‘สว.เลิศรัตน์’ เบรกซักฟอกรัฐบาล ม.153 ชี้ยังเร็วไปไม่มีทวนที่จะทิ้ง!

8 ม.ค. 2567 - 14:25

  • ‘สว.เลิศรัตน์’ แตะเบรคซักฟอกรัฐบาลตาม ม.153 ชี้ยังเร็วไป ขอผ่านสิ้นปีงบประมาณก่อน

  • ข้องใจทำไมไม่อภิปรายรัฐบาลที่แล้วที่ทำงานมา 4 ปี แต่กลับจะอภิปราย ‘รบ.เศรษฐา’ ที่ทำงานมา 3 เดือน

Senator_Lertrat_brakes_the_government_debate_on_Section_153_it_still_too_early_SPACEBAR_Hero_a93bd0ab2f.jpg

รัฐสภา (8 มกราคม 2566) พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่วุฒิสภาเตรียมขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ว่า ตอนนี้ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างและยังไม่เห็นรายละเอียดว่า สว. ส่วนใหญ่ติดใจเรื่องอะไร จึงต้องขอความชัดเจนก่อน เพราะต้องใช้รายชื่อ สว. 84 คน ลงนามเพื่อเปิดขอเปิดอภิปราย ซึ่งถือว่าไม่ใช่จำนวนที่น้อย

“ก่อนหน้านี้ก็ได้พูดคุยกับเพื่อน สว. บางคนบอกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วทำงานมา 4 ปีทำไม สว.ไม่เปิดอภิปรายเลย รัฐบาลชุดนี้ทำงานมา 3 เดือนกว่า กลับจะเปิดอภิปรายแล้ว ดังนั้นก็ต้องดูประเด็นว่าจะใช้มาตรานี้หรือไม่” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะให้เวลารัฐบาลทำงานนานแค่ไหนถึงสมควรที่จะเปิดการอภิปราย พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ขอให้สิ้นปีงบประมาณนี้ไปก่อน แต่พวกตนก็คงไปก่อนเหมือนกัน ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าการเปิดอภิปรายตอนนี้ยังเร็วไป 

เมื่อถามย้ำว่า การเปิดอภิปรายครั้งนี้ถือเป็นการทิ้งทวนของ สว. หรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวติดตลกว่า “ผมไม่มีทวนที่จะทิ้ง”

วุฒิสภาจ่อตั้ง ‘กมธ.งบฯ ปี67’ เกาะติดทำงานคู่ขนาน สส. เหตุงบฯ ผ่านล่าช้า

พล.อ.เลิศรัตน์ ยังกล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ว่า เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2567 กระบวนการถือว่าช้ามาก ทำให้มีเวลาทำงานน้อย ตามกำหนดการต้นเดือนเมษายน จะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรในช่วงต้นสัปดาห์ และต้องส่งให้ สว. พิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 9-10 เมษายน เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประมาณวันที่ 17 เมษายน

“กรอบเวลาของ สว. ในการพิจารณามีน้อยมาก แค่ 6-7 วัน ด้วยเหตุนี้ ประธานวุฒิสภาจึงมีดำริให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 โดยในส่วนของวุฒิสภาจะตั้งพรุ่งนี้เช้า (9 ม.ค.) จำนวน 41 คน มีทั้งจาก กมธ.วิป และมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 5 คน และจะเริ่มประชุมตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. คู่ขนานไปกับ กมธ. ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะช่วยให้ส่วนราชการด้วยได้มาชี้แจงคู่ขนานกันไปอย่างสะดวก”

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวต่อว่า ประมาณวันที่ 20 มีนาคม กมธ.ฯ ของ สว. ก็จะจบการพิจารณาพร้อมกับ กมธ.ฯ ของสภาฯ จากนั้นจึงเข้าสู่การแปรญัตติ และนำเข้าสู่วุฒิสภาเพื่อเปิดอภิปรายงบประมาณในวันที่ 9 เม.ย. ต่อไป เพื่อให้ข้อเท็จจริงและรู้รายละเอียดเพียงพอ ซึ่งตอนนี้ทยอยแจกเอกสารรายละเอียดไปแล้ว เพื่อให้สมาชิกทยอยมารับ

เมื่อถามถึงภาพรวมของงบประมาณ ปี 2567 พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า แม้จะมีข้อจำกัดมาก แต่รัฐบาลก็ดันวงเงินไปได้ถึง 3.48 ล้านล้าน ประเด็นแรกมองว่างบลงทุนเพียง 20% อาจไม่มากพอที่จะผลักดันประเทศให้พ้นจากปัญหา รวมถึงการดัน GDP ให้ถึง 5% ตามที่รัฐบาลมุ่งหวัง ด้วยงบที่จัดสรรมาอาจยังน้อยไป รวมถึงเข็มมุ่งในทางนโยบายของรัฐบาลก็ยังไม่สะท้อนออกมาในงบประมาณเท่าที่ควร 

ส่วนใหญ่งบทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 9% จากปีที่ผ่านมา จึงเป็นการกระจายออกไปทั่ว ดังนั้นการผลักดันนโยบายต่างๆ เช่นโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ก็ต้องไปหวังพึ่งกลไกภายนอก เช่น พ.ร.บ.เงินกู้ จึงได้แต่หวังว่างบประมาณปี 2568 ที่จะออกมาไม่นานนี้ จะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น

เมื่อถามถึงแนวโน้มของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ก็คงต้องรอวันที่รัฐบาลจะออกมาชี้แจงว่าคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นอย่างไร แต่ก็ยังมีหลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ตอนที่รัฐบาลคิดนโยบายนี้อาจจะยังอยู่ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ จึงกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินให้ประชาชนไปใช้สอย ซึ่งหลายประเทศในโลกก็ทำ 

“แต่ถึงวันนี้วิกฤตของเศรษฐกิจก็ยังไม่เลวร้ายนัก เงินเฟ้อต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่นักเศรษฐศาสตร์โลกประมาณการไว้ ดังนั้นการจะเอาเงิน 500,000 ล้านบาทไปแจกประชาชน หากปีหน้าหรือปีถัดไปเกิดขึ้นมาก็จะเป็นปัญหา จึงอยากให้รัฐบาลคิดอีกครั้งว่าจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปหรือไม่” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์