‘เสรีพิศุทธ์’ เชื่อคดี ‘พิธา’ ไม่กระทบตั้งรบ.

10 มิ.ย. 2566 - 13:21

  • ‘เสรีพิศุทธ์’ เชื่อ ‘กกต.’ ไต่สวน ‘พิธา’ ม.151 ฝ่าฝืนลงสมัคร ไม่กระทบตั้งรัฐบาล - ไร้ความวุ่นวาย

  • ดักคอ ‘ส.ว.’ อย่าใช้เหตุนี้ปัดยกมือหนุนโหวตเป็นนายกฯ

  • ฝากถึงบรรดา ‘นักร้อง’ ทำได้เป็นสิทธิ แต่ต้องยึดข้อเท็จจริง

Sereepisuth_Temeeyaves_Believe_Pita_151_not_Affect_Forming_a_Government_SPACEBAR_Thumbnail_abe1a73b61.jpeg
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีคำสั่งไต่สวนการถือหุ้นสื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในประเด็นการฝ่าฝืนมาตรา 42 (3) และ ม.151 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า ไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้สนใจ ไม่ได้เข้าไปยุ่ง แต่ก็มีบ้าง เวลาประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่พิธานำเรื่องดังกล่าวมาเล่า หรือปรารภให้ฟังในฐานะผู้รับมอบอำนาจจัดการมรดก เพราะช่วงนี้พิธากำลังรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาล ไม่อยากให้มีปัญหาอุปสรรคอะไร  
 
เมื่อถามว่า กังวลกับการจัดตั้งรัฐบาล และจะกระทบมาถึงพรรคเสรีรวมไทยหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลจริงๆ และมั่นใจว่า ไม่มีผลกระทบ จนทำให้เกิดความวุ่นวายกับพรรคเสรีรวมไทย ส่วนเรื่องที่วุ่นวายนั้นเป็นเพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มันเลวร้ายที่สุด คนเขียนเจ้าเล่ห์ มีความรู้ความชำนาญ แต่แทนที่จะทำให้เกิดผลดีกับชาติบ้านเมืองกลับไปรับใช้เผด็จการ  
 
เมื่อถามว่า การที่ กกต. จะส่งฟ้องศาลอาญาซึ่งใช้ระยะเวลานานในการพิจารณาคดี จะกลายเป็นช่องโหว่ทำให้ ส.ว.ไม่โหวต พิธา เป็นนายกฯ หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เวลาส่งไปฟ้องศาล ศาลรับคำฟ้อง กว่าจะนัดวันไต่สวน แต่ย้ำว่า ส.ว. จะเอามาอ้างไม่ได้ เพราะกฎหมายระบุไว้ชัดว่า ถ้าคดียังไม่ถึงที่สุด ถือว่าไม่มึความผิด  
 
เมื่อถามถึงกรณี ‘ปาตานี’ จะมีการทำประชามติ เพื่อแบ่งแยกดินแดน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า อย่าไปคิดมาก เพราะอย่างไร ตามรัฐธรรมนูญก็ระบุไว้ชัดเจนว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกไม่ได้  
 
ส่วนกรณีที่สมชัย ศรีสุทธิยากร ลาออกจากพรรคเสรีรวมไทย และมีการโทรมาร่ำลานั้น ยืนยันว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งภายใน และสมชัยไม่ได้น้อยใจอะไร  
 
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่สมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญของศรีสุวรรณ จรรณยา ถูกยุบว่า ศรีสุวรรณ เป็นนักร้องรายหนึ่งที่สร้างความปั่นป่วนเดือดร้อนให้หลายคนตลอด เรื่องที่ไปร้องไรเสาระ แต่ศรีสุวรรณ เขาบอกมีอาชีพนี้ ร้องเรียนเพื่อพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนโดยไม่คิดเงิน และเวลาร้องก็อ้างสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ในที่สุดศรีสุวรรณก็มาร้องถึงตน กล่าวหาว่าเราทำผิดกฎหมาย ทั้งที่คนอย่างเราไม่เคยทำผิดกฎหมาย เราไม่มีแผล ซึ่งกรณีศรีสุวรรณนั้นไม่ถูกต้อง แต่กลับทำตัวเป็นพระเอก เป็นผู้เสียสละเพื่อประชาชน เมื่อมีการไต่สวน สมาคมดังกล่าวก็ให้เหรัญญิกไปให้การแทนที่จะเป็นนายกสมาคม หรือรองนายกสมาคม และพบว่า ตั้งแต่มีการตั้งสมาคมไม่เคยมีการประชุมสมาคมแม้แต่ครั้งเดียว เงินทองต่างๆ ที่ได้จากการร้องเรียนของศรีสุวรรณก็รับจากใครไม่รู้ เพราะเงินไม่ได้เข้าสมาคม เวลาร้องนัดผู้สื่อข่าวเพียบ หิวแสงอย่างเดียว อยากเป็นข่าวอย่างเดียวใครจะเดือดร้อนไม่สน แต่เวลาไปมอบตัวเหตุใดถึงไม่นัดนักข่าว  
 
“ผมบอกพรรคการเมืองต่างๆ อย่าไปตบปาก หรือไปชก เพราะมันผิดกฎหมาย เราเอากฎหมายเข้าว่ากันดีกว่า เพราะบ้านเมืองอยู่ด้วยกฎหมาย เราตัดสินเองไม่ได้ ต้องให้คนกลางอย่างศาลพิจารณา” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว  
 
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เมื่อศรีสุวรรณเป็นจำเลย ตนก็ให้อนันต์ชัย ไชยเดช ทำหนังสือยุบสมาคม ในสมัยที่ตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ(ป.ป.ช.) และส่งเรื่องไปเรียกอธิบดีกรมการปกครองมาให้คำชี้แจง แต่ทางกรมการปกครองก็ส่งรองอธิบดี และฝ่ายกฎหมายมาชี้แจง เมื่อเข้าไปตรวจสอบการจดทะเบียนกับกรมการปกครองว่าถูกต้องหรือเปล่า อ้างสถานที่อยู่ที่ไหน มีอยู่จริงหรือไม่ และการรายงานประจำปีของสมาคมมีหรือไม่ แต่ทั้งนี้พบว่า ไม่มีข้อมูลดังกล่าว โดยเฉพาะสถานที่เป็นเพียงห้องแถว บุคคลที่อยู่ในละแวกก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีใครเข้ามาร่วมประชุม 
 
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากการพิจารณายุบสมาคมของกรมการปกครองมีความล่าช้าเพราะดึงเวลามาจนยุบสภา หรือรอให้ตนหมดหน้าที่ ส.ส. จึงให้ เลขาฯกมธ. โทรไปถาม จึงทำให้ตนคิดว่า ต้องมีคนที่มีอำนาจในกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนศรีสุวรรณ แต่เราก็มีมารยาทเลยไม่ได้ถามต่อว่าเป็นใคร  
 
“ขอฝากไปถึงเหล่านักร้องว่า จะไปฟ้องร้องใครก็เป็นสิทธิในฐานะประชาชนตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีระบุไว้ว่า อย่าไปล่วงละเมิดสิทธิใคร และยังให้อำนาจของผู้ที่ถูกล่วงละเมิด ใช้สิทธิในชั้นศาลได้ ผู้จะไปร้องต้องมีข้อเท็จจริง และไม่ต้องขนาดว่า จะต้องเป็นไปตามคำร้องทุกเรื่อง แต่ต้องมีข้อเท็จจริงให้ดำเนินการวินิจฉัยได้” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์