สว.ยืนยัน! ไม่มีข่มขู่ให้ถอนชื่อส่งศาล รธน.

19 ส.ค. 2568 - 10:53

  • ‘อลงกต’ ถาม ถ้าในเข่งงบประมาณ มีปลาเน่า 20 ตัว สว.ควรให้ผ่านหรือไม่ ขณะที่ ‘พิสิษฐ์’ ยัน วุฒิสภาขวาง ไม่เป็นความจริง บอก ส่วนตัวให้ผ่าน เหตุถ้างบคว่ำ จะเป็นปัญหาของประเทศ

  • ยืนยัน ไม่มีข่มขู่ สว.ถอนชื่อส่งศาล รธน. การันตีไม่มีถึงขั้นทำร้ายร่างกายฝั่ง สว.เสียงข้างน้อย ย้อนถามคิดเองเออเองหรือไม่ ลั่น สภาชุดนี้ใช้ปัญญา ไม่ได้ใช้กำลัง

  • ขณะเดียวกัน ไม่ขอก้าวล่วงศาลรธน.คดีคลิปเสียง ‘ฮุนเซน’ เชื่อรัฐบาลบอบบาง หลัง ‘นายกฯ อิ๊งค์’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ กระทบหลายด้าน เช่น ความมั่นคงชายแดน มอง ปัญหาสื่อสารไทยยังล่าช้า ตอบโต้ไม่ทัน ตอบไม่ได้สถานการณ์ปัจจุบันปูทางเลือกตั้งใหม่ โยน เป็นหน้าที่ฝั่งสส.

สว.ยืนยัน! ไม่มีข่มขู่ให้ถอนชื่อส่งศาล รธน.

อลงกต วรกี สว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วุฒิสภา กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ.2569 ว่า เราเจอตัวเลขบางอย่างที่น่าสงสัย เช่น ในส่วนของกรมฝนหลวง ที่พบว่าการรับงบประมาณในแต่ละปีนั้น ไม่สามารถส่งรายงานกระบวนการการทำให้เกิดฝนได้ หรือในส่วนของกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่มีการจ้างทนายร้อยล้าน ทั้งนี้ จึงอยากถามว่าหากในเข่งของงบประมาณมีปลา 1,000 ตัว แล้วมีปลาเน่าอยู่ประมาณ 20 ตัว เราควรที่จะรับเข่งนี้หรือไม่

“อยากถามประชาชนว่า อยากจะให้เรารับทั้ง 1,000 ตัวผ่าน โดยที่มีตัวเน่า 20 ตัว หรือกับกรณีที่ไม่ผ่านทั้งหมด ความเห็นส่วนตัว ผมฟังเสียงประชาชน หากจะเอาตามหลักการคือ เป็นส่วนน้อย แต่อีกด้านคือ ในเมื่อมีตัวเน่าแล้วก็จะเหม็นทั้งข้อง จะไม่ผ่าน”

อลงกต กล่าว

อลงกต กล่าวต่อว่า ในส่วนของงบประมาณที่จัดสรรให้องค์การมหาชนต่างๆ เราพบว่ามีเกินครึ่งที่ลักษณะงานซ้ำซ้อนกับระบบราชการ องค์การมหาชนบางส่วนยังมีความจำเป็นอยู่ และเห็นว่า งบประมาณจำนวนกว่าหมื่นล้านบาทที่เป็นปัญหา นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณในส่วนของกองทุนหมุนเวียนอีกประมาณแสนล้านบาท ที่มีการดูดจากงบประมาณเข้าไป ซึ่งหากเหลือก็จะอยู่ในกองทุนหมุนเวียนเลย รวมถึงเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่เมื่อมีการร้องเรียนคดีต่างๆ แล้วมีการส่งฟ้องคดีไปเท่าไหร่ เอาจำนวนคดีมาการกับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร จึงอยากให้ประชาชนส่งเสียงกันมาว่าคิดเห็นอย่างไรบ้าง

เมื่อถามว่า หากสว.ไม่รับจะต้องส่งกลับให้สส.พิจารณาใหม่ใช่หรือไม่ อลงกต กล่าวว่า เราฟังเสียงประชาชน อยากให้พวกท่านส่งเสียงให้ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร สิ่งที่อยากฝากให้ประชาชนพิจารณาคือในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ควรที่จะอนุมัติงบประมาณเร็วที่สุด แล้วในเข่งงบประมาณ 1,000 ตัว หากมีปลาเน่าอยู่ 20 ตัว ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร แต่ในส่วนตัว อยากให้ผ่าน หากมีส่วนใดแจ้งกลับมามายังวุฒิสภา เราก็ยินดีรับฟัง

