อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงถึงผลการพิจารณาติดตามกรณี 48 ชาวอุยกูร์ กรณีทางการไทยจะส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศ ว่า หลายฝ่ายก็กังวลว่าเขาอาจจะเผชิญอันตรายถ้าหากส่งกลับ ซึ่ง กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ สว. ได้พิจารณา ในเรื่องดังกล่าว เมื่อ 28 มกราคม โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมกันให้ข้อมูล
“สิ่งที่ กมธ.ได้พยายามทำตลอดมา คือส่งหนังสือถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3 ฉบับ เพื่อที่จะขอเข้าเยี่ยมชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ เนื่องจากได้รับทราบว่ามีคนที่กำลังอดอาหารประท้วง แต่ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม จากที่ สมช.และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชี้แจง เป็นเพราะวุฒิสภาเกี่ยวข้องกับการเมือง เราจึงได้ชี้แจงว่าวุฒิสภาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง กมธ.เองก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว กมธ.ในฐานะที่มีอิสระควรจะได้เข้าเยี่ยมคนที่อาจถูกละเมิดสิทธิ”
สว.อังคณา กล่าวอีกว่า จากข้อมูลทราบว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแจ้งว่ามีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 39 คน อยู่ที่โรงพยาบาล 1 คน เป็นผู้ป่วยหนักติดเตียงและมีแผลกดทับ ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตด้วย และมีคนหนึ่งที่อดอาหารประท้วง กมธ. ก็แสดงความห่วงใย และได้มีการแนะนำให้กาชาดระหว่างประเทศเข้าเยี่ยมและให้คำแนะนำในเรื่องของการส่งกลับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สมช.และกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ละเมิดพันธะกรณีระหว่างประเทศ รับประกันว่าจะไม่มีการผลักดันผู้ลี้ภัยหรือผู้แสวงหาที่พักพิงกลับไปเผชิญอันตราย
โดยทาง กมธ. ต้องขอขอบคุณสำหรับการยืนยันนี้ ดังนั้นการเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าไปเยี่ยมจะถือเป็นการยืนยันว่าไทยปฏิบัติตามหลักสากล แม้ว่าคนกลุ่มนี้อาจจะถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด แต่ถ้าหากว่าเชื่อว่าเขากลับประเทศต้นทางแล้วจะได้รับอันตราย ประเทศไทยก็ไม่สามารถที่จะส่งกลับได้ ไม่ว่ากรณีใด
“สิ่งหนึ่งที่เรากังวลก็คือการไม่อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าเยี่ยม ซึ่งในรายงานของผู้เชี่ยวชาญแห่งสหประชาชาติได้เรียกร้องให้ประเทศไทยตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตให้เป็นไปตามหลักสากล”
สว.อังคณา กล่าวว่า ตนหวังว่า กมธ.จะได้พูดคุยกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ที่ดูแลเรื่องความมั่นคง ตนคิดว่าเรายินดีที่จะไปพบและหารือ เนื่องจากเราก็ยืนยันว่าในฐานะวุฒิสมาชิก เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคการเมือง
“ซึ่งสภาพห้องกับแย่กว่าเรือนจำมากแล้ว ทาง กมธ.เองก็คงจะศึกษาในเรื่องการกักตัวผู้ที่เข้าเมืองผิดกฎหมายในห้องกัก เพื่อมีข้อเสนอแนะและข้อสังเกตให้รัฐบาลต่อไป”




