ปลุก! ค้านเงินดิจิทัล แนะ รบ.ปรับช่วยกลุ่มเปราะบาง

27 ต.ค. 2566 - 15:15

  • ‘สมชาย’ ปลุก สว. ชวน สส.- ปชช. ค้านนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

  • หวังกดดันรัฐบาลเบนเป้าหันช่วย ‘กลุ่มเปราะบาง’ แทน

  • แนะปรับเกณฑ์เปลี่ยนเป็นเงินรายเดือน อุ้มกลุ่มมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

Senator_Somchai_wakes_up_Opposition_to_digital_currency_policy_SPACEBAR_Hero_94d33e87c1.jpg

รัฐสภา (27 ตุลาคม 2566) คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จัดเสวนาในหัวข้อ "หมุดประชานิยมอย่างไร ให้การเมืองไทยพัฒนา" โดย นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวตอนหนึ่งถึงโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า การเสนอนโยบายต่อประชาชนต้องรับผิดชอบ ร่วมกับความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง 

ทั้งนี้ตนสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศอยู่ในระดับประเทศที่พัฒนา แต่การดำเนินการทำให้ตนสงสัยในการดำเนินงานของรัฐบาล เพราะไม่คุ้มค่า จากที่นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (รมช.คลัง) ระบุว่าโครงการแจกเงินดิจิทัลจะเริ่มในเดือนเมษายน 2567 เหตุผลเพราะ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 จะออกในช่วงดังกล่าว และเพราะรัฐบาลไม่มีเงิน

Senator_Somchai_wakes_up_Opposition_to_digital_currency_policy_SPACEBAR_Photo01_e5ffa00f45.jpg

สว.สมชาย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าควรปรับปรุงนโยบาย โดยทยอยแบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท ให้กับผู้ที่ได้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงประชาชนที่เข้าหลักเกณฑ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทั้งนี้รัฐบาลไม่อยากใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง เพราะมีกลิ่นไอของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ซุปเปอร์แอพลิเคชั่นนั้นไม่มีจริง เป็นเพียงหน้ากากที่จะนำไปติดหน้าร้านเท่านั้น แต่แท้จริงยังเป็นแอปพลิเคชันเป๋าตัง 

“ผมเชื่อว่ารัฐบาลจะใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังต่อแน่นอน ส่วนที่รัฐบาลคิดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อมกับการวางฐานของเงินดิจิทัลเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แต่ตอนนี้กลับไม่ได้นกสักตัว ผมแนะนำรัฐบาลใช้เงิน 5.6 แสนล้านบาทซึ่งเป็นงบเพื่อพัฒนาประจำปี ช่วยกลุ่มผู้เปราะบาง หากผมเป็นนายกฯ สัปดาห์หน้า​จะสั่งให้เดินหน้าคนละครึ่งและเที่ยวทั่วไทย ทำให้ร้านค้าได้รับทั่วประเทศ ดูแลกลุ่มเปราะบาง ขณะที่เงินดิจิทัลผมขอให้วางโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและยั่งยืน” 

สว.สมชาย กล่าวว่า หากรัฐบาลเลือกจะกู้เงินเพื่อดำเนินการ ตนเชื่อว่าจะมีภาระดอกเบี้ยอีกกว่า 1.4 แสนล้านบาท ทำให้หลายคนปฏิเสธนโยบายดังกล่าว ซึ่งตนเชื่อว่าหากทุกภาคส่วน ทั้ง สส.ฝ่ายค้าน สว. ปฏิเสธการแจกเงินดิจิทัลของรัฐบาล เพื่อให้เปลี่ยนเป้าหมายแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำจะเหมาะสมมากกว่า

สว.สมชาย กล่าวด้วยว่า ก่อนเข้าร่วมเวทีตนได้หารือกับ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฐานะประธานกรรมการศึกษาโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล ทราบว่าขณะนี้รวบรวมรายละเอียดไปกว่า 70% แล้ว อีกไม่นานจะสรุปได้ 

“ขณะนี้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เดินหน้าเรื่องนี้ ดังนั้นเมื่อ คตง. และ ป.ป.ช.ดำเนินการแล้ว หาพบว่าเสียหายต่อเศรษฐกิจร้ายแรง สามารถเสนอให้สภาฯ วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาหากไม่หยุดยั้งและเกิดความเสียหาย หรือไม่ลดเพดานอาจเกิดเหตุการณ์ที่มีผู้ติดคุก หรือหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติได้ ดังนั้นผมมองว่าหากรัฐบาลยอมรับ สามารถบอกเลิกพร้อมกับขอโทษประชาชน และนำเงินไปทำอย่างอื่นได้” สว.สมชาย กล่าว

Senator_Somchai_wakes_up_Opposition_to_digital_currency_policy_SPACEBAR_Photo02_491a2a7704.jpg

ขณะที่นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า จากการติดตามในการทำนโยบายของรัฐบาล อยากรู้ว่ารัฐบาลจะนำเงินมาจากไหน หากมาโดยวิธีการกู้เงินเท่ากับว่าภาระของประชาชนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุน

“ขณะนี้ในแง่ความยั่งยืนทางการเงิน หากรัฐบาลกู้เงินจะเกิดภาวะดอกเบี้ยที่เพิ่มภาระต้นทุนของประชาชนในการประกอบอาชีพ หรือใช้ชีวิตสูงขึ้น ทั้งนี้ในภาระดอกเบี้ยของประชาชน ปัจจุบันอยู่ที่ 9% ซึ่งเกณฑ์ไม่ควรเกิน 10%” สส.พรรคก้าวไกล กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์