‘สว.พันธุ์ใหม่’ ขอบคุณ 19.8 ล้านเสียงไฟเขียวเปิดทางทำ ‘รธน.ฉบับใหม่’

10 ก.พ. 2569 - 14:19

  • ‘สว.พันธุ์ใหม่’ โค้งคำนับขอบคุณ 19.8 ล้านเสียงโหวตเห็นชอบจัดทำ ‘รัฐธรรมนูญฉบับใหม่’

  • จี้รัฐบาลใหม่ชัดเจนโรดแมป–ค้านสูตร ‘20 หยิบ 1’ หวั่นได้ ‘ผู้ร่างสีน้ำเงิน’

‘สว.พันธุ์ใหม่’ ขอบคุณ 19.8 ล้านเสียงไฟเขียวเปิดทางทำ ‘รธน.ฉบับใหม่’

“กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่” นำโดย นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา, เทวฤทธิ์ มณีฉาย, นันทนา นันทวโรภาส, สุนทร พฤกษ์พิพัฒน์, วีรยุทธ์ สร้อยทอง และ มณีรัตน์ เขมะวงค์ ร่วมแถลง “ขอบคุณประชาชนที่ร่วมออกเสียงประชามติเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กว่า 19.8 ล้านเสียง”

โดย นรเศรษฐ์ กล่าวว่า “ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งหลังจากนี้ กำหนดกรอบและกระบวนการที่นำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจน แน่นอนในคำแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน ทั้งนี้ตนมองว่าคะแนนที่ได้มานั้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาวิกฤตรัฐธรรมนูญที่ประชาชนช่วยแง้มประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดีการกำหนดกรอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตนสนับสนุนกระบวนการที่โปร่งใสและให้โอกาสประชาชน ทั้งที่เห็นชอบกับประชามติหรือไม่เห็นชอบได้มีส่วนร่วม”

สำหรับกรอบการทำรัฐธรรมนูญตามผลประชามติครั้งที่ 1 นั้น ที่จริงผมอยากฟังรัฐบาลแถลงให้ชัดเจนว่าเป็นกระบวนการทำใหม่ หรือยืนยันร่างแก้ไขมาตรา 256 ที่ค้างอยู่ในวาระพิจารณาของรัฐสภา ทั้งนี้ในความคาดหวังผมอยากเห็นการออกเสียงประชามติครั้งที่ 2 อย่างช้าคือก่อนสิ้นปี 2569 พร้อมกับต้องมีกระบวนการสร้างความรับรู้และเข้าใจของประชาชนให้เพียงพอ เพราะเข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 นั้นมีรายละเอียดเนื้อหาที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อสะท้อนเจตจำนงของประชาชนที่แท้จริง

นรเศรษฐ์ ปรัชญากร

ขณะที่ นันทนา กล่าวเรียกร้องไปยัง สว.กลุ่มใหญ่ของวุฒิสภา “ให้เห็นแก่ฉันทามติของประชาชนที่ออกเสียงประชามติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในวาระหนึ่ง วาระสอง วาระสาม เพราะผลที่ออกมาถือว่ามากกว่าผลประชามติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อปี 2559”

ส่วน เทวฤทธิ์ กล่าวว่า “ในกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ ที่ค้างอยู่ในการพิจารณาวาระสองของรัฐสภา ตนมองว่ามีหลายประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งและเห็นต่าง โดยเฉพาะกระบวนการที่ออกแบบผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่สูตร 20 หยิบ 1 ที่ให้รัฐสภาจัดกลุ่มตัวแทนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 35 คนนั้น จากตัวเลขของผลการเลือกตั้ง สส. ที่พรรคภูมิใจไทยคาดว่าจะได้เกือบ 200 เสียง และมี สว. สนับสนุน เมื่อใช้สูตรดังกล่าวอาจทำให้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากเป็น “สีน้ำเงิน” ซึ่งผมมีข้อกังวล”

ดังนั้นกระบวนการเพื่อสรรหาผู้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ควรให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือเลือกตั้งทางอ้อมจะเหมาะสมที่สุด

เทวฤทธิ์ มณีฉาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะ สว.พันธุ์ใหม่ แถลงแล้วเสร็จ ได้ออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อโค้งคำนับ แสดงความขอบคุณผู้ที่มาออกเสียงประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

senators-thank-voters-for-new-constitution-referendum-SPACEBAR-Photo01.jpg

จี้ ‘กกต.’ เปิดหีบนับคะแนนใหม่-แจงบัตรเสีย 3 ล้านใบ ผู้ใช้สิทธิหาย 5 ล้านเสียง

ทางกลุ่ม สว.ยังเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหาและบกพร่อง

โดย นันทนา ระบุว่า จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หากเป็นไปตามที่ กกต. ประกาศ คือ 65% ถือว่าลดลงจากการเลือกตั้งปี 2566 มากถึง 10% หรือกว่า 5 ล้านเสียง ดังนั้น กกต. ต้องมีคำตอบต่อการรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วยว่า รณรงค์อย่างไรถึงมีคนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนน้อยลง หรือเป็นเพราะการนับจำนวนที่บกพร่อง

พร้อมกล่าวถึงประเด็น “การซื้อเสียง” ที่ กกต. ไม่สามารถจับได้เลย แต่พบว่า “ทุนเทา” ถูกพูดถึงเต็มทุกพื้นที่ รวมถึงการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส เพราะมีหลายหน่วยไม่ยอมให้ถ่ายวิดีโอ และมีบัตรเขย่งจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่เขต 7 ปทุมธานี และเขต 1 ชลบุรี รวมถึงบัตรเสียกว่า 3 ล้านใบ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก และการนับคะแนนที่ล่าช้า ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

กกต. ต้องนับคะแนนที่มีปัญหาใหม่ โดยเปิดหีบใหม่ ซึ่ง กกต. ทั้ง 7 คน มีอำนาจสั่งอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจน และต้องการให้เปิดเผยรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ มีรายชื่อหายไป 5 ล้านคน จากการเลือกตั้งครั้งก่อน

นันทนา นันทวโรภาส

ด้าน เทวฤทธิ์ เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบการลงคะแนนให้กับผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1-5 ที่ส่อพิรุธ บางคนบอกว่าเป็นลูกโดด ที่ยิงเฉพาะเขต เวลาเลือกให้จำเบอร์ของผู้สมัคร สส. เขตเป็นหลัก ซึ่งอาจตรงกับหมายเลขของผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคอื่น

จากการตรวจสอบบางพื้นที่ เบอร์ 1-5 ได้คะแนน สส. เขตหลักร้อยหรือหลักพันคะแนน แต่บัญชีรายชื่อได้เป็นแสน เช่น เขต 3 ชัยภูมิ เบอร์ 1 เขต 4 กาญจนบุรี เขต 5 และ 10 เชียงใหม่ เขต 1 เพชรบูรณ์ เขต 8 นครราชสีมา ที่ สส. เขตเลือกพรรคหนึ่งและบัญชีรายชื่ออีกพรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นเลขเดียวกัน ดังนั้น ขอให้ กกต. ลงไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นหรืออะไรดลใจให้เลือกแบบนี้

เทวฤทธิ์ มณีฉาย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์