11 ก.ค.66 ที่รัฐสภา ‘สมชาย แสวงการ’ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของส.ว.ว่า เชื่อว่า ส.ว. มีดุลยพินิจอยู่แล้วในการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีวันที่ 13 ก.ค.นี้ ส.ส.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ แต่ส.ว.ก็มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบ จึงต้องฟังข้อมูลรอบด้านทั้ งการแสดงวิสัยทัศน์จากผู้สมัคร ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ข้อมูลการอภิปรายจากสมาชิกรัฐสภา ข้อมูลทางคดีที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่า ส.ว.จะใช้ดุลยพินิจได้อย่างดี แต่ผลโหวตจะออกมาอย่างไร รอดูวันที่ 13ก.ค.
ส่วนข้อเสนอการให้เลื่อนโหวตนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค.ออกไปก่อน เพื่อรอให้มีความชัดเจนถึงการตีความคุณสมบัติ ส.ส.ของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรื่องการถือหุ้นสื่อนั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภาจะเห็นอย่างไร จะมีความกังวลถึงขั้นให้เลื่อนโหวตนายกฯ หรือไม่กังวล จะรอฟังข้อมูลการอภิปรายถึงเวลา 17.00น. วันที่ 13ก.ค.แล้วจึงลงมติโหวตนายกฯ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่กังวลดังกล่าว
ส่วนกระแสข่าวจะมี ส.ว. งดออกเสียง 90% ในการโหวตนายกฯนั้น ยังไม่ทราบ เพราะบางฝ่ายก็บอกว่า มีเสียงเพียงพอ การโหวตของ ส.ว. ต้องคำนึงว่า ถ้าพาประเทศรุ่งเรืองก็เห็นด้วย แต่ถ้าเลือกแล้ว พาประเทศวิกฤติ เปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ก็ไม่เห็นด้วย เพราะ ส.ว. 250 คน ต้องร่วมรับผิดชอบในการโหวต ส่วนตัวมีความไม่สบายใจในหลายประเด็น ทั้งการแก้ไขมาตรา 112 แม้สุดท้ายนายพิธายืนยันจะไม่แก้ไข แต่ต้องถามสมาชิกพรรคก้าวไกลที่เหลือ และเครือข่ายว่าคิดแบบเดียวกันหรือไม่
สมชาย ยังกล่าวถึงข้อกังวลของ ส.ว. ไม่ให้นำชื่อนายพิธามาโหวตในรอบสอง หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาในการโหวตครั้งแรก วันที่ 13 ก.ค.ว่า แม้รัฐธรรมนูญจะไม่มีข้อห้ามเรื่องการเสนอชื่อโหวตซ้ำรอบสอง แต่ส.ว.ก็กังวลใจ หากจะให้โหวตไปเรื่อย ๆ ได้ จึงหยิบเรื่องนี้มาหารือกัน แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่มองว่า เป็นเรื่องที่มีประเด็น หากโหวตครั้งแรกไม่ได้ แต่มาได้เสียงเห็นชอบตอนโหวตครั้งที่ 2 แต่มีคนไปยื่นตีความว่า การเสนอชื่อโหวตซ้ำ 2 รอบ ทำไม่ได้ หากปล่อยให้ทำหน้าที่ไปสัก 3 เดือน แล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กระทำไม่ได้ จะทำให้การประชุมครม.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ จะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่
อย่างไรก็ตาม หากในที่สุดชื่อพิธาไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสาภ แล้วมีการพลิกขั้วรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่นักการเมืองต้องไปตกลงกัน จะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ไม่ว่าจะเป็น ‘เศรษฐา ทวีสิน’ หรือ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือชื่อของ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ รองนายกรัฐมนตรี ส.ว.ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย
ส่วนข้อเสนอการให้เลื่อนโหวตนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค.ออกไปก่อน เพื่อรอให้มีความชัดเจนถึงการตีความคุณสมบัติ ส.ส.ของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรื่องการถือหุ้นสื่อนั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภาจะเห็นอย่างไร จะมีความกังวลถึงขั้นให้เลื่อนโหวตนายกฯ หรือไม่กังวล จะรอฟังข้อมูลการอภิปรายถึงเวลา 17.00น. วันที่ 13ก.ค.แล้วจึงลงมติโหวตนายกฯ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่กังวลดังกล่าว
ส่วนกระแสข่าวจะมี ส.ว. งดออกเสียง 90% ในการโหวตนายกฯนั้น ยังไม่ทราบ เพราะบางฝ่ายก็บอกว่า มีเสียงเพียงพอ การโหวตของ ส.ว. ต้องคำนึงว่า ถ้าพาประเทศรุ่งเรืองก็เห็นด้วย แต่ถ้าเลือกแล้ว พาประเทศวิกฤติ เปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ก็ไม่เห็นด้วย เพราะ ส.ว. 250 คน ต้องร่วมรับผิดชอบในการโหวต ส่วนตัวมีความไม่สบายใจในหลายประเด็น ทั้งการแก้ไขมาตรา 112 แม้สุดท้ายนายพิธายืนยันจะไม่แก้ไข แต่ต้องถามสมาชิกพรรคก้าวไกลที่เหลือ และเครือข่ายว่าคิดแบบเดียวกันหรือไม่
สมชาย ยังกล่าวถึงข้อกังวลของ ส.ว. ไม่ให้นำชื่อนายพิธามาโหวตในรอบสอง หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาในการโหวตครั้งแรก วันที่ 13 ก.ค.ว่า แม้รัฐธรรมนูญจะไม่มีข้อห้ามเรื่องการเสนอชื่อโหวตซ้ำรอบสอง แต่ส.ว.ก็กังวลใจ หากจะให้โหวตไปเรื่อย ๆ ได้ จึงหยิบเรื่องนี้มาหารือกัน แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่มองว่า เป็นเรื่องที่มีประเด็น หากโหวตครั้งแรกไม่ได้ แต่มาได้เสียงเห็นชอบตอนโหวตครั้งที่ 2 แต่มีคนไปยื่นตีความว่า การเสนอชื่อโหวตซ้ำ 2 รอบ ทำไม่ได้ หากปล่อยให้ทำหน้าที่ไปสัก 3 เดือน แล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กระทำไม่ได้ จะทำให้การประชุมครม.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ จะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่
อย่างไรก็ตาม หากในที่สุดชื่อพิธาไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสาภ แล้วมีการพลิกขั้วรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่นักการเมืองต้องไปตกลงกัน จะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ไม่ว่าจะเป็น ‘เศรษฐา ทวีสิน’ หรือ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือชื่อของ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ รองนายกรัฐมนตรี ส.ว.ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย




