ผู้สื่อข่าวรายงาน พรรคเสรีรวมไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2566 ซึ่งที่ประชุมมีมติเสนอชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียวของพรรค และเลือก วิรัตน์ วรศสิริน เป็นเลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย คนใหม่ แทน วัชรา ณ วังขนาย เลขาธิการพรรคฯ ที่ลาออกไป พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ทุกภาคของประเทศ รวมทั้งได้มีการเปิดนโยบาย 14 ข้อ อาทิ การจัดที่ดินทำกิน บัตรประชาชนใบเดียวรักษาฟรีทั่วไทย เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี และยกเลิกหนี้ กยศ. บำนาญประชาชน 3,000 บาทต่อเดือน เบี้ยผู้พิการ 3,000 บาทต่อเดือน ปราบปรามยาเสพติดเป็นศูนย์ ปฏิรูปตำรวจ โดยในข้อ 9. ได้ระบุถึงการปฏิรูปกองทัพ แก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ยกเลิกการเกณฑ์หาร ลดขนาดกองทัพ ยกเลิกศาลทหาร ย้ายกองทัพออกจากกรุงเทพฯ
“ประเทศไทยมีปัญหาที่ทหาร ครองอำนาจมาตลอด อยากจะยึดอำนาจนายกฯคนไหนก็ทำ แล้วมาเป็นนายกฯเอง อยากบอกว่า หากตนเป็นนายกฯ แล้วมีคนยึดอำนาจเมื่อไร กูยิงกระบาลมึงแน่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุ
นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย เก็บอาวุธหยุดความตาย นำปืนในมือประชาชนสู่รัฐ ทวงคืน ปตท.เป็นของประชาชน เป็นรัฐวิสาหกิจไม่แสวงหากำไร ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ และยกเลิก พ.ร.บ.การประมง ฉบับ คสช. เป็นต้น
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ไม่ได้ มาจากเฒ่าสารพัดพิษ เละเทะมาก ผู้สมัครบางคนตอบรับมาอยู่พรรคเสรีรวมไทยแล้ว แต่เจอพรรคใหญ่แย่งไป ต้องหาใหม่ ผู้สมัครบางคน พรรคเพิ่งได้ตัวมาเมื่อคืนเอง หรือ ส.ส.บางคนจะย้ายไปพรรคอื่นก็ห้ามไม่ได้ เช่น ส.ส.ลำปาง ตนไปช่วยหาเสียงเต็มที่อยู่เป็นเดือน ยังถูกทรยศหักหลัง ซื้อตัวไป แต่พรรคเสรีรวมไทย ไม่มีส.ส.ย้ายมา เพราะไม่มีเงินให้ ถึงมีก็ไม่ให้ อย่าไปเลือกพรรคเหล่านี้ ให้มาเลือกพรรคเสรีรวมไทย
ส่วนการเตรียมตัวแทนพรรคประจำจังหวัดให้ครบตามกฎหมายเลือกตั้ง คาดว่าสิ้นเดือน ก.พ.จะได้ครบทั้งหมด พร้อมเผยพื้นที่เป้าหมายพรรคเสรีรวมไทย คือ กทม.และต่างจังหวัดบางพื้นที่ พร้อมพาดพิง กกต.ว่าไม่ทำหน้าที่ เพราะบางพรรคเอาคนมาฟังการปราศรัย ไม่รู้มีการจ่ายเงินให้หรือไม่ กกต.ต้องไปตรวจสอบ รวมทั้งอ้างด้วยว่า หลายนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ก็ถูกลอกไป ทั้งที่คิดมาก่อน แต่พรรคใหญ่เสียงดังกว่า เช่น บำนาญประชาชน, เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังไม่ปิดโอกาสที่พรรคเสรีรวมไทย จะร่วมรัฐบาลด้วย หากหลังเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ ตั้งรัฐบาล
“ตนต่อต้านการรัฐประหาร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เกษียณมาหลายปี ไม่มีปัญญาทำรัฐประหารแน่นอน ต้องให้คนคุมกำลัง มีอาวุธเท่านั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่วน พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แค่มาช่วย จุดยืนผมจะต่อต้านเฉพาะตัวหลักการทำรัฐประหาร แต่พล.อ.ประวิตรไม่ใช่ตัวหลัก ถ้าจะร่วมกันทำงานก็ทำได้ แต่ไม่ร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์แน่นอน ถ้าเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐ ก็ร่วมกันได้” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เปิดเผยด้วยว่า อาจไปทาบทาม ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ มาร่วมงานด้วย เพราะอีกฝ่ายไว้ใจและมีจุดยืนเรื่องปราบโกงเหมือนกัน แต่ขณะนี้ ยังไม่มีการทาบทาม ส่วนกรณี ส.ว. ประกาศโหวตสนับสนุนเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น มองว่าเป็นสิทธิของ ส.ว.
