สว.ชง ‘8 มาตรการ’ ถึง ‘รบ.’ ใช้กฎอัยการศึก 7 จว. ป้องอธิปไตย

29 ก.ค. 2568 - 12:50

  • สภาสูง’ ยืนไว้อาลัยผู้สูญเสียจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

  • ชง ‘8 มาตรการ’ ถึง ‘รัฐบาล’ ดัน ‘ประกาศกฎอัยการศึก7 จว.ชายแดน-แก้ MOU43-44-ปิดด่านชายแดน'

  • ป้องอธิปไตยชาติ ก่อนถกลับญัตติด่วนสางปัญหา

สว.ชง ‘8 มาตรการ’ ถึง ‘รบ.’ ใช้กฎอัยการศึก 7 จว. ป้องอธิปไตย

ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี ‘พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์’ รองประธานวุฒิสภาคนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยในช่วงการหารือของสมาชิก ‘พล.ท.สุกิจ ทั่งทอง’ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ลุกขึ้นอภิปรายให้ข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติและความมั่นคง ประกอบไปด้วย 

1.ประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ตั้งแต่อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้วจันทบุรี และตราด เพื่อมอบอำนาจเต็มแก่ค่ายทหารภายใต้หลักการ CI31 เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างมีเอกภาพ และกำลังเสริมในพื้นที่ก่อให้บรรจุกำลังพลเสริมเข้าแผนงานป้องกันประเทศ ให้รับสิทธิวันทวีคูณและสิทธิอื่นๆเพิ่มเติมย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 

2.แก้ไขเพิ่มเติม MOU2544 MOU2543  และ JC44 ที่ไทยมีความเสียเปรียบในบางเรื่องให้มีความชัดเจนเพื่อประโยชน์ต่อไทย 3. ปิดด่านทางบกทุกช่องทางทันที ปิดน่านน้ำน่านฟ้าจนกว่าจะปักปันเขตแดนยุตติไม่มีพื้นที่ทับซ้อนไม่ให้กัมพูชาเข้ามาเด็ดขาด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสายการบินพาณิชย์ 4. ตัดระบบสาธารณูปโภคทุกชนิดที่เชื่อมต่อกับกัมพูชา ทั้งไฟฟ้า น้ำ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะยุตติ 

5.ยกเลิกการส่งออกพลังงาน น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติ ไปยังกัมพูชาโดยเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่าผิดกฎอัยการศึกต้องขึ้นศาลทันที

6.เห็นควรผลักดันแรงงานต่างด้าวกัมพูชาออกนอกประเทศ และยกเลิกบัตรผ่านแดนกัมพูชาทั่วราชอาณาจักรไทย ให้กับประเทศต้นทางทันทีทั้งที่ผู้ที่เข้ามาโดยชอบและชอบด้วยกฎหมายจนกว่าการปักปันเขตแดนทางบกและทางทะเลจะยุตติอย่างสมบูรณ์

7. เห็นควรตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชาจนกว่าการปักปันเขตแดนจะแล้วเสร็จและไม่มีพื้นที่ทับซ้อนโดยเด็ดขาด

8. ดำเนินการกั้นรั้วถาวรชายแดน และขับไล่ชาวกัมพูชาที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ไทยออกไปทันที และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมาย 

ทั้งนี้ หลังการหารือเสร็จสิ้นก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาต่อไป พล.อ.เกรียงไกร แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงสถานการณ์การสู้รบบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลทำให้ประชาชนในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ในนามของวุฒิสภา ขอเชิญชมาชิก ยืนขึ้นแสดงความไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต เป็นเวลา  1 นาที 

จากนั้นในเวลา 09.40 น. ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา จำนวน 2 ญัตติ ของ ‘พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา’ สว. เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาปรึกษาเป็นเรื่องด้วย เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และการเยียวยาความเดือดร้อนความเสียหายของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและมีมติส่งข้อสังเกตุหรือข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลต่อไป ขณะที่ ‘วิวัฒน์ รุ้งแก้ว’ สว.เสนอญัตติขอให้วุฒิสภาพิจารณาแนวทางกสนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู่รบไทย-กัมพูชา  

ทั้งนี้ ‘พละวัต ตันศิริ’ สว.เสนอให้เป็นการประชุมลับ เพื่อให้ได้มีการอภิปรายอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นห่วงว่าสว.หลายคนจะอดใจไม่ได้ที่จจะมีการพลาดพิงถึงประเทศเพื่อนบ้าน อาจทำให้มีผลกระทบได้   

ขณะที่ ‘นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ’ สว. ต้องให้การมีการประชุมโดยเปิดเผย เพราะข้อมูลข่าวสาร สว.บางคนอาจจะมีข้อมูลน้อยกว่าข้างนอกด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นการประชุมลับก็ไม่เกิดผลดีอะไรเลย เพราะเราต้องการระดมความคิดเห็นจากสมาชิก เพียงแต่ขอให้สมาชิกระมัดระวังในประเด็นที่ไม่แน่ใจในแหล่งที่มาข้อมูลก็ไม่ต้องพูดให้เกิดความเสียหายหากพูดแล้วเกิดประโยชน์ เกิดผลดีต่อบ้านเมือง แต่หากประชุมลับประชาชนก็ไม่ทราบว่าวุฒิสภาทำอะไรอยู่ และจะมีคำถามว่ามีวุฒิสภาไว้ทำไม 

ในที่สุดที่ประชุมมีมติให้การพิจารณาญัตติดังกล่าวเป็นการประชุมลับ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์