‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ สะดุด! สว.จี้รัฐดึง ‘เป๋าตังค์’ คืนระบบ

15 ก.ค. 2568 - 18:37

  • ‘กมธ.การท่องเที่ยวฯ วุฒิสภา’ ห่วงโครงการ ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ สะดุด!

  • จี้รัฐบาลใช้แอปฯ ‘เป๋าตังค์’ แทนระบบใหม่ที่ติดขัดต่อเนื่อง

  • เตรียมเชิญ รมว.ท่องเที่ยวฯ แจงปัญหาด่วนกลางสภา

‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ สะดุด! สว.จี้รัฐดึง ‘เป๋าตังค์’ คืนระบบ

พิศูจน์ รัตนวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ปัญหาโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่ยังคงเป็นปัญหาคาราคาซังมานานเกือบ 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะกรณีที่สังคมมีการตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า เหตุใดจึงไม่นำแอปพลิเคชัน “เป๋าตังค์” ที่เคยประสบความสำเร็จจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” กลับมาใช้ ทั้งที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้หมดแล้ว แต่กลับไปจ้างบริษัทใหม่มาดำเนินการจนเกิดความติดขัดอย่างหนัก

จำลอง อนันตสุข สว. ในฐานะโฆษก กมธ. แสดงความเป็นห่วงว่า “แอปพลิเคชันเป๋าตังค์ที่เคยใช้ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ก็ได้รับการแก้ไขจนปัญหาต่างๆ หมดแล้ว ทำไมไม่เอามาใช้ ทำไมต้องไปจ้างบริษัทใหม่มาทำโครงการเที่ยวคนละครึ่ง เราก็ต้องตั้งคำถามรัฐบาลว่ามันเพราะอะไร แล้วเวลานี้มันก็ยังใช้ไม่ได้ ใช้ได้ก็กระท่อนกระแท่นเต็มที่ ผ่านมาแล้วประมาณเกือบ 2 สัปดาห์ เหตุใดเรื่องนี้ยังไม่จบ ยังแก้ไขไม่ได้ ซึ่งถ้าแก้ไม่ได้ก็ไปเอาแอปฯ เป๋าตังค์มาใช้”

ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการโรงแรมทั่วประเทศ โดยพบข้อมูลว่าตั้งแต่โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ยังเบิกเงินไม่ได้ ของเก่ายังไม่ได้เลย โครงการใหม่ก็เลยไม่มีใครอยากลง เพราะมันเบิกเงินไม่ได้

จำลอง อนันตสุข โฆษก กมธ.การท่องเที่ยวฯ วุฒิสภา

อีกทั้งยังมีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการบางรายที่ไม่กล้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเลย เพราะนอกจากจะกลัวเบิกเงินไม่ได้แล้ว ยังกังวลเรื่องภาษีอีกด้วย

นอกจากนี้ กมธ. ยังตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้ไม่ได้สอดรับกับนโยบายของรัฐที่ควรจะดีกว่านี้ เนื่องจากเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาล แต่การกรอกข้อมูลและแบบฟอร์มต่างๆ ก็ทำได้ยาก ที่สำคัญคือ ก่อนหน้านี้โครงการไม่มีการโฆษณา แจ้งเตือน หรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างการลงทะเบียนของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ กมธ.การท่องเที่ยวฯ วุฒิสภา เตรียมเชิญ สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เข้ามาเร่งชี้แจงโดยด่วน เนื่องจากปัญหานี้เกิดขึ้นมานานกว่าสองสามสัปดาห์แล้ว และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์