31 กรกฎาคม 2566 นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกระแสข่าวทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีวันที่ 4 สิงหาคมนี้ ว่า จุดยืนการโหวตนายกฯ ของ สว.นั้น ยืนยันไม่โหวตสนับสนุนพรรคที่คิดจะแก้ไขมาตรา 112 โดยล่าสุดมีคลิปนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดทนายกฯ พรรคเพื่อไทย ที่เคยพูดถึงแนวทางการแก้ไข ม. 112 ตอนหาเสียงเลือกตั้ง จึงขอนำคลิปดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาโหวตเลือกนายกฯ ก่อน ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะโหวตเลือกนายเศรษฐาหรือไม่
“แม้ในเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมรัฐบาลไม่ระบุเรื่องการแก้ไขมาตรา112 และพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนไม่แก้มาตรา 112 แต่ติดอยู่ที่นายเศรษฐาเคยพูดตอนหาเสียงจะแก้มาตรา112 จึงอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากปากนายเศรษฐา มีความคิดจะแก้มาตรา 112 จริงหรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจโหวตนายกฯ”
สว.เสรี กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) สามารถรวบรวมเสียงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มาร่วมสนับสนุนได้ และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ก็ยินดีโหวตสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทย แต่จะไม่ขอเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนั้น เคยได้ยินสูตรนี้มาเช่นกัน
“ถ้าทำได้จริงก็ไม่ต้องพึ่งเสียง สว.ช่วยโหวตนายกฯ เพราะใช้เสียง สส.อย่างเดียวก็เกิน 376 เสียงแล้ว ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทยจะโหวตสนับสนุนให้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้ว หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นนายกฯ แล้ว ไปเอาพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลด้วยก็ต้องรับผิดชอบที่รับปากแล้ว แต่เปลี่ยนใจภายหลัง”
ขณะที่ สว.กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ กล่าวว่า กระแสข่าวสูตรโหวตนายกฯ วันที่ 4 สิงหาคม ที่จะดึงพรรค ภท. พรรค ชทพ. มาร่วมสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคก้าวไกลร่วมโหวตให้ด้วย แต่พรรคก้าวไกลจะไม่ขอเป็นรัฐบาลนั้น จะแน่ใจได้อย่างไร จะไม่มีการตั้งพรรคก้าวไกลมาเป็นรัฐบาลภายหลังโหวตนายกฯ ไปแล้ว
“เป็นสูตรที่ดูแล้วไม่ค่อยสบายใจน่าสงสัย เพราะคลุมเครือไม่ชัดเจน สูตรนี้แม้เป็นไปได้ แต่ไม่ควรทำ ถ้าหลวมตัวโหวตหนุนไปแล้ว พรรคเพื่อไทยไปจับมือพรรคก้าวไกลภายหลังจะยิ่งเกิดความวุ่นวายระดับแผ่นดินไหวรุนแรง
อยากให้พรรคเพื่อไทยประกาศให้ชัดเจนก่อนวันโหวตนายกฯ ว่า จะมีพรรคใดร่วมจัดตั้งรัฐบาลบ้าง ถ้ามีความชัดเจนว่า ไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมด้วย สว.ก็พร้อมโหวตให้พรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ” สว.กิตติศักดิ์ กล่าว
“แม้ในเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมรัฐบาลไม่ระบุเรื่องการแก้ไขมาตรา112 และพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนไม่แก้มาตรา 112 แต่ติดอยู่ที่นายเศรษฐาเคยพูดตอนหาเสียงจะแก้มาตรา112 จึงอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากปากนายเศรษฐา มีความคิดจะแก้มาตรา 112 จริงหรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจโหวตนายกฯ”
สว.เสรี กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) สามารถรวบรวมเสียงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มาร่วมสนับสนุนได้ และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ก็ยินดีโหวตสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทย แต่จะไม่ขอเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนั้น เคยได้ยินสูตรนี้มาเช่นกัน
“ถ้าทำได้จริงก็ไม่ต้องพึ่งเสียง สว.ช่วยโหวตนายกฯ เพราะใช้เสียง สส.อย่างเดียวก็เกิน 376 เสียงแล้ว ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทยจะโหวตสนับสนุนให้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้ว หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นนายกฯ แล้ว ไปเอาพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลด้วยก็ต้องรับผิดชอบที่รับปากแล้ว แต่เปลี่ยนใจภายหลัง”
ขณะที่ สว.กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ กล่าวว่า กระแสข่าวสูตรโหวตนายกฯ วันที่ 4 สิงหาคม ที่จะดึงพรรค ภท. พรรค ชทพ. มาร่วมสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคก้าวไกลร่วมโหวตให้ด้วย แต่พรรคก้าวไกลจะไม่ขอเป็นรัฐบาลนั้น จะแน่ใจได้อย่างไร จะไม่มีการตั้งพรรคก้าวไกลมาเป็นรัฐบาลภายหลังโหวตนายกฯ ไปแล้ว
“เป็นสูตรที่ดูแล้วไม่ค่อยสบายใจน่าสงสัย เพราะคลุมเครือไม่ชัดเจน สูตรนี้แม้เป็นไปได้ แต่ไม่ควรทำ ถ้าหลวมตัวโหวตหนุนไปแล้ว พรรคเพื่อไทยไปจับมือพรรคก้าวไกลภายหลังจะยิ่งเกิดความวุ่นวายระดับแผ่นดินไหวรุนแรง
อยากให้พรรคเพื่อไทยประกาศให้ชัดเจนก่อนวันโหวตนายกฯ ว่า จะมีพรรคใดร่วมจัดตั้งรัฐบาลบ้าง ถ้ามีความชัดเจนว่า ไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมด้วย สว.ก็พร้อมโหวตให้พรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ” สว.กิตติศักดิ์ กล่าว



