คงอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด! สว.โต้ ‘สมชาย’ ยัน ‘กฎหมายนิรโทษฯ’ ไร้สอดไส้ล้างผิดคดี ‘ฮั้ว สว.’

26 มิ.ย. 2569 - 18:55

  • ‘ฉัตรวรรษ-พิสิษฐ์’ แท็กทีมโต้ ‘สมชาย แสวงการ’ ปม ‘ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม’

  • ยันไร้สอดไส้ล้างผิดคดี ‘ฮั้ว สว.’ และไม่แตะสาระสำคัญเกี่ยวกับคดีเลือกตั้ง

  • ย้ำไม่คิดนิรโทษกรรมตัวเอง พร้อมเหน็บแรง “คงอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด”

คงอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด! สว.โต้ ‘สมชาย’ ยัน ‘กฎหมายนิรโทษฯ’ ไร้สอดไส้ล้างผิดคดี ‘ฮั้ว สว.’

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ สมชาย แสวงการ อดีต สว. ออกมาตั้งข้อสังเกตวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ หรือ “ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง” ในชั้นวุฒิสภา อาจจะสอดไส้ล้างผิดคดี “ฮั้วเลือก สว.” โดยยืนยันว่าในการพิจารณาของ กมธ.ไม่พบเนื้อหาหรือสาระสำคัญที่ระบุถึงการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว.และในบัญชีแนบท้ายไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.

ยืนยันหนักแน่น รับประกันได้ว่าไม่มี

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ระบุว่า ในบัญชีแนบท้ายมีการปรับลำดับของร่างกฎหมายที่เรียงตามตัวอักษรและลำดับของกฎหมายเท่านั้น ซึ่งกำหนดมาตั้งแต่ร่างสภาผู้แทนราษฎรแล้ว วุฒิสภาไม่มีการปรับแก้ โดยวัตถุประสงค์ของคณะกรรมาธิการ ต้องการเสริมสร้างสันติสุขของสังคม ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอมา ในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภาไม่ได้มีการแก้ไข เพียงแต่เสนอไม่กำหนดเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

พร้อมกล่าวอีกว่า ทางวุฒิสภาไม่ต้องการที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณาเนื้อหากฎหมายที่มีความเห็นต่างกัน ซึ่งวุฒิสภามีเจตนาให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ และร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับวุฒิสภา ซึ่งจะเกี่ยวกับฝ่ายการเมืองที่เคยมีคดีทางการเมือง และในพิจารณาชั้นกรรมาธิการส่วนใหญ่ยืนตามร่างที่สภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการมา

ดูแล้วว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ต้องการให้พวกที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและขัดแย้งกับการเมืองจริงๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต และให้พวกอดีตกลับมาทำมาหากินได้ เพราะความขัดแย้งตอนนั้นยังไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ทหารที่ยึดอำนาจ และรัฐบาล

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร

ด้าน พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมาธิการที่พิจารณาร่างกฎหมายนี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีการแก้ไขในประเด็นเพิ่มเติมหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีฮั้ว สว. และทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด และต้องยืนยันเลยว่าไม่คิดจะทำด้วย เพราะกระบวนการทุกอย่างยังอยู่ในชั้นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรายังไม่ถูกชี้มูลทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เราก็ไม่ได้ถือว่าจะต้องไปทำอะไรแบบนั้น แล้วต่อให้มีเหตุการณ์ที่ผิดจริง เราก็คงไม่ไปแก้ เราก็คงไม่นิรโทษกรรมตัวเอง

ผมไม่ทำแน่นอน ต้องบอกอย่างนี้ แล้ว สว. ทุกท่าน ผมเชื่อว่าก็มีแนวคิดเดียวกันกับผม การนิรโทษกรรมตัวเอง ผมไม่คิดจะทำอยู่แล้ว ต้องขอโทษไปยังคนที่สื่อสารกับสื่อมวลชนในการเข้า ให้ข่าวเฟคนิวส์แบบนี้ด้วยว่าช่วยอ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ละเอียดด้วย

พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์

พิสิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ สิ่งที่แก้ไขเพิ่มเติม มีอยู่แค่ 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือเพิ่มเติม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2551 ในข้อ 26/1 กับข้อ 26/2 ซึ่งต้องบอกว่า 2 ข้อนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีการฮั้วเลือกตั้งหรือทุจริตการเลือกตั้ง สส.แต่อย่างใดเลย แต่ที่เพิ่มเติมเข้าไป เพราะเราได้เชิญตัวแทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เรื่องกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ไปปิดสนามบิน ได้ปรึกษาหารือกันในกรรมาธิการ ก็เลยลงมติว่าเราจะเพิ่มใน 2 ประเด็นนี้เข้าไปเท่านั้นเอง

ปีที่แล้วประเทศไทยมีผู้อ่านหนังสือเกิน 8 บรรทัดแล้วนะ แต่ว่าบางคนยังอ่านหนังสือต่ำกว่า 8 บรรทัดอยู่

พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์

พร้อมชี้แจงว่า อาจเป็นความเข้าใจผิด เพราะมีการเรียงมาตราใหม่ จากเดิมในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ส่งมาชั้นวุฒิสภา ไม่ได้เรียงมาตรามาในลักษณะว่าเรียงตามศักดิ์ของกฎหมาย วันนี้ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด มาจากสภาผู้แทนราษฎร โดยเพิ่ม 2 ข้อที่ตนกล่าวเมื่อสักครู่ บวกกับการปรับการศักดิ์กฎหมายต่าง ๆ ให้อยู่ในถูกต้องตามหลักของการออกกฎหมายในภาคนิติบัญญัติ

คนออกมาเรียกร้องอาจจะเข้าใจผิด อาจจะอ่านหนังสือแค่ 8 บรรทัด อ่านน้อยไปนิดหนึ่ง ถ้าอ่านครบทุกบรรทัดก็จะรู้เลยว่า ทุกอย่างที่เราปรับ กฎหมายยังเหมือนเดิมตามชั้นสภาผู้แทนราษฎรทุกประการ โดยเฉพาะบัญชีท้ายร่าง ย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว.และทุจริตการเลือกตั้ง

พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์

เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า กรณ๊ดังกล่าวถือว่ามีเจตนาทำให้วุฒิสภามีภาพลักษณ์ไม่ดีหรือไม่ พิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่รู้เจตนาที่แท้จริงว่าต้องการดิสเครดิต สว.ชุดนี้อีกหรือไม่ แต่ต้องบอกว่าเราไม่คิดจะทำ และไม่เคยคิดจะทำในเรื่องที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะวันนี้ทุกอย่างยังอยู่กระบวนการตามขั้นตอนของ กกต.ทุกประการ

ส่วนกังวลหรือไม่ว่าคนจะเข้าใจผิด พิสิษฐ์ กล่าวว่า “ผมกังวลในสิ่งที่เป็นเฟคนิวส์ (Fake News: ข่าวปลอม) ยิ่งโดยเฉพาะอดีต สว. การที่มาพูด แล้วการที่เขาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเอง ทำไมถึงไม่ดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนที่จะมาชี้แจงต่อประชาชน”

อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวล ถ้าถามว่ากังวลเรื่องไหน คือผมว่าท่านเคยเป็นอดีตถึงสมาชิกวุฒิสภา ต้องบอกว่าการจะทำอะไร คำพูดของท่าน ผมเชื่อว่ามีน้ำหนัก แล้วผมก็ยังเคารพในตัวท่านอยู่ อยากจะให้ท่านพูดอะไรหรือชี้แจงอะไรต่อสื่อและต่อประชาชนให้ถูกต้องและเป็นธรรมกับสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ด้วย

พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์