ลากยาว 16 ชั่วโมง! สภาสูงซักฟอก ม.153 ‘รัฐบาลเศรษฐา’

26 มี.ค. 2567 - 10:15

  • ‘สว.’ ซักฟอก ม.153 ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ลากยาว 16 ชั่วโมง

  • ด้าน ‘รัฐบาล’ รับข้อคิดเห็นกลับไปบริหารประเทศต่อ

  • ย้ำหากยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถต่อสายคุยกันได้

Senators_debate_the_government_for_16_hours_SPACEBAR_Hero_d2a555c500.jpg

เรียกได้ว่าใส่กันอย่างเต็มเหนี่ยวสำหรับศึกการประชุมวุฒิสภา พิจารณาญัตติด่วน ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153

หลังลากยาวมาตั้งแต่ช่วงเช้า ในช่วงค่ำเป็นการอภิปรายในกลุ่มที่เหลือ 4 กลุ่ม ได้แก่

1\. ด้านการศึกษา และสังคม โดยมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปราย ได้แก่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, นิสดาร์ก์ เวชยานนท์, ออน กาจกระโทก, เฉลา พวงมาลัย

2\. ด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้อภิปรายคือ ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม

3\. ปัญหาการดำเนินการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ผู้อภิปรายคือ อำพล จินดาวัฒนะ

4\. ปัญหาด้านการต่างประเทศและการท่องเที่ยว ผู้อภิปรายคือ สุวัฒน์ จิราพันธุ์

จากนั้น หลังให้สมาชิกอภิปรายจนครบแล้ว จเด็จ อินสว่าง เป็นผู้กล่าวสรุปการอภิปราย ว่าขอบคุณ สว.ที่ร่วมกันทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตตรา 153 ซึ่งเวลา 1 วัน อาจมีการตกหล่นบ้าง จึงขอเติมเต็ม 3-4 ประเด็น ส่วนเพื่อนสว.วันนี้ได้ทำหน้าที่อย่างสมเกียรติยศและภาคภูมิใจแล้ว โดยมีการทำการบ้าน ศึกษาค้นคว้าข้อมูลมาเป็นเดือน มีหลายประเด็นที่คณะรัฐมนตรีได้รับฟังแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างยิ่ง

ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องยนต์ที่มีปัญหาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งเพื่อน สว.ได้ถามปัญหาเศรษฐกิจ 9 ข้อ แต่ท่านก็ยังไม่ได้ตอบ ตลอดจนเรื่องการแปลงที่ ส.ป.ก.เป็นโฉนด ซึ่งเป็นการผิดเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และสุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย ดังนั้น ขอให้กรุณาไปดูด้วย รวมถึงเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีความเสี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.การเงินการคลัง, พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง, พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย และรัฐธรรมนูญ

เงินนั้นเป็นเงินหาเสียงหรือเงินที่ใช้ตามรัฐธรรมนูญ เป็นข้อความที่ท่านต้องพึงระลึก

จเด็จ อินสว่าง

จเด็จ กล่าวอีกว่า สำหรับ 3- 4 เรื่องที่จะเติมเต็ม คือ 

1\. การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ในเรื่องของพระราชกำหนดว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพราะมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เฉลี่ยวันละ 1,000 คน ค่าเสียหายวันละประมาณ 100 ล้านบาท ต้องการถูกหลอกข่าวปลอมค้าขายออนไลน์เดือนละ 3,000 ล้าน ปีละ 4 หมื่นล้าน ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเป็นแสนล้าน

ซึ่งที่ผ่านมา รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีการให้ข้อมูลและอธิบายต่อกรรมาธิกาเทคโนโลยีสารสนเทศและการโทรคมนาคม ก็ทราบถึงการเอาใจใส่ แต่นั่นยังไม่พอ อีกทั้งนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการทางด้านดิจิทัล ยังไม่เคยพูดสักคำใน 7 เดือนของการเป็นนายกฯ ว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไรในเรื่องนี้

2\. การส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น จเด็จชี้ให้เห็นว่า นายกฯ ไม่ได้เป็นเซลล์แมนของประเทศ แต่เป็นซีอีโอของประเทศ เป็นผู้นำทางด้านการบริหารหมายเลข 1 ของประเทศ ที่ริเริ่มเรื่องฟรีวีซ่า ส่งผลคนมีเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก แต่ลืมไปว่า ควรจะมีการคัดกรองลงทะเบียนล่วงหน้า ดังนั้น แม้จะยกเลิกการลงทะเบียนตาม ตม. 6 ก็จริง แต่ต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อคัดกรองป้องกันการก่ออาชญากรรม ความรุนแรง ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่รัสเซีย ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการขาดการคัดกรอง จึงฝากนายกฯ และ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ดูแลด้วย

