ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่อาคารรัฐสภา หลังกรณีสืบเนื่องจาก 'คดีฮั้ว สว.' นั้น ทำให้วันนี้มีสื่อมวลชนจำนวนมาก รอสัมภาษณ์ สว.ที่มีชื่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 26 คน รวมถึง 'มงคล สุระสัจจะ' ในฐานะประธานวุฒิสภา โดยปักหลักตั้งแต่ช่วงเช้า ที่ฝั่งวุฒิสภา ตั้งแต่โถงด้านหน้าจนถึงหน้าห้องประชุมจันทรา จนทำให้ สว.ส่วนใหญ่มีอาการแตกตื่น มีการโทรศัพท์แจ้งกันว่ามีสื่อมวลชนมารอทำข่าว จากนั้นในช่วงบ่าย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยฝ่ายอาคารสถานที่ ได้จัดตำรวจมา 1 ชุด มาตรวจสอบความเรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ จะต้องอำนวยความสะดวกเรียบร้อยในอาคารรัฐสภา
ขณะที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ที่มี 'ชีวะภาพ ชีวะธรรม' หนึ่งในรายชื่อ 26 สว. ได้มีสื่อมวลชนไปรอทำข่าวที่หน้าห้องประชุมเช่นกัน แต่ชีวะภาพไม่ได้เข้าประชุมโดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าผู้ที่จะนำประชุมคือ 'กิติศักดิ์ หมื่นศรี' รองประธานกรรมาธิการคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่แทน
ด้าน 'สุเทพ สังข์วิเศษ' สว. ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ ด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ พร้อมพูดเสียงแข็งว่าไม่โอเค ก่อนจะเดินไป ส่วน 'สมหมาย ศรีจันทร์' หนึ่งใน 26 สว. ซึ่งมาประชุมในกรรมาธิการนี้ด้วย กล่าวด้วยท่าทียิ้มแย้มว่า ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องคดี ยินดีในการเปลี่ยนแปลง ขอบคุณทุกท่าน ไม่ต้องห่วง เรายังทำหน้าที่ของเราอยู่
เมื่อถามว่า หากศาลรับคำร้องและสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะมีผลต่อการทำงานหรือไม่ สมหมาย กล่าวว่า ก็ทำตามกฏหมายเรามาตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องออกไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องห่วงขอบคุณทุกท่าน ทั้งนี้ ยังไม่ได้คุยกับทนายในการต่อสู้คดี
ส่วน 'อลงกต วรกี' ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะเตรียมข้อโต้แย้งต่อสู้คดี ในชั้นศาลฎีกา ว่า ไม่มีความเห็น ส่วนในที่ประชุมวุฒิสภาวันนี้ ได้มีการพูดคุยกับเพื่อน สว. ที่ถูกส่งฟ้องด้วยหรือไม่นั้น เป็นการปรับทุกข์ผูกมิตร พร้อมปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการสร้างกลุ่มไลน์ ไว้พูดคุยกัน ก่อนจะถามกลับสื่อมวลชนว่า ไปฟังจากใครมา
เมื่อถามว่า ยอมรับผลการตัดสินของกกต. ใช่หรือไม่ อลงกต กล่าวว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมายไม่ได้มีอะไรมากมาย เรายอมรับคำวินิจฉัยของกกต. อยู่แล้ว ต้องไปดูในกระบวนการของศาลต่อไป ย้ำว่า เป็นไปตามกฏหมาย เป็นไปตามขบวนการระเบียบกฎหมายเท่านั้นเอง ส่วนจะแปลว่าใช่หรือไม่นั้น คงมั่นใจและไม่มั่นใจ แต่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ตามระเบียบกฎหมายว่าอย่างไรก็อยู่ในกระบวนการ เมื่อกกต. มีคำสั่งฟ้องก็ต้องไปที่ศาลฎีกา ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตหรือไม่ กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหามี 427 คน แต่ถูกฟ้องไม่กี่คน และ สว.ถูกสั่งฟ้อง 26 คน นั้น อลงกต ระบุว่า เป็นหน้าที่ของกกต. ส่วนตัวยอมรับในการตัดสินใจของ กกต. จะส่งฟ้องกี่คนก็เป็นเรื่องของ กกต. เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