ด้าน พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. กล่าวถึงกระแสข่าวที่วุฒิสภา​เตรียมจะขวางงบประมาณปี 2569 โดย​ยืนยันว่า​ ไม่เป็นความจริง​ เพราะวุฒิสภาพึ่งได้รับร่างงบประมาณ​มา และการพิจารณาของสว.ต่างจาก สส.​ โดย​ สว.จะแบ่งออกเป็น​ 4 ภัย​ คือ 1.ภัยเศรษฐกิจ 2.ภัยความมั่นคง​ 3.ภัยธรรมชาติ​ และ​ 4.ภัยสังคม โดยยอมรับว่ าถ้าดูจากร่างงบประมาณแล้ว ไม่ได้สะท้อนการแก้ไขปัญหาทั้ง 4 ด้าน​ แต่ส่วนตัวก็อยากให้งบผ่าน เพราะหากไม่ผ่านจะกลายเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน​ และทำให้การเบิกจ่ายหยุดชะงัก​ แต่หากดูการจัดสรรงบประมาณก็ต้องยอมรับว่า แย่จริงๆ​ ไม่ได้สะท้อนปัญหาที่แท้จริง​

“ข่าวที่บอกว่า วุฒิสภาจะคว่ำงบประมาณ แต่ส่วนตัวยืนยันว่า ยังอยากให้ผ่าน​ แม้อาจจะไม่ตอบโจทย์  แต่ถ้าไม่ผ่านขึ้นมา จะสะดุดเลย ภาพรวมของประเทศจะมีปัญหา”

พิสิษฐ์ กล่าว

พิสิษฐ์​ กล่าวต่อว่า​ ส่วนกรอบการพิจารณาจะเร่งเต็มที่ให้ทันตามกฎหมาย เป็นไปได้ก็ประมาณสิ้นเดือนนี้​

พิสิษฐ์ ในฐานะโฆษกวิปวุฒิสภายังกล่าวถึง กรณีที่​ สว.เสียงข้างน้อย​ ออกมาโวยว่า ถูกข่มขู่หลังล่ารายชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้สว. 136 คน​ หยุดปฏิบัติหน้าที่​ว่า​ ไม่มีการข่มขู่​ การันตีได้เลย​ และไม่มีการจ่ายเงินเราเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้รับเลือกมาจากพี่น้องประชาชนกลุ่มอาชีพ​ และเชื่อมั่นว่า ทุกคนมาโดยสุจริต จึงเชื่อว่า ไม่มีใครจะไปข่มขู่หรือจ่ายเงิน​

เมื่อถามว่า​ มีลักษณะที่ว่าโทรไปข่มขู่ให้ถอนชื่อออก​  พิสิษฐ์ กล่าวว่า​ เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่ความเป็นจริง ไม่มีการข่มขู่ ไม่มีการโทร​ ล่าสุดคนที่อยู่ในรายชื่อก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแล้วว่า เข้าใจผิดในสาระสำคัญ​ จึงจำเป็นจะต้องถอนชื่อ ส่วนการปลอมลายมือชื่อได้ลงบันทึกประจำวันและแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ดำเนินการตามกฎหมาย ให้ทางสำนักเลขาธิการวุฒิสภาเป็นผู้จัดการ

ทั้งนี้ เวลาเสียงข้างน้อยเสนออะไรในที่ประชุม​ ก็มีการแสดงความไม่พอใจ​ บางครั้งถึงขั้นจะทำร้ายร่างกาย​ พิสิษฐ์ ถึงขั้นร้องโอ้ย ก่อนจะยืนยันว่า​ เรื่องแบบนี้ไม่มีจริงๆไม่มีการจะทำร้ายร่างกาย เป็นสภาที่ไม่ได้ใช้กำลังใช้ปัญญา คิดว่า​ ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน ส่วนคนที่กล่าวแบบนั้น อาจเป็นเรื่องส่วนตัวที่คิดเอง เออเอง แต่ส่วนตัวการันตี​ ได้เลยว่า​ ไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน

ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมจะวินิจฉัย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซนในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ พิสิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่อาจจะก้าวล่วงได้ แต่ถ้าถามว่า ตอนนี้รัฐบาลบอบบางไหม ก็แน่นอน การที่นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องส่งผลกระทบต่อหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างตอนนี้ที่เรามีปัญหาเรื่องชายแดน เรื่องความมั่นคงเรื่องการต่างประเทศ และปัญหาที่ชัดเจนตอนนี้ คือปัญหาด้านการสื่อสารของประเทศไทยค่อนข้างอ่อน ต่างประเทศลงข่าวโจมตีประเทศไทยในหลายเรื่อง แต่ทางเราตอบโต้ช้าหรือตอบโต้ไม่ทันมากกว่า

ทั้งนี้ จากสถานการณ์เหมือนเป็นการปูทางไปถึงการเลือกตั้งหรือไม่ พิสิษฐ์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ เราทำหน้าที่ตรงนี้ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมองว่า ร่างงบประมาณรายจ่ายปี 69 ก็ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรมาแบบฉลุย ก็คิดว่า ไม่น่าจะมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ ดังนั้นคดีของนายกรัฐมนตรีก็เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์