นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอตัวชิงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า จะลงสมัครชิงตำแหน่งหรือไม่ ขอเวลาคิดอีก1-2วัน ต้องรอดูจะมีเสียงสนับสนุนจากเพื่อนสว.มากน้อยแค่ไหน ถ้ามีเสียงเพียงพอก็ยินดีทำหน้าที่ เพราะเคยเป็นสส.ทำหน้าที่ในสภาฯ มา 4 ปี คิดว่าสามารถทำหน้าที่ได้ แต่ถ้ามีเสียงไม่พอก็คงไม่ลง ขอรอดูสถานการณ์ใกล้ๆ วันที่ 23 ก.ค.ที่จะเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภาอีกที แล้วค่อยตัดสินใจ ถ้ามีแนวโน้มมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ ค่อยมาพิจารณาอีกครั้ง
“การรวมกลุ่มประชุมของกลุ่มสว.อิสระ เมื่อวันที่18ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นการไปสร้างสัมพันธ์ ทำความรู้จักกัน การรวมกลุ่มกันเพื่อทำความรู้จักกันในการทำงานให้มีความราบรื่นเท่านั้น ไม่ได้ต้องการไปล็อบบี้ต่อรองตำแหน่ง ผมพร้อมพูดคุยกับทุกกลุ่ม เพื่อความสามัคคีการทำงาน เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน” นพดล กล่าว
ด้านสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. กล่าวถึงกรณีสว.กลุ่มอิสระ จะเจรจากับสว.สายสีน้ำเงิน ให้เสนอชื่อบุญส่ง น้อยโสภณ สว. เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ว่า ชื่อเสียง ความรู้ความสามารถของบุญส่งมีความเหมาะสม แต่อาจไม่จำเป็นต้องมารับตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่2 สามารถไปนั่งเป็นประธานกรรมาธิการอื่น เช่น ประธานกมธ.กฎหมาย วุฒิสภา จะเหมาะสมกว่าหรือไม่ ซึ่งตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญชุดต่างๆ ในวุฒิสภา เชื่อว่าน่าจะมีการจัดสรรแบ่งโควตาไปตามสว.กลุ่มต่างๆตามความเหมาะสมมากกว่าตำแหน่งประธาน และรองประธานวุฒิสภา เพราะตำแหน่งหลักที่เป็นกลไกขับเคลื่อนการทำงานของวุฒิสภาคือ คณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ขณะที่ประธานและรองประธานวุฒิสภาจะมีบทบาทหลักเรื่องการดำเนินการประชุม และการประสานงานกับฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม ในส่วนตำแหน่งประธานกมธ.สามัญชุดต่างๆในรอบนี้คงต้องลดลงจาก 26 คณะ เพราะสว.มีลดลงจาก 250 คน เหลือ 200 คน สว.จะหารือกันอีกครั้งว่าจะลดลงเหลือกี่คณะ ส่วนความเคลื่อนไหวของสว.สายสีน้ำเงินขณะนี้ยังนิ่งอยู่ ไม่ทราบว่าจะเสนอใครเป็นประธานหรือรองประธานวุฒิสภา คงจะมีความชัดเจนช่วงใกล้วันที่ 23 ก.ค. ที่จะประชุมวุฒิสภาเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา




