รัฐสภา (29 มกราคม 2567) นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงความคืบหน้าหลังยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ต่อประธานวุฒิสภาแล้ว ว่า ประธานวุฒิฯได้นำญัตติดังกล่าวเข้าที่ประชุมวิปวุฒิสภา เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด โดยมี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อที่จะดำเนินการประสานงานกับ สว.ที่จะอภิปรายในญัตติดังกล่าว และรวบรวมประเด็นที่ สว.แต่ละคนจะอภิปราย
“ซึ่งตอนนี้ได้จัดทำแบบสอบถามเพื่อที่จะได้เห็นประเด็นที่ชัดเจนขอ สว.แต่ละคนที่จะอภิปราย และเพื่อจัดลำดับการอภิปรายให้ครอบคลุมประเด็นใน 7 ข้อ และรัฐบาลจะได้จัดรัฐมนตรีมาชี้แจง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ถ้าเป็นไปได้ขออภิปรายเดือน ก.พ. ซึ่งอยู่ที่รัฐบาลจะพร้อมและแจ้งกำหนดวันที่สะดวกในวันใด”
สว.เสรี กล่าวว่า ทางตนได้เสนอแนวทางว่าขออภิปราย 2 วัน คือวันจันทร์และวันอังคาร เนื่องจากเป็นวันประชุมวุฒิสภาอยู่แล้ว ส่วนวันอังคารอาจจะมีปัญหาเนื่องจากเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น ครม.ต้องจัดรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี จะมาชี้แจงเองก็แล้วแต่ แต่โดยเหตุผลและปัญหาแล้วนายกรัฐมนตรีควรจะมาชี้แจงเอง เพราะเป็นการอภิปรายและพูดกับรัฐบาลถ้าหัวหน้ารัฐบาลไม่มาก็อาจจะทำให้ความชัดเจนของเนื้อหาที่จะตอบไม่ครบถ้วนสมบูรณ์และไม่เห็นนโยบายที่แท้จริงของรัฐบาล ดังนั้นจึงหวังว่านายกฯ จะมาชี้แจงด้วยตัวเอง
สว.เสรี กล่าวต่อว่า ส่วนการกำหนดผู้อภิปรายมีสมาชิกมาแสดงความจำนงหลายคนเพียงแต่เราต้องการประเด็น และเวลาชัดเจน โดยผู้อภิปรายจะเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และมีข้อมูลที่จะบอกกับรัฐบาลว่าควรจะต้องทำอย่างไร เช่น นายถวิล เปลี่ยนศรี นายสมชาย แสวงการ นายคำนูณ สิทธิสมาน สว. เป็นต้น แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นหลักฐานเราจึงต้องทำหนังสือแบบฟอร์ม ให้สมาชิกแสดงความจำนงอภิปราย ซึ่งตอนนี้ สว.ที่มาแสดงความจำนงที่จะอภิปรายมีหลายสิบคนแล้ว
เมื่อถามว่าตอนนี้ตัวญัตติยังไปไม่ถึงรัฐบาล ห่วงหรือไม่ว่าจะดึงให้ไปอภิปรายพร้อมกับช่วงที่ สส.อภิปราย ซึ่งอาจจะเป็นเดือน มี.ค. หรือ เม.ย. สว.เสรี กล่าวว่า อยู่ที่สะดวก ความจริงใจ และสุจริตใจ ในการที่จะมาร่วมกันทำหน้าที่เหล่านี้ เพราะระยะเวลาที่สภาฯ จะครบสมัยประชุม คือวันที่ 9 เม.ย. ดังนั้นควรต้องดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน ก.พ.หรือ มี.ค. แต่ สว.ไม่อยากให้ชักช้า ถ้าหากอภิปรายในดือน ก.พ.ได้ ก็ถือว่าสะดวกและไม่ต้องไปเสี่ยงกับช่วงที่จะหมดสมัยประชุม
เมื่อถามว่า ล่าสุดมีความเห็นจากนิด้าโพลที่ประชาชนส่วนหนึ่งต้องการให้ชะลอโครงการดิจิทัล วอลเล็ตไว้ก่อนซึ่งสอดรับกับในญัตติของ สว.ด้วย สว.เสรี กล่าวว่า ใช่ เพราะจริงๆ เป็นเรื่องต่อเนื่องกันจากเรื่องของการแจกเงินดิจิทัล เป็นเรื่องของเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งประชาชนอยากให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ยั่งยืน ไม่เป็นภาระของประเทศ ซึ่งขณะที่ สว.ยื่นญัตติดังกล่าวรัฐบาลก็ยังยืนยันที่จะทำโครงการนี้อยู่ จึงเป็นเรื่องที่จ้องพูดคุยกันในสภาฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอย่างไร ที่ล่าสุดมีคนของรัฐบาลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์จากอธิบดีกรมการข้าว ประเด็นนี้จะนำไปสู่การอภิปรายด้วยหรือไม่ สว.เสรี กล่าวว่า ประเด็นนี้มีอยู่ในหัวข้อเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องหมูเถื่อน ตีนไก่ ที่เป็นการนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย
และต้องยอมรับว่าการบริหาราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด เกิดขึ้นในหลายภาคส่วน แม้กระทั่งประเด็นที่นำเสนอเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งนั้นรวมถึงการทุจริตของภาครัฐอยู่ในการตรวจสอบ ซึ่งเราต้องนำเรื่องเหล่านี้มาพูดกัน เพราะไม่ใช่มีแค่นี้
“จริงๆ แล้วเรื่องรับสินบน เกิดขึ้นตลอด แม้กระทั่งในช่วงเวลานี้ ประชาชนที่สัมผัสกับหน่วยงานราชการ ที่ให้บริการประชาชนถูกเรียกเงินกันมาตลอด และการเรียกเงินเขาเรียกแบบบีบบังคับ ให้ประชาชนยอมจ่ายให้ โดยมีวิธีการที่เจ้าหน้าที่เองไม่ได้เป็นคนเรียก แต่ใช้กระบวนการในการใช้อำนาจหน้าที่แล้วให้ประชาชนยอมจ่ายให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมาพูดกัน” สว.เสรี กล่าว




