รัฐสภา (5 กันยายน 2566) ในการประชุมวุฒิสภา มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หารือในที่ประชุมวุฒิเพื่อเรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ให้เร่งผลักดันร่างกฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และขจัดเลือกการปฏิบัติ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและอนุรักษ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเคยเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแล้วร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกระทรวงยุติธรรม ร่างกฎหมายส่งเสริมภาคประชาสังคม ร่างกฎหมายคู่ชีวิต ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า
ทั้งนี้ต้องส่งเสริมการกระจายการผลิตสุราไม่ใช่การส่งเสริมให้บริโภค เพื่อให้ราคาพืชผลการเกษตรยกระดับมากขึ้น และ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ต้องปรับปรุงเพื่อให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพทั้งฉบับ รวมถึงปรับปรุงกองทุน เพราะที่ผ่านมาพบว่าระบบราชการบริหารงบประมาณไม่เป็นทำให้ถูกยึดเงิน ไป 2,000 - 3,000 ล้านบาท
ขณะที่ สว.ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อภิปรายเพื่อเสนอแนะไปยังรัฐบาลใหม่ ต่อการกำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชันในประเทศไทย ว่า ต้องเน้นการป้องปราม และป้องกันการทุจริตเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งขอเสนอแนวทางไปยัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีใน 3 แนวทาง คือ
1.ประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองต่อต้านการคอร์รัปชันให้ชัดเจน โดยให้รัฐมนตรีทุกคนเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากทุจริตต้องดำเนินการทันที เช่น สั่งฟ้องภายใน 30 วัน
2.ผลักดันร่างกฎหมายด้านการปราบทุจริตที่เป็นพันธะสัญญากับสหประชาชาติที่พบว่าหลายฉบับไม่คืบหน้า เช่น ร่างกฎหมายติดตามทรัพย์สินจากกการคอร์รัปชัน การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐในระบบคุณธรรม และ 3.ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นใจประเทศไทยในการค้าการลงทุน
ทั้งนี้ต้องส่งเสริมการกระจายการผลิตสุราไม่ใช่การส่งเสริมให้บริโภค เพื่อให้ราคาพืชผลการเกษตรยกระดับมากขึ้น และ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ต้องปรับปรุงเพื่อให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพทั้งฉบับ รวมถึงปรับปรุงกองทุน เพราะที่ผ่านมาพบว่าระบบราชการบริหารงบประมาณไม่เป็นทำให้ถูกยึดเงิน ไป 2,000 - 3,000 ล้านบาท
ขณะที่ สว.ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อภิปรายเพื่อเสนอแนะไปยังรัฐบาลใหม่ ต่อการกำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชันในประเทศไทย ว่า ต้องเน้นการป้องปราม และป้องกันการทุจริตเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งขอเสนอแนวทางไปยัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีใน 3 แนวทาง คือ
1.ประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองต่อต้านการคอร์รัปชันให้ชัดเจน โดยให้รัฐมนตรีทุกคนเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากทุจริตต้องดำเนินการทันที เช่น สั่งฟ้องภายใน 30 วัน
2.ผลักดันร่างกฎหมายด้านการปราบทุจริตที่เป็นพันธะสัญญากับสหประชาชาติที่พบว่าหลายฉบับไม่คืบหน้า เช่น ร่างกฎหมายติดตามทรัพย์สินจากกการคอร์รัปชัน การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐในระบบคุณธรรม และ 3.ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นใจประเทศไทยในการค้าการลงทุน



