‘เปรมศักดิ์’ จวกยับ ‘สว.ตัวตึง’ ใช้สารพัดวิชามารขู่กดดัน

8 ส.ค. 2568 - 11:13

  • ‘เปรมศักดิ์’ จวกยับ ‘สว.ตัวตึง’ ใช้สารพัดวิชามารขู่กดดันถอนชื่อในคำร้องส่ง ‘ศาล รธน.’ ฟัน ‘136 สว.เอี่ยวคดีฮั้ว’

  • ซัดใช้อำนาจในเงามืด กดขี่คนยืนข้างประชาชน เพื่อความถูกต้อง

  • ถามกลับ ‘ประธานวุฒิฯ’ ทำไม 2 มาตรฐาน ตรวจสอบช้า ที ‘มุ้งใหญ่สีน้ำเงิน’ เร่งด่วนจี๋

‘เปรมศักดิ์’ จวกยับ ‘สว.ตัวตึง’ ใช้สารพัดวิชามารขู่กดดัน

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างอยู่ต่างประเทศว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อสว. เพื่อยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสว.ทั้ง 136 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 113 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ สว.ทั้ง 136 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วน เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย จากกรณีที่คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปสำนวนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 โดยได้รับแจ้งรายว่า รายชื่อในคำร้องไม่ครบทำให้ตกไป

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา โดยนาวาตรีและ นันทนา นันทวโรภาส เป็นช่วงที่เดินทางไปดูงานที่ประเทศมาเลเซียกับ ป.ป.ช. ระหว่างวันที่ 5-8 สิงหาคม จึงไม่ได้ร่วมยื่นคำร้องด้วย แต่ได้ประสานเพื่อน สว.ยื่นเรื่องถึงประธานวุฒิสภา รายชื่อตอนยื่นครบแล้ว 21 คน ครบ 1 ใน 10 สามารถยื่นได้ แต่ได้รับแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาภายหลัง ต้องระงับคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรายชื่อ สว.ไม่ครบ 1 ใน 10 เพราะมีสว.ที่ลงชื่อแล้วมาถอนชื่อในภายหลัง ซึ่งการถอนชื่อครั้งนี้ มีเบื้องหลังแน่นอน แม้จะอ้างเหตุผลอะไรก็ตาม แต่อยากให้ประชาชนได้ติดตามเหตุผลลึกๆ ที่แท้จริง

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้รับทราบจากสว.หลายคนที่ร่วมลงชื่อในกลุ่มสว.อิสระว่า มีความพยายามจากจาก สว.ที่มีรายชื่อถูกร้องเรียนได้โทรมาล็อบบี้ ให้ถอนชื่อ เพื่อให้จำนวนผู้ลงชื่อไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ  โดยอ้างเชิงข่มขู่ว่า หากไม่ยอมถอนชื่อออก จะถูกฟ้องกลับถูกดำเนินคดี จะทำให้เสียประวัติถูกบันทึกเป็นคดีความ ภายหลังสว.บางรายที่เข้าชื่อถอดถอนถูกฝ่ายตรงข้ามร้องเรียนให้กรรมการจริยธรรมสว.ตรวจสอบในบเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล พอจะไปชี้แจงกลับถูกปฎิเสธไม่ให้นำพยานหลักฐานเข้าชี้แจงอย่างไม่เป็นธรรม เสมือนเป็นการสร้างประเด็นให้หวาดกลัว หวั่นเกรงต่างๆ เพียงหวังให้ต้องยอมไปถอนชื่อออกเท่านั้น

“มีการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ สว.ถอนชื่อ ก่อนหน้านี้ก็กดดันสร้างความลังเลให้ผู้ที่ยังไม่ลงชื่อไม่กล้าร่วมลงชื่อ ใครลงชื่อแล้วก็กดดันให้ถอนชื่ออีก ผมถือว่าเป็นวิชามารทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เพื่อล้มคำร้องไม่ให้ครบตามจำนวน 20 รายชื่อและตกไปโดยอัตโนมัติ บางคนถึงขั้นโทรมาหาผม บอกว่า เขาถูกขู่ว่า ถ้าไม่ถอนชื่อจะมีของตามมา มีทั้งเรื่องในอดีตและเรื่องส่วนตัว ถูกขุดขึ้นมาคุกคาม สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การเมืองแบบมีวุฒิภาวะ แต่คือการใช้อำนาจในเงามืด เพื่อกดขี่คนที่ยืนอยู่กับประชาชน แบบนี้ยังจะเรียกว่าการเมืองในระบบได้อีกหรือ”

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในวุฒิสภาจะมีสว.ที่ทำตัวเป็นขาใหญ่ ใช้วิชามาร ทั้งกดดันในทางลับและทางแจ้ง มีขาใหญ่ในกลุ่มไลน์กลางสว. ซึ่งเป็นช่องทางติดตามข่าวสารหลักของ สว.ทุกคน ใช้การก่อกวนด้วยข้อความ เสียดสี เย้ยหยันและข่มขู่ในกลุ่มไลน์ บางคนโพสต์รูป ข้อความ เสียดสีแซะไม่หยุดวันละหลายครั้ง ใครไม่ถอนชื่อก็โดนกดดันอย่างหนัก ขู่ว่า จะมีคดีความตามมา คนที่ทนไม่ไหวก็ต้องถอย นี่มันคือการกดขี่เสียงข้างน้อยอย่างเลือดเย็น นี่คือเครื่องชี้วัดว่า มีแผนการล็อบบี้ไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เรื่องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ขอตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาถึงสองมาตรฐานในการพิจารณาคำร้องว่า คำร้องของสว.สีน้ำเงินที่ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องของแพทองธาร ชินวัตร, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมและภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถูกประธานวุฒิสภาส่งเรื่องให้ศาลในวันเดียวกันอย่างรวดเร็ว แต่พอเป็นคำร้องของ สว.กลุ่มอิสระให้ดำเนินการกับสว. 136 คนกลับถูกตรวจสอบอย่างยืดยาด ล่าช้าจนเปิดช่องให้การล็อบบี้อย่างเต็มที่ กระทั่งมีการถอนรายชื่อออกการเลือกปฏิบัติเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ทำลายความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา แต่ยังส่งสัญญาณอันตรายว่า ผู้มีอำนาจกำลังใช้กลไกในรัฐสภาเพื่อสกัดเสียงตรวจสอบ สว.กลุ่มอิสระแค่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องขอความชัดเจนจากศาล แต่วิธีที่พวกถูกจัดการ มันสะท้อนว่า ฝ่ายเสียงข้างมากในวุฒิสภาบางกลุ่ม ไม่เคารพกระบวนการประชาธิปไตยใดๆ เลย

“การที่รายชื่อไม่ครบ 20 คนนั้น ไม่ใช่ความผิดพลาดตามธรรมชาติ แต่เป็นการใช้วิชามารที่ชัดเจนในการจัดการกับสว.เสียงข้างน้อย ให้คำร้องตกไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่สว.อิสระก็ใช้สิทธิอย่างถูกกฎหมาย เช่นเดียวกับสว.สีน้ำเงินทุกประเด็น เราจะไม่หยุดที่จะสู้ต่อ แม้ว่าจะมีการถอนชื่อและกดดันอย่างหนัก พวกผมพร้อมที่จะหาสว.มาทดแทน เพื่อให้เรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์และได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นธรรม เพื่ออนาคตของการเมืองที่โปร่งใสและยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของสว. 136 คน แต่เป็นเรื่องของระบบรัฐสภาไทยทั้งระบบ ถ้าเสียงข้างน้อยไม่มีที่ยืน วันหนึ่งประเทศนี้จะไม่มีที่ยืนสำหรับประชาชนเช่นกัน”

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์