‘ส.ว.’ ยอมถอย! ไม่เข้าชื่อตีความคุณสมบัติ ‘พิธา’ แย้ม ส.ส.รับไม้ต่อ

7 ก.ค. 2566 - 14:42

  • สภาสูงยอมถอย! ‘ส.ว.เสรี’ เผยไม่เข้าชื่อตีความคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ ‘พิธา’ แล้ว

  • ชี้ควรปล่อยเป็นเรื่องกระบวนการสภาฯ เหตุอาจมี ส.ส.จ่อเข้าชื่อตรวจสอบ

  • พร้อมแย้มแนวทางโหวต หากรอบแรกไม่ผ่าน แต่รอบสองยังเสนอชื่อคนเดิม

senator_not_submitted_to_interpret_Pita_prime_ministerial_candidate_qualifications_SPACEBAR_Hero_218541a198.jpeg
เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เปิดเผยว่า จากที่ได้ระบุถึงการศึกษาในแนวทางการเข้าชื่อ ส.ว. ที่จะยื่นตีความคุณสมบัติของบุคคลที่เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ นั้นล่าสุดเห็นว่า ไม่ใช่แนวทาง และไม่เหมาะสม รวมถึงไม่ควรทำ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทราบว่าจะมี ส.ส.ที่อาจเข้าชื่อเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นคุณสมบัติของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ จึงควรปล่อยให้กระบวนการเป็นเรื่องของสภาฯ  

ขณะเดียวกัน ทราบว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของ พิธา และเตรียมจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจน ส่วนจะดำเนินการได้ทันก่อนโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ 

ส่วนประเด็นการโหวตเลือกนายกฯ ที่มีผู้เสนอว่าไม่ควรนำประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือคุณสมบัติ พิธา มาตั้งแง่ เพราะเป็นคนละเรื่องกันนั้น เสรี ระบุว่า ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ กำหนดหน้าที่ให้สมาชิกรัฐสภา ให้ความเห็นชอบ ไม่ใช่แค่เลือก หรือไม่เลือก ดังนั้น กรณีจะให้ความเห็นชอบ ต้องพิจารณารายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน  

ส่วนที่บางฝ่ายอ้างว่า ส.ว.สามารถใช้อำนาจยับยั้งการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตอนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภานั้น มองว่าไม่สามารถรอให้ถึงตอนนั้นได้ เพราะ ส.ว.ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เนื่องจากทราบเจตนาของผู้เสนอแก้ไข ว่าต้องการใช้เป็นเวทีเพื่อเปิดช่องวิพากษ์วิจารณ์สถาบันเบื้องสูง 

สำหรับกรณีที่โหวตนายกฯ รอบแรก แต่ พิธา ไม่ได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา จะทำให้เกิดสถานการณ์พลิกขั้วการเมืองหรือไม่นั้น เสรี มองว่าเกิดได้ทุกอย่าง เพราะขึ้นอยู่ ส.ส.ไปจัดทัพ รวบรวมคะแนน ซึ่งอาจทำให้เกิดการพลิกขั้ว หรือเปลี่ยนข้างได้ทั้งสิ้น และเชื่อว่าการเมืองหลังจากนั้นจะไม่อ่อนแอ 

เมื่อถามถึงกรณีที่ ส.ว.มีความเห็นว่าให้ปัดตกชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่โหวตไม่ผ่านในรอบแรก เสรี ยืนยันว่า ตามกติกาไม่มีสิ่งใดห้าม แต่อยู่ที่ความเหมาะ ความควร หากคนที่รัฐสภาไม่เห็นชอบในรอบแรก จะเสนอกลับมาอีกเพื่ออะไร หากทำเช่นนั้น อาจทำให้เกิดภาพได้ว่ามีการล็อบบี้กันเกิดขึ้นหรือไม่ ทั้งที่คะแนนรอบแรกปรากฏชัดเจนอยู่แล้ว หากรอบแรกไม่ได้ รอบต่อไปต้องเปลี่ยนคน 

“หากรอบสอง พรรคการเมืองยังเสนอชื่อคนเดิม ส.ว.ไม่จำเป็นต้องประท้วงหรือวอล์กเอาต์ แค่นั่งบนเก้าอี้และงดออกเสียงก็เพียงพอ และมีค่าเท่ากัน” เสรี กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์