ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมวุฒิสภา ที่มี มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ. ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว สว. ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่ที่รัฐสภามีมติเห็นชอบ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 2 ก.ค.
ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาเนื้อหา นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. ทักท้วงต่อที่ประชุมเพื่อขอให้ กมธ. ถอนร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ออกจากวาระเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามขั้นตอน หลังจากกระบวนการพิจารณาเสนอคำแปรญัตติส่วนของตนเองในชั้นพิจารณาของ กมธ. นั้นมีความผิดปกติ
โดยในวันที่ 15 มิ.ย. ตนเองเข้าไปแปรญัตติต่อ กมธ. ได้แจ้งว่าไม่ติดใจจะสงวน แต่ขอให้ “หลอมรวมเจตนาที่ต้องการให้นิรโทษกรรมทุกกลุ่มทุกสีให้มากที่สุด” ใส่ไว้ในรายงานของ กมธ. แต่ต่อมาเมื่อ 18 มิ.ย. ได้รับหนังสือแจ้งว่า กมธ. ไม่เห็นด้วยและขอให้ตนเองสงวนคำแปรญัตติ ซึ่งคล้อยหลังจากที่ตนเองชี้แจง 3 วัน ซึ่งถือว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับ
อย่างไรก็ดี เมื่อ 23 มิ.ย. ได้หารือกับ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ เพื่อแจ้งประเด็นและขอให้หลอมรวมความเห็นตนเองไว้ในรายงานของ กมธ. แต่หลังจากนั้นไม่ได้รับการประสานงานใดๆ กลับ จนพบว่าได้รับหนังสือด่วนลงวันที่ 23 มิ.ย. ที่ส่งไปถึงบ้านพักที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ให้ไปเข้าประชุม กมธ. ในวันที่ 24 มิ.ย. เวลา 08.30 น. ทั้งนี้ ได้รับหนังสือด่วนดังกล่าวเมื่อ 25 มิ.ย. จึงสงสัยในกระบวนการ ทั้งที่สามารถประสานได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์ เพราะวันที่ 24 มิ.ย. นั้นตนเองอยู่ที่สภาฯ
เป็นการกระทำที่ชอบกล และทำให้ผมเสียหาย รวมถึงผู้จะได้รับนิรโทษกรรมตามคำแปรญัตติของผมด้วย แต่กลับไม่เอาคำแปรญัตติของผมไปพิจารณาและขอให้สงวนเพื่อนำไปพูดในที่ประชุม และผมได้ทำหนังสือถึงประธานวุฒิสภาให้ตั้งกรรมการตรวจสอบ และดำเนินการทางวินัยกับเลขานุการ กมธ. ด้วย ทั้งนี้ผมขอให้ถอนเรื่องและนำกลับเข้ามาใหม่ หากไม่มีข้อยุติโดยดี อาจเกิดปัญหามากกว่านี้ เพราะเรื่องดังกล่าวอาจขัดกับจริยธรรม
— นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ชี้แจงว่า การทำหน้าที่ของ กมธ. เป็นไปโดยชอบข้อบังคับ ตามมติ และรัฐธรรมนูญ รวมถึงธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ ทั้งนี้ในช่วงแรกที่ไม่ได้แย้งคำแปรญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ตอนแรก เพราะการพิจารณาของ กมธ. ยังไม่แล้วเสร็จและไม่มีข้อยุติ แต่ภายหลังที่ได้พิจารณารายละเอียดรายมาตรา จึงได้ใช้การลงมติของ กมธ. ซึ่งเสียงเอกฉันท์ 13 เสียง ไม่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ชี้แจงว่า “ตอนที่ผมมาเป็นประธาน กมธ. ได้สอบถามถึงการพิจารณาและทราบว่ายังพิจารณาไม่หมด ทำให้ กมธ. ขอรับฟังคำแปรญัตติของ สว. ไว้ก่อน เพื่อประกอบการพิจารณารายมาตราเท่านั้น และหลังการพิจารณารายมาตราแล้ว เมื่อผลเป็นอย่างไรจึงแจ้งให้ทราบ แต่ นพ.เปรมศักดิ์ บอกขอให้มาหลอมรวม ทั้งที่เจ้าหน้าที่กฤษฎีกาตีความไปแล้วว่าไม่สอดคล้องกัน หากรับพิจารณาจะเท่ากับเป็นการแก้ร่าง พ.ร.บ. ทำให้เสียเวลา แต่เมื่อมาบอกให้นำไปพิจารณา ผมจึงให้ฝ่ายเลขาฯ ไปประสานให้มาพูดคุย แต่ไม่ใช่ว่ารับเพื่อนำไปบัญญัติในกฎหมาย”
ผมได้ทำหนังสือให้มาร่วมประชุม 24 มิ.ย. ซึ่งให้ฝ่ายเลขาถือหนังสือไปให้ แต่ท่านไม่เซ็นรับ จึงจำเป็นต้องส่งหนังสือไปที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งถือเป็นบาปเป็นกรรมที่ตกกับฝ่ายเลขาฯ
— พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ยืนยันด้วยว่า กมธ. ให้สิทธิเต็มที่ แม้ว่า นพ.เปรมศักดิ์ จะบอกว่าไม่ติดใจจะสงวน ดังนั้นยืนยันว่า กมธ. ได้ทำถูกต้องตามระเบียบ
ขณะที่ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการ กมธ. ชี้แจงว่า คำแปรญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ที่เสนอมาคือ มาตรา 6 วรรคสาม แต่ที่พูดกับ กมธ. คือ มาตรา 7 วรรคสอง อีกทั้งได้พูดในที่ประชุมแจ้งว่าไม่สงวนและไม่ติดใจ นอกจากนั้นขอให้ถอนคำพูดที่ว่า “เจ้าหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกประการ นอกจากนั้นที่บอกว่า กมธ. ทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เสนอให้ไปร้องต่อศาล และขอบอกกับประชาชนว่า นพ.เปรมศักดิ์ ทำให้ร่าง พ.ร.บ. ล่าช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นดังกล่าวใช้เวลาโต้แย้งกันนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ จะยืนยันไม่ถอนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวออกจากวาระ ทำให้ นพ.เปรมศักดิ์ ลุกขึ้นระบุว่า “ไม่ขอร่วมสังฆกรรม” และฝากเตือน สว. ด้วยว่า “หากเดินหน้าไปเจอลวดหนาม อย่ามาบอกว่าผมไม่เตือน”