3\. การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในส่วนของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ขอฝากนายกฯ ในฐานะดูแลสภาพความมั่นคงแห่งชาติ และ รมว.กลาโหม ว่า ขอให้มีการจัดพื้นที่ปลอดภัยขึ้นด้วย รวมถึงการพูดคุยต้องใช้ 3 ภาษา คือ ภาษามาเลย์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ซึ่งตอนนี้แง้มออกมาว่าออกมา 2 ภาษา ถ้าไม่มีภาษามาเลย์ จะไม่มีความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนข้อ 4. จเด็จชี้ให้เห็นว่า นายกฯ แสดงออกเพื่อให้คนมั่นใจในการทำงาน แต่ไม่ใช่เรื่องการใส่ถุงเท้าคนละสีสลับกันไปมา อีกทั้ง เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ของประเทศไทย ที่แบกเอาความเป็นประเทศไทยไปด้วยทุกที่ ความเป็นส่วนตัวของท่านอนุญาตให้เพียง 2 ที่เท่านั้น คือห้องนอน กับ ห้องน้ำ นอกนั้นไม่มีความเป็นส่วนตัว เพราะเป็นบุคคลสาธารณะ ดังนั้น ขอให้นายกฯ ว่าจะใส่ถุงเท้าสีอะไรก็เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าใส่หลายสี ใส่รองเท้าบ้าง ถอดรองเท้าบ้างระหว่างประชุมเป็นเรื่องไม่ดี

วันนี้ สว. ได้ทำหน้าที่อย่างส่งภาคภูมิแล้ว สามารถตอบประชาชนได้แล้วว่า มี สว.ไว้อะไร เราได้ทำหน้าที่สมกับที่เราได้ปฏิญาณตนเอาไว้แล้วว่า จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ คณะรัฐมนตรีก็ต้องปฏิญาณตนว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนที่จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ แล้วคุณสมบัติความเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของความเป็นรัฐมนตรีด้วยข้อหนึ่งที่สำคัญ คือต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพราะฉะนั้น ท่านจะทำกิจกรรมใดๆ นโยบายใดๆ ขอให้พึงระลึกในเรื่องคำปฏิญาณตนไว้ให้จงหนัก

จเด็จ อินสว่าง

พร้อมขอบคุณนายกฯ และคณะรัฐมนตรีที่มาร่วมตอบข้อซักถาม ตลอดจนรับข้อเสนอแนะไปปฏิบัติ ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้ว ขอให้แจ้งต่อเพื่อน สว.หรือสภาแห่งนี้รับทราบ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ

Senators_debate_the_government_for_16_hours_SPACEBAR_Photo01_2059248379.jpg

ขณะที่ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข และ ประเสริฐ จันทรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้กล่าวขอบคุณเช่นกัน

ทั้งนี้ ประเสริฐ ชี้แจงบางช่วงบางตอนถึงข้อกล่าวหาที่ว่า นายกฯ ไม่ได้ใส่ใจแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ตลอด 6-7 เดือนที่ผ่านมา นั้นไม่เป็นความจริง เพราะตลอดระยะเวลา นายกฯ สนใจและเรียกตนมาสั่งการทุกสัปดาห์ เรียกประธาน กสทช.เข้ามาดูแลเรื่องการจัดการเรื่องซิมม้า และการคุกคามทางไซเบอร์ ส่วนเรื่องที่ สว.ห่วงใยเกี่ยวกับดิจิทัล ID, ดิจิทัล payment และภัยคุกคามทางดิจิทัลนั้น ขอรับข้อเสนอแนะไปดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในการแก้ไขปัญหา

ด้านภูมิธรรม ได้ขอบคุณ สว. ที่ตลอด 16 ชั่วโมง มีทั้งข้อท้วงติง ข้อห่วงใย ข้อเสนอแนะให้นำกลับไปทบทวน ซึ่งรัฐบาลรับเป็นความเห็นที่ปรารถนาดี และเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ แม้หลายคนยังไม่ได้พูด หรือพูดไม่ครบ แต่ไม่ได้มีแค่วันอภิปรายเพื่อเสนอแนะความเห็นเท่านั้น เรายังมีเวลาที่สามารถต่อสายพูดคุยทำงานร่วมกันได้ต่อไป

พร้อมยืนยัน รัฐบาลนี้ยึดมั่นในเจตจำนงของพี่น้องประชาชน ยึดมั่นในประชาธิปไตย และเชื่อในความคิดเห็นที่แตกต่างสามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคมประชาธิปไตย เคารพในสิทธิเสรีภาพและเคารพความเป็นมนุษย์ของทุกคน โดยพร้อมร่วมมือกับทุกพรรค ทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาของประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ซึ่งเรารู้ดีกันอยู่ จากวันนี้เป็นต้นไป เราต้องช่วยกันทำงาน  

จากนั้น พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กล่าวปิดการประชุมในเวลา 00.30 น. รวมเวลาอภิปรายทั้งสิ้น 16 ชั่วโมง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์