯ มีมติออกมา สว.ต้องดำเนินการตามแบบอย่างเพื่อบ้านเมืองของเรา อย่างน้อยเพื่อประหยัดงบประมาณ และหากทำได้ถือเป็นสิ่งที่ดี
ส่วนจะมีความชัดเจนถึงขั้นเลิกเลี้ยงอาหารสว. เลยหรือไม่ มงคล กล่าววว่า การจัดเลี้ยงเป็นเรื่องของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ทั้งนี้ต้องดูตามความจำเป็น อะไรที่ประหยัดได้จะประหยัด อะไรที่ไม่จำเป็นไม่ทำ
“สำนึกที่ต้องมีคือสำนึกคนไทยและวิกฤติของประเทศ หากประเทศตกในภาวะวิกฤติต้องร่วมมือประหยัด การใช้งบประมาณต้องทำตามความจำเป็น อะไรที่เสียสละได้ทุกคนต้องเสียสละ” มงคล กล่าว
เมื่อถามทบทวนสวัสดิการอื่นๆ เช่น ค่าสนับสนุนการเดินทาง ค่าเครื่องบิน ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยหรือไม่ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า “แล้วแต่ความจำเป็น หากจำเป็นต้องคุยกันอีกที”
ส่วนข้อเสนอให้ลดจำนวนผู้ช่วยทำงานประจำตัว สว. มงคล กล่าวว่า ขอรอฟังทางสภาฯ หากมีอะไรต้องปรึกษาหารือกัน ส่วนที่มีข้อเสนอให้ศึกษาแนวทางโดย กมธ.กิจการสภา และวิปวุฒิสภานั้น ฝั่งวุฒิสภาพร้อมให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของวิปวุฒิสภา ได้ศึกษากันอยู่ โดยวางแนวทางทำให้ประหยัดงบประมาณให้มากที่สุด และการใช้งบประมาณทุกบาท ทุกสตางค์ต้องใช้ความจำเป็นเท่านั้น จะไม่ใช้เกินความจำเป็น
เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้ยกเลิกทุนเลี้ยงชีพอดีตสมาชิกรัฐสภา มงคล ในฐานะกรรมการกองทุนเลี้ยงชีพผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา มงคล กล่าวว่า ต้องดูตามความจำเป็น ในฐานะกรรมการกองทุนฯ ทราบว่ามีอดีตสมาชิกรัฐสภา ที่ช่วยตัวเองไม่ได้อยู่จำนวนหนึ่ง บางคนไม่มีรายได้ บางคนอยู่ในภาวะเจ็บป่วย ส่วนที่มีข้อวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณสูงมากแต่ละปี มองว่า กรรมการกองทุนต้องหารือร่วมกัน โดยสรุปทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้เหตุผลและความจำเป็นไม่มีการใช้เกินกว่าความจำเป็น