“แต่ 4 ปีที่ผ่านมา ส.ว.คงต้องคิดว่า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเช่นนี้ แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ จึงมี ส.ว.บางส่วนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ โหวตนายกฯ รอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีทางได้ครบ 249 เสียง เสียงคงแบ่งกันไป ไม่รู้จะมีเสียงถึงครึ่งไหมที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าว
“ประเทศไทยมีปัญหาที่ทหาร ครองอำนาจมาตลอด อยากจะยึดอำนาจนายกฯคนไหนก็ทำ แล้วมาเป็นนายกฯเอง อยากบอกว่า หากตนเป็นนายกฯ แล้วมีคนยึดอำนาจเมื่อไร กูยิงกระบาลมึงแน่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุ
นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย เก็บอาวุธหยุดความตาย นำปืนในมือประชาชนสู่รัฐ ทวงคืน ปตท.เป็นของประชาชน เป็นรัฐวิสาหกิจไม่แสวงหากำไร ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ และยกเลิก พ.ร.บ.การประมง ฉบับ คสช. เป็นต้น
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ไม่ได้ มาจากเฒ่าสารพัดพิษ เละเทะมาก ผู้สมัครบางคนตอบรับมาอยู่พรรคเสรีรวมไทยแล้ว แต่เจอพรรคใหญ่แย่งไป ต้องหาใหม่ ผู้สมัครบางคน พรรคเพิ่งได้ตัวมาเมื่อคืนเอง หรือ ส.ส.บางคนจะย้ายไปพรรคอื่นก็ห้ามไม่ได้ เช่น ส.ส.ลำปาง ตนไปช่วยหาเสียงเต็มที่อยู่เป็นเดือน ยังถูกทรยศหักหลัง ซื้อตัวไป แต่พรรคเสรีรวมไทย ไม่มีส.ส.ย้ายมา เพราะไม่มีเงินให้ ถึงมีก็ไม่ให้ อย่าไปเลือกพรรคเหล่านี้ ให้มาเลือกพรรคเสรีรวมไทย
ส่วนการเตรียมตัวแทนพรรคประจำจังหวัดให้ครบตามกฎหมายเลือกตั้ง คาดว่าสิ้นเดือน ก.พ.จะได้ครบทั้งหมด พร้อมเผยพื้นที่เป้าหมายพรรคเสรีรวมไทย คือ กทม.และต่างจังหวัดบางพื้นที่ พร้อมพาดพิง กกต.ว่าไม่ทำหน้าที่ เพราะบางพรรคเอาคนมาฟังการปราศรัย ไม่รู้มีการจ่ายเงินให้หรือไม่ กกต.ต้องไปตรวจสอบ รวมทั้งอ้างด้วยว่า หลายนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ก็ถูกลอกไป ทั้งที่คิดมาก่อน แต่พรรคใหญ่เสียงดังกว่า เช่น บำนาญประชาชน, เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังไม่ปิดโอกาสที่พรรคเสรีรวมไทย จะร่วมรัฐบาลด้วย หากหลังเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ ตั้งรัฐบาล
“ตนต่อต้านการรัฐประหาร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เกษียณมาหลายปี ไม่มีปัญญาทำรัฐประหารแน่นอน ต้องให้คนคุมกำลัง มีอาวุธเท่านั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่วน พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แค่มาช่วย จุดยืนผมจะต่อต้านเฉพาะตัวหลักการทำรัฐประหาร แต่พล.อ.ประวิตรไม่ใช่ตัวหลัก ถ้าจะร่วมกันทำงานก็ทำได้ แต่ไม่ร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์แน่นอน ถ้าเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐ ก็ร่วมกันได้” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เปิดเผยด้วยว่า อาจไปทาบทาม ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ มาร่วมงานด้วย เพราะอีกฝ่ายไว้ใจและมีจุดยืนเรื่องปราบโกงเหมือนกัน แต่ขณะนี้ ยังไม่มีการทาบทาม ส่วนกรณี ส.ว. ประกาศโหวตสนับสนุนเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น มองว่าเป็นสิทธิของ ส.ว.
“แต่ 4 ปีที่ผ่านมา ส.ว.คงต้องคิดว่า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเช่นนี้ แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ จึงมี ส.ว.บางส่วนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ โหวตนายกฯ รอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีทางได้ครบ 249 เสียง เสียงคงแบ่งกันไป ไม่รู้จะมีเสียงถึงครึ่งไหมที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าว



