‘เสรี’ เชื่อ สว.ไม่ติดใจ ดึง ‘ก้าวไกล’ โหวตด้วย

10 ส.ค. 2566 - 13:19

  • ‘สว.เสรี’ ชี้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมพบ ‘ก้าวไกล’ มีอะไรมากกว่านั้น สันนิษฐานเป็นการสร้างความมั่นใจ

  • เชื่อ สว.ไม่ติดดึง ‘ก้าวไกล’ ร่วมโหวตด้วย ปัดตอบโหวตแคนดิเดตเพื่อไทย บอกกำลังจับตาเป็นตัวบุคคล

  • มอง 3 พรรคหลัก ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ ถ้ายังยึดแต่หลักการตัวเอง ก็ต้องง้อเสียง สว.ช่วย

Senator_Seree_believe_senator_no_problem_if_invite_Moveforword_Party_Vote_PM_together_SPACEBAR_Hero_483e24e24c.jpeg
เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีที่แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำแกนนำพรรคเพื่อไทย หารือกับแกนนำพรรคก้าวไกล เมื่อวานนี้ (9 ส.ค.) ว่าเป็นเรื่องการแสดงออกทาง การเมืองที่พรรคเพื่อไทยพยายามจะหาแนวร่วมให้ได้มากที่สุด ซึ่งส่วนตัวต้องดูต่อไปว่าจะรวมเสียงกันได้มากน้อยแค่ไหน การที่แต่ละพรรคการเมืองจะตั้งนายกรัฐมนตรีได้เราก็ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย อยู่ที่ว่าแต่ละฝ่ายที่มีในแต่ละพรรค จะยืนอยู่บนหลักการของตนเองได้มากน้อยแค่ไหน 

“ข้อเสนอและการตัดสินใจมีการเปลี่ยนไปมาตลอดในตอนนี้ สว. เราก็คงต้องคอยดูว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรครวมเสียงการเมืองให้ได้มากที่สุด ถ้ามันสามารถที่จะรวมเสียงของก้าวไกลได้ด้วย มันก็ไม่ต้องมาพึ่งพาอาศัยเสียงของ สว. ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคจะยืนหยัดในหลักการในจุดยืนของตัวเองอย่างไร” เสรี กล่าว 

เมื่อถามว่าฝั่ง สว.ไม่ติดเลยใช่หรือไม่ หากจะมีการรวมเสียงพรรคก้าวไกลมาให้พรรคเพื่อไทยในการโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไป เสรี กล่าวว่า ตนไม่ขัดข้อง เพราะเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคสามารถตกลงกันได้อยู่แล้ว และขึ้นอยู่กับว่าแต่ละพรรคจะแสดงออกกับประชาชน ไปบอกประชาชน ยืนในหลักการ และจะให้เหตุผลกับประชาชนว่าอย่างไร 

“วันนึงร่วม วันนึงไม่ร่วม วันนี้กลับมาร่วม จะให้เหตุผลกับประชาชน หรือจะกลับไปกลับมาจนถึงวันลงคะแนนหรืออย่างไรก็ต้องมีความชัดเจนให้ประชาชนเขาเห็นก่อน” เสรี กล่าว 

เมื่อถามว่า มองว่าพรรคเพื่อไทยทำอยู่คือความชัดเจนใช่หรือไม่ เสรี กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าความตั้งใจของเขาจะอยู่ระดับไหน แต่การแสดงออกทุกอย่างต้องมีเป้าหมาย และเป้าหมายที่จะทำก็คือต้องไม่ใช่ประโยชน์กับพรรคของตัวเอง 

“ไม่ใช่อยู่ดีๆก็จะเดินไปขอโทษหรือขออภัยในสิ่งที่ผ่านมา ผมว่ามันแค่โทรศัพท์คุยกันก็ได้ แต่การที่จะเดินทางไปพูดคุยเพื่อต้องการจะให้ปรากฏ ผมว่ามันก็ต้องมีเป้าหมาย ไม่ใช่จู่ๆ จะไปขออภัยในความเสียใจ ผมว่า ถ้าแค่นั้นมันอาจจะไม่เพียงพอ” เสรี กล่าว 

เมื่อถามว่า จะเป็นการลับลวงพรางหรือไม่ อาจจะมีการเชิญมาร่วมรัฐบาลภายหลัง เสรี กล่าวว่า เรื่องที่จะดึงพรรคก้าวไกลนั้น ไม่จำเป็นต้องเดินทางกันไป เดี๋ยวนี้ก็สามารถมีโซเชียลได้ สามารถโทรศัพท์ได้ สามารถทำการลับๆง่ายกว่า แต่ที่เดินทางถึงขนาดลงทุนไป ตนคิดว่า มันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น 

เมื่อถามว่า ข้อสันนิษฐานที่มากกว่านั้นคืออะไร เสรี กล่าวว่า อันดับแรกเป็นการสร้างความมั่นใจจะให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้เสียง สว.แล้ว เพราะมีเสียงพรรคก้าวไกลช่วยอยู่ ก็อาจจะเป็นได้ 

เสรี กล่าวว่า การรวมพรรคแต่ละพรรค พรรคที่มีจำนวนมาก 3 พรรค ได้แก่พรรคภูมิใจไทย พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแปร หากใน 3 พรรคการเมืองนี้เสียงยังแตกอยู่ ยังต่างฝักต่างฝ่าย ยืนในหลักการของตัวเองอยู่ มันก็จะต้องใช้เสียง สว. แต่หากสามารถเป็นหลักในการรวมกันได้ ก็อาจจะได้ 376 เสียง ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลปรากฏคะแนนได้ชัดขึ้น 

เมื่อถามว่า จะมีการโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เสรี กล่าวว่า ก็แล้วแต่ พรรคการเมืองยังมีเวลา มีอนาคต อาจจะเปลี่ยนอีกคนหนึ่ง ก็เกิดขึ้นบ่อยๆ อยู่แล้วอยู่ที่ข้อมูลที่จะปรากฏในสาธารณะว่า เป็นคนที่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือนโยบายแนวทางอะไรที่ทำให้สังคมยอมรับได้ หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลที่เสนอชื่อ 

ส่วนกังวลหรือไม่ว่า การพูดคุยกันระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ จะเป็นการปิดสวิตช์ สว. เสรี กล่าวว่า หากตกลงกันได้ก็ดี เพราะอย่างน้อยที่สุดมันก็เป็นเรื่องของ สส.ต้องไปจัดการกันเอง แล้ว สว.ก็พ้นภารกิจหน้าที่ตรงนี้ได้ไม่ยาก ขึ้นอยู่กับบรรดาพรรคการเมืองจะไปตัดสินใจที่จะรวมคะแนนกันอย่างไร ซึ่งมวลชนที่สนับสนุนแต่ละพรรคการเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยพรรคก้าวไกลก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์