Senior_Politician_Speaker_Constitution_Day_SPACEBAR_Photo00_d8e494f848.jpg
Senior_Politician_Speaker_Constitution_Day_SPACEBAR_Photo01_e7fd3d1be7.jpg
Senior_Politician_Speaker_Constitution_Day_SPACEBAR_Photo02_96f9b3abbd.jpg
Senior_Politician_Speaker_Constitution_Day_SPACEBAR_Photo03_1aa064ad76.jpg

‘ส.ศิวรักษ์ - ชวน’ ปาฐกถาพิเศษ ‘วันรัฐธรรมนูญ’

10 ธ.ค. 2566 - 16:59

  • คึกคัก ! เสวนาฉลองรัฐธรรมนูญ 'ชวน' ย้ำ 'คนดี - รัฐธรรมนูญดี' ต้องไปด้วยกัน

  • ด้าน 'ส.ศิวรักษ์' เชื่อวันนี้ 'นักการเมืองน้ำดี' มีน้อยยังคงแพ้ไฟ ย้ำใช้สติวิจารณญาณ - สันติธรรม นำการปกครอง เชื่อจะเกิด 'รธน.แห่งเสรีภาพ' ได้แน่นอน

Senior_Politician_Speaker_Constitution_Day_SPACEBAR_Photo00_d8e494f848.jpg
Senior_Politician_Speaker_Constitution_Day_SPACEBAR_Photo01_e7fd3d1be7.jpg
Senior_Politician_Speaker_Constitution_Day_SPACEBAR_Photo02_96f9b3abbd.jpg
Senior_Politician_Speaker_Constitution_Day_SPACEBAR_Photo03_1aa064ad76.jpg

10 ธันวาคม 2566 รัฐสภาได้จัดกิจกรรม 'ฉลองรัฐธรรมนูญ'  โดยในช่วงบ่ายมีการจัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ ที่น่าสนใจหลายหัวข้อ โดยเริ่มจาก ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 'ความสำคัญของวันรัฐธรรมนูญ' โดย 'ชวน หลีกภัย' อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา  

ตอนหนึ่งในการปาฐกถา ชวน ได้กล่าวย้อนถึงบทบาทสำคัญของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ที่มีต่อเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการถือกำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับแรก และได้มีการกล่าวถึงคำปรารภที่ระบุอยู่ใน พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว 2475 เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญว่า ภายหลังจากการอภิวัฒน์สยาม ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองอันนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริง ผ่านรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด ที่เป็นตัวกำหนดโครงสร้างต่างๆ ทางสังคม  

" ในมาตรา 2 ระบุว่า อำนาจอธิปไตยย่อมมาจากปวงชนชาวสยาม พระมหากษัตริย์ย่อมใช้อำนาจภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตัวนี้แหละครับที่เป็นบทบัญญัติในมาตรา 3 ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ โดยพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจผ่าน นิติบัญติ บริหาร และตุลาการ ผ่านทางสถาบันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล การที่เราเขียนรัฐธรรมนูญในปี 2475 อำนาจอธิปไตยย่อมมาจากปวงชนชาวสยาม ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราคิดว่า เรายอมรับอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เพียงแต่ระบอบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราถวายพระเกียรติให้พระมหากษัตริย์ ทรงใช้อำนาจผ่านสถาบันเหล่านี้" 

พร้อมกันนี้ ชวน ได้กล่าวถึงพัฒนาการของรัฐธรรมนูญฉบับสำคัญๆ ผ่านชีวิตการเป็นนักการเมืองของตนเอง โดยระบุว่า บางฉบับก็ก้าวหน้าไปตามกาลเวลาที่เป็นสากลมากขึ้น และบางฉบับก็มีการสร้างขึ้น เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจของคณะรัฐประหาร รวมถึงการเปลี่ยนผ่านเนื้อในของรัฐธรรมนูญ ในหลายกรณี อาทิ การไม่ระบุถึงความจำเป็นว่า การแถลงนโยบายไม่จำเป็นต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา และการที่บัญญัติเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญ ถึงความจำเป็นที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง จำเป็นต้องมีสังกัดพรรคการเมือง เพื่อป้องการขายตัวหลังได้เป็น สส. แล้ว 

