กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงทิศทางการลงมติของ ส.ว.เพื่อเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และจะเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่งว่า ตำแหน่งประธานรัฐสภาไม่เกี่ยวหรือจะจูงใจให้ ส.ว.เปลี่ยนแปลงในการลงมติได้ แม้ ส.ว.จะมีความยินดีและเห็นด้วยในการสนับสนุนให้วันมูหะมัดนอร์ มาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาจากความรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่สำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ยังมั่นใจว่า ในวันลงมติจะมีพรรคการเมืองอื่น เสนอชื่อแข่งมากกว่า 1 พรรค แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า จะเป็นบุคคลใดที่จะถูกเสนอชื่อแข่ง และมั่นใจได้ว่า จะมีมากกว่า 1 คน 1 พรรคแน่นอน
ส่วนหากมีการเสนอชื่อแข่งกับพิธาแล้ว ส.ว.จะตัดสินใจโหวตให้กับคู่แข่งของพิธาเลยทันทีหรือไม่นั้น กิตติศักดิ์ ย้ำว่า การตัดสินใจไม่เลือก พิธา หรืองดออกเสียงนั้น มีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่ ส.ว.ก็ยังไม่ทราบชื่อของอีกบุคคลหนึ่งที่จะถูกเสนอชื่อแข่ง จึงจะต้องรอพิจารณาอีกครั้งว่า เป็นบุคคลใด ซึ่ง ส.ว.ก็พร้อมพิจารณา หากเป็นชื่อของแพทองธาร ชินวัตร หรือ เศรษฐา ทวีสิน 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
กิตติศักดิ์ ยังกล่าวถึงเงื่อนไขที่จะทำให้ ส.ว.ลงมติสนับสนุนให้ แพทองธาร หรือเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีว่า พรรคเพื่อไทยจะยังมัดติดอยู่กับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เช่น หากพิธา ไม่สามารถได้รับเสียงสนับสนุนที่เพียงพอจากรัฐสภาที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และพรรคก้าวไกลก็ยังคงผูกติดอยู่กับพรรคเพื่อไทย แม้พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อแคนดิเดตของพรรคฯ ทั้ง 2 ส.ว.ก็ไม่ยอมรับได้ แต่หากพรรคเพื่อไทยสลัดออกจากพรรคก้าวไกล เพราะพิธาไม่ได้รับเสียงรับรองจากรัฐสภาแล้ว พรรคเพื่อไทยก็จะต้องแยกตัวออกมาชัดเจน และจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลใดต่อนั้น วุฒิสภาก็ไม่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมย้ำว่า ส.ว.ต้องการให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ ใช่ไม่ว่า เมื่อไม่มีพรรคก้าวไกลแล้ว ส.ว.ก็ยังคงไม่สนับสนุนบุคคลใด ซึ่งก็จะเป็นปัญหาของบ้านเมืองต่อไป เพราะฉะนั้น เมื่อพรรคเพื่อไทยสลัดพรรคก้าวไกลออกไปแล้ว ก็มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย จะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว.
ส่วนการแถลงข่าวระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลที่พรรคเพื่อไทย จะต้องสนับสนุนให้พิธาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ โอกาสที่จะเกิดการประชุมรัฐสภาหลายครั้ง และพิธาก็ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาที่เพียงพอสักครั้ง จนทำให้พรรคก้าวไกลยอมถอนตัวไปเองนั้น กิตติศักดิ์ เชื่อว่า ผลการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้พิธา เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว และสามารถประเมินต่อไปได้แล้วว่า หากพิธาไม่ได้รับการสนับสนุน พรรคเพื่อไทย หรือพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอื่นๆ ก็คงตัดสินใจถึงการดำเนินการต่อไปได้แล้ว และเชื่อว่า พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมดได้มีการเตรียมการไว้แล้วว่า หากพิธาไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
กิตติศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่หากพรรคเพื่อไทย สลัดพรรคก้าวไกลออกจากสมการการจัดตั้งรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้านแล้ว แต่ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกของพรรคฯ ก็ได้รับเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ จะทำให้เกิดปัญหาในการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในอนาคตหรือไม่ว่า ไม่กระทบแน่นอน เพราะตามหลักการ ประธานสภาและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว ก็จะต้องถอนตัวจากพรรคที่สังกัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการทำหน้าที่ เพราะหาก ประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ เอนเอียง ก็เชื่อว่า จะไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ดังนั้น จึงจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ และกฎหมายอย่างชัดเจน ไม่บิดเบือนระเบียบ หรือกฎหมาย
ส่วนหากมีการเสนอชื่อแข่งกับพิธาแล้ว ส.ว.จะตัดสินใจโหวตให้กับคู่แข่งของพิธาเลยทันทีหรือไม่นั้น กิตติศักดิ์ ย้ำว่า การตัดสินใจไม่เลือก พิธา หรืองดออกเสียงนั้น มีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่ ส.ว.ก็ยังไม่ทราบชื่อของอีกบุคคลหนึ่งที่จะถูกเสนอชื่อแข่ง จึงจะต้องรอพิจารณาอีกครั้งว่า เป็นบุคคลใด ซึ่ง ส.ว.ก็พร้อมพิจารณา หากเป็นชื่อของแพทองธาร ชินวัตร หรือ เศรษฐา ทวีสิน 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
กิตติศักดิ์ ยังกล่าวถึงเงื่อนไขที่จะทำให้ ส.ว.ลงมติสนับสนุนให้ แพทองธาร หรือเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีว่า พรรคเพื่อไทยจะยังมัดติดอยู่กับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เช่น หากพิธา ไม่สามารถได้รับเสียงสนับสนุนที่เพียงพอจากรัฐสภาที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และพรรคก้าวไกลก็ยังคงผูกติดอยู่กับพรรคเพื่อไทย แม้พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อแคนดิเดตของพรรคฯ ทั้ง 2 ส.ว.ก็ไม่ยอมรับได้ แต่หากพรรคเพื่อไทยสลัดออกจากพรรคก้าวไกล เพราะพิธาไม่ได้รับเสียงรับรองจากรัฐสภาแล้ว พรรคเพื่อไทยก็จะต้องแยกตัวออกมาชัดเจน และจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลใดต่อนั้น วุฒิสภาก็ไม่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมย้ำว่า ส.ว.ต้องการให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ ใช่ไม่ว่า เมื่อไม่มีพรรคก้าวไกลแล้ว ส.ว.ก็ยังคงไม่สนับสนุนบุคคลใด ซึ่งก็จะเป็นปัญหาของบ้านเมืองต่อไป เพราะฉะนั้น เมื่อพรรคเพื่อไทยสลัดพรรคก้าวไกลออกไปแล้ว ก็มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย จะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว.
ส่วนการแถลงข่าวระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลที่พรรคเพื่อไทย จะต้องสนับสนุนให้พิธาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ โอกาสที่จะเกิดการประชุมรัฐสภาหลายครั้ง และพิธาก็ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาที่เพียงพอสักครั้ง จนทำให้พรรคก้าวไกลยอมถอนตัวไปเองนั้น กิตติศักดิ์ เชื่อว่า ผลการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้พิธา เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว และสามารถประเมินต่อไปได้แล้วว่า หากพิธาไม่ได้รับการสนับสนุน พรรคเพื่อไทย หรือพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอื่นๆ ก็คงตัดสินใจถึงการดำเนินการต่อไปได้แล้ว และเชื่อว่า พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมดได้มีการเตรียมการไว้แล้วว่า หากพิธาไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
กิตติศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่หากพรรคเพื่อไทย สลัดพรรคก้าวไกลออกจากสมการการจัดตั้งรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้านแล้ว แต่ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกของพรรคฯ ก็ได้รับเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ จะทำให้เกิดปัญหาในการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในอนาคตหรือไม่ว่า ไม่กระทบแน่นอน เพราะตามหลักการ ประธานสภาและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว ก็จะต้องถอนตัวจากพรรคที่สังกัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการทำหน้าที่ เพราะหาก ประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ เอนเอียง ก็เชื่อว่า จะไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ดังนั้น จึงจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ และกฎหมายอย่างชัดเจน ไม่บิดเบือนระเบียบ หรือกฎหมาย




