คณะสว.สำรอง นำโดย อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล เข้ายื่นคำร้องถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านและขอให้ถอดถอน ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 หลังปรากฏภาพ ร.ต.อ.ปิยะ ยืนรอต้อนรับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยยกมือไหว้แสดงอากัปกิริยาเป็นพรรคพวกกัน
อัครวัฒน์ กล่าวว่า ได้เห็นภาพ ร.ต.อ.ปิยะ ยืนรอต้อนรับและยกมือไหว้ อนุทิน บริเวณลานจอดเครื่องบิน ซึ่งเป็นพื้นที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ ทั้งนี้ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัย เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 ข้อ 74 กำหนดให้แต่งตั้งได้คณะละ 5–7 คน จากบุคคลที่มีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริต จากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ ที่เหมาะสม ส่วนข้อ 78 วรรคสอง กำหนดให้พิจารณาสำนวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม เมื่อตรวจสอบคำสั่ง กกต.ที่ 2633/2568 ลงวันที่ 16 ก.ย. 68 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 พบมีรายชื่อ 7 คน โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ เป็นหนึ่งในนั้น และภายหลังทราบว่าเป็นประธานคณะดังกล่าวด้วย
อัครวัฒน์ กล่าวอีกว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของ ร.ต.อ.ปิยะ ขาดความเป็นกลางทางการเมือง และพฤติการณ์บ่งชัดว่า เป็นเครือข่ายกลุ่มพวกเดียวกัน เพราะระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดบุรีรัมย์ ห่างกันด้วยระยะทาง หากไม่ได้เป็นพรรคพวกเดียวกัน คงไม่เดินทางไปรอต้อนรับ และไม่ใช่ประชาชนทั่วไปในการรับชมการแข่งขัน เพราะสถานที่ลานจอดเครื่องบิน บุคคลทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้
“ในทางนิตินัย ร.ต.อ.ปิยะ ไม่ได้สังกัดเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และขาดความเป็นกลางในทางการเมืองหรือไม่ ต่อการทำหน้าที่ประธานหรือคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 โดยต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ การกระทำและการแสดงออกทางการเมืองและความซื่อสัตย์สุจริต”
— อัครวัฒน์ กล่าว
อัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า จึงมายื่นคำร้องต่อประธานกกต.และคณะกกต. เพื่อคัดค้านการทำหน้าที่ของ ร.ต.อ.ปิยะ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 เพราะขาดความเป็นกลาง และมีความฝักใฝ่ทางการเมือง ที่แฝงเข้ามาเป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 โดยปรากฏชัดด้วยภาพถ่าย อากัปกิริยา และท่าทาง หากปล่อยให้ ร.ต.อ.ปิยะ ทำหน้าที่ต่อไปย่อมมีผลโดยตรงต่อการบิดเบือนคำวินิจฉัย เพราะพฤติกรรมและการกระทำบ่งชัดถึงความไม่เป็นกลางในการทำหน้าที่ ขอให้ กกต.ใช้มติถอดถอน ร.ต.อ.ปิยะ ออกจากคณะกรรมการอนุกรรมการวินิจฉัยชีขาดคำร้องและข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 โดยพลัน และห้ามยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานในสำนวนคดี ในคดีฮั้ว สว.(สำนวนกลาง ที่ 87 สว.10/2568 ) หรือห้ามไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานในสำนวนอีกต่อไป