เมื่อถามว่าหากศาลฎีกาเรียกชี้แจงก็พร้อมใช่หรือไม่ อลงกต กล่าวย้ำว่า เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ก่อนจะถามกลับว่า คุณจะละเมิดอำนาจศาลหรือ ก็เป็นไปไม่ได้ว่าตามกฏหมาย คนที่ใช้กฎหมายคือศาล ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการของศาล ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือหยุดปฎิบัติหน้าที่ ก็เป็นไปตามคำสั่งศาล
“ผมไม่ได้เป็นผู้สูงศักดิ์ การที่ผมให้ข่าวตอนนั้น คนไปตีความว่า ผมอยู่เหนือกฎหมาย ผมว่าไปตามระเบียบกฎหมาย ท่าน กกต. มีอำนาจ เพราะเราอยู่ใต้การวินิจฉัยของ กกต. ไม่มีปัญหาอะไร”
— อลงกต กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า 26 สว. ได้พูดคุยกันหรือไม่ อลงกต ย้ำว่า ปรับทุกข์ ผูกมิตร ส่วนปรับทุกข์กันอย่างไรเพราะเห็นมีการกอดให้กำลังใจกันในห้องประชุมวุฒิสภา อลงกต ถามกลับว่า “คุณจะให้ผมหัวเราะเขาหรือไง” ไปก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เราก็ยึดระเบียบกฎหมายเท่านั้นเอง ตนเป็นตัวเล็กๆ ไม่ใช่ตัวใหญ่ ตนไม่ได้เป็นประธานกรรมาธิการแล้ว ทำไมไม่ถามประธานกรรมาธิการคนอื่นบ้าง มีอีก 4 คนที่เหลือ ก่อนจะย้ำกับสื่อมวลชนว่า ลงข่าวให้เป็นนะ ว่า ปฏิบัติตามกฏหมาย ยึดถือตามกฏหมายที่กำหนดไว้ และยอมรับการวินิจฉัยของ กกต. ต้องยอมรับสภาพตามกระบวนการ คือ ส่งฟ้องศาลฎีกา
ส่วนในระหว่างรอกระบวนการศาล พร้อมเดินหน้าทำงานต่อใช่หรือไม่นั้น ส่วนตัวกำลังจะไปประชุมคณะกรรมาธิการทหาร พวกคุณขวางผมอยู่ เดี๋ยวไปลงข่าวอีกว่า มีเรื่องมาก็ยิ้มอีก จะให้ร้องไห้หรือ ก็ว่าไปตามกระบวน อายุ 62 ปีเจออะไรมาเยอะ ตั้งแต่เป็นนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด เป็นรองผู้ว่าฯ ผู้ตรวจราชการของกระทรวง เจออะไรมาเยอะ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าคดีนี้ถือว่าหนักที่สุดในชีวิตหรือไม่ อลงกต กล่าวว่า หากย้อนดูข่าว เคยโดนม็อบขับไล่ที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่กรณีนั้นก็ฟ้องกลับแกนนำม็อบ ถูกจำคุกหนึ่งปีไม่รอลงอาญา ส่วนตัวมีทั้งเรื่องสอบวินัย โดนม็อบขับไล่ แต่ทุกอย่างก็เคลียร์ไปตามกฏหมาย เราทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย รวมทั้งตนเอง ก็ไม่ได้บอกว่าอยู่เหนือกฎหมาย องค์กรที่มีมีอำนาจตามกฎหมายคือ กกต. วินิจฉัยแบบนี้มา ก็เป็นไปตามระเบียบกฎหมายแค่นั้นเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากให้สัมภาษณ์ อลงกต ได้สอบถามผู้สื่อข่าวว่ารอพบผมคนเดียวเลยหรือนี่ พร้อมอุทานว่า “โอมายก๊อด” ก่อนจะย้ำว่า ตอบว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ผมไม่ได้ไม่สะทกสะท้าน ยอมรับคำตัดสินของกกต. และปฏิบัติตามที่กกต. มีคำวินิจฉัย แค่นั้นเอง หากถามว่าดีใจไหม เสียใจไหม ตนเฉยๆ เพราะชีวิตผ่านมาเยอะแล้ว 62 ปี เจออะไรมาเยอะ 62 ปีแล้วเฉยๆ ย้ำว่าเฉยๆไม่ได้แปลว่าไม่กลัวนะ แต่ว่าไปตามระเบียบกฎหมาย “ แค่นี้เขาก็ว่าแล้วบอกว่าอย่าไปเจอนักข่าว” ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า ใครว่าที่ไม่ให้ไปเจอนักข่าว อลงกต จึงตอบว่า เขาไม่อยากให้เจอ ก่อนจะเดินเข้าห้องไปประชุมกรรมาธิการฯ ไปทันที