อย่างไรก็ตาม ชวน ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะเป็นประชาธิปไตย มีความสำคัญก็จริง แต่ขณะเดียวเหนือสิ่งอื่นใดคือ ต้องเป็นคนดี ดังนั้นประเทศต้องการทั้งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และนักการเมืองที่เป็นคนดี ที่ไม่ดีเฉพาะคำพูด อันนี้คือสิ่งที่หวังให้ประชาธิปไตยของประเทศเดินหน้าก้าวต่อไป เป็นที่พึ่งของประชาชน นำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จ  

 ขณะที่ 'สุลักษณ์ ศิวรักษ์' นักวิพากษ์การเมืองอาวุโส  หรือ 'ปัญญาชนสยาม' ได้กล่าว ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 'ประวัติศาสตร์ของวันรัฐธรรมนูญ' โดย ส.ศิวรักษ์ ได้เริ่มบรรยายถึงความสำคัญของวันที่ 10 ธันวาคม ในอีกฐานะซึ่งเป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล ดังนั้น ประเทศที่มีการปกครองในรูปแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย จึงมักเฉลิมฉลองกันทุกประเทศ รวมถึงยังเป็นวันรัฐธรรมนูญของไทย พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของธรรมนูญการปกครองฯ นั้นถือได้ว่า เป็นการประกาศสิทธิมนุษยชน ให้ราษฎรสยามเป็นครั้งแรก  โดยการร่างของ 'ปรีดี พนมยงค์' หัวหน้าคณะราษฎรฝ่ายพลเรือน

"ในมาตรา 1 กำหนดไว้ว่า 'อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย' ข้อความดังกล่าวปรากฏขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียว ในประวัติศาสตร์ของรัฐธรรมนูญไทย รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการประกาศสิทธิมนุษยชน สำหรับทุกคนในประเทศ มิใช่สงวนแค่กับราษฎรสยามเท่านั้น เพราะรัชกาลที่ 7 ลงพระปรมาภิไธยประกาศให้เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ"  

นอกจากนี้ ส.ศิวรักษ์ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ภายหลังการเปลี่ยนแปลงปกครอง ที่สภาพการเมืองภายใต้รัฐบาลของคณะราษฎรเกิดปัญหาภายใน และภายนอกจากกลุ่มทหารฝ่ายอนุรักษ์นิยม แล้วเส้นทางขวากหนาม ที่รัฐธรรมนูญไทยต้องฝ่าฝันฟันมาตลอด 91 ปี ก่อนจะทิ้งท้ายว่า บัดนี้เรามีประธานสภาที่ดำรงตำแหน่ง ในขณะที่อายุของปรีดี พนมยงค์อายุครบศตวรรษ และมีสมาชิกรัฐสภาหลายคน ที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม หลายคนได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่มีการซื้อเสียง พร้อมออกนโยบายที่น่าชื่นชม อย่าง รัฐสวัสดิการและประเด็นสิทธิมนุษยชน ตลอดจนเสรีภาพทั้งการพูดและการเขียน  

"แม้สมาชิกที่มีจุดยืนดังกล่าว ยังเป็นน้ำน้อยที่แพ้ไฟอยู่ ก็หวังว่าน้ำนิ่งจะไหลลึก ให้ใช้สติวิจารณญาณประกอบสันติประชาธรรม ในที่สุดเราจะมีรัฐสภาที่แท้จริง ปราศจากวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งจากเผด็จการ สส.ส่วนใหญ่จะไม่ซื้อเสียง และอุทิศตนเพื่อมนุษยธรรม และความยุติธรรมทางสังคม เพื่อสิทธิเสรีภาพ รับฟังความเห็นต่าง แล้วรัฐสภาแห่งนี้ก็จะมีศักดิ์ศรี มีรัฐบาลที่มาจากประชาชนจริงๆ ว่าที่กล่าวมาทั้งหมด จะประโยชน์กับท่านที่ตั้งใจจริง สามารถสร้างประเทศให้เป็นประชาธิปไตย และมีรัฐธรรมนูญอันมีเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพ ภราดรภาพ และความเสมอภาค อย่างแน่นอน" สุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์