22 มกราคม 2567 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) มีกำหนดการต่อการพบปะกับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ซึ่งจะเดินทางมาเยือนไทยในวันที่ 7 ก.พ. นี้ และคาดว่าจะมีประเด็นการหารือถึงพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล หรือ OCA (Overlapping Claims Area)ไทย-กัมพูชารอบใหม่
โดยระบุตอนหนึ่งว่า “ในการเจรจาดังกล่าวอยากให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบ และตอบโจทย์ให้ครบในประเด็นพื้นที่พลังงานที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ทั้งนี้ในสมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนที่ 2 ประเทศอ้างสิทธิ ค.ศ.2001 หรือ เอ็มโอยู 2544 จัดทำขึ้นเมื่อ 18 มิ.ย. 2544 ซึ่งทำในสมัยรัฐบาของนายทักษิณ ชินวัตร แต่ในข้อเท็จจริงไม่เคยยกเลิกจริง”
สว.คำนูณ ระบุว่า ทั้งนี้ในเอ็มโอยูฉบับดังกล่าว นักกฎหมายระหว่างประเทศ อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เป็นการขีดเส้นนอกกฎหมาย ซึ่งตนขอเรียกว่าเป็นเส้นที่ทำให้ประเทศไทยถูกฮุบแหล่งพลังงาน หรือ ปิโตรเลี่ยมของไทย แม้หลายรัฐบาลพยายามเจรจา และระบุว่าไม่เกี่ยวกับเส้นแบ่งประเทศ เพราะเจรจาแค่ผลประโยชน์ทางทะเล แต่ตนมีคำถามว่าเป็นจริงหรือไม่ เนื่องจากมีรายละเอียดการขีดเส้นแบ่งเขตแดนตามเนื้อหาของเอ็มโอยู 2544 เหมือนกับถูกมัดมือชก
สว.คำนูณ ระบุด้วยว่า เมื่อรัฐบาลจะไปเจรจาควรเจรจาครอบคลุม ทั้งแบ่งเขตแดนทางทะเล และแบ่งผลประโยชน์ในปิโตเลียม โดยต้องทำให้ได้ข้อสรุปเรื่องเขตแดนก่อน จึงจะตกลงเรื่องพื้นที่เจดีเอ และแบ่งผลประโยชน์
“ทั้งนี้รัฐบาลควรจัดสินใจบนพื้นฐานเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทย โดยพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ คิดให้รอบคอบ ตอบโจทย์ให้ครบ อย่างไรก็ดีประเด็นดังกล่าวตนเตรียมรายละเอียดที่จะนำไปอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อให้รัฐบาลชี้แจง โดยไม่ลงมติต่อไป”




