‘เสรี’ ปัดชงแก้ รธน.ปลดล็อกวาระนายกฯ 8 ปี เอื้อ ‘บิ๊กตู่’ แจงยังอยู่ในขั้นศึกษาของ กมธ.

16 ม.ค. 2566 - 17:27

  • ‘เสรี’ ชี้ ส.ว.ชงแก้ รธน. ปลดล็อกวาระนายกฯ 8 ปี เป็นเพียงข้อศึกษา

  • ยันเอื้อประโยชน์กับทุกพรรคการเมือง ไม่เฉพาะ ‘บิ๊กตู่’

  • ลั่นวุฒิสภาไม่ยอม ‘ปิดสวิตซ์’ ตัวเอง ไม่เอาด้วยร่างแก้ รธน.ฉบับพรรคเพื่อไทย

Seri_clarified_that_senator_used_to_fix_unlocking_of_8_year_term_the_prime_minister_was_just_a_study_SPACEBAR_Thumbnail_7f39541732.jpeg
เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนวุฒิสภา กล่าวว่า ในการประชุมกรรมาธิการฯ ในวันที่ 17 มกราคม 2566 หนึ่งในวาระการพิจารณาเรื่องรายงานการปฏิรูปประเทศและรายงานจากสถาบันพระปกเกล้า คือเรื่องการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งประเด็นการแก้มาตรา 158 เรื่องวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของนายกรัฐมนตรี  

มาตรา 159 เรื่องคุณสมบัติของนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. และมาตรา 272 เกี่ยวกับยกเลิก ส.ว. ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี หรือเรื่องการแก้ปัญหาองค์ประชุมสภาล่ม โดยกล่าวย้ำที่จะศึกษาทุกประเด็นอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา  

เสรี กล่าวว่า ยืนยันว่าประเด็นในการศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เจาะจงหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นเพียงประเด็นการศึกษา และนำสู่สาธารณะเพื่อแสดงความเห็นการวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองและประชาชน โดยยังไม่ได้มีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญในเวลานี้ ซึ่งเห็นว่ากระบวนการแก้ไม่ได้ดำเนินการได้โดยง่ายเพราะมีขั้นตอนตามที่เงื่อนไขกำหนดกำหนดไว้ทั้งเสียงวุฒิสภาเห็นชอบ 1 ใน 3 รวมถึงเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายค้านร้อยละ 20  

“การแก้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นแก้ยาก และหากต้องการแก้ให้สำเร็จ ทุกฝ่ายต้องหันหน้าพูดคุยกันตกลงกัน สร้างความสามัคคีปรองดอง ในมวลหมู่การเมืองและประชาชน เพราะไม่สามารถที่จะเสนอเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ และการเสนอต้องมีความตั้งใจเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง หากมีการพูดจาเสียดสีด่าทอให้ร้าย หรือเอาแต่ประโยชน์ของพรรคการเมืองตัวเองก็คือการทะเลาะกัน จะไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้เลยสักประเด็นเดียว” ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าว

พร้อมกันนี้ยังระบุว่า “ในกระบวนการของการจะแก้ให้เป็นประโยชน์กับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นไปไม่ได้เลย พอเกิดเป็นประเด็นนี้ขึ้นมาก็เป็นที่สนใจ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ แต่ด้วยความเคารพ เราไม่ได้เสนอเพื่อจะแก้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เพียงผู้เดียว และก็ไม่รู้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ไม่รู้พรรคไหนจะได้เสียง ส.ส. จำนวนเท่าไหร่”  

ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าวด้วยว่า ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นตัดอำนาจ ส.ว. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และ คุณสมบัตินายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ตามร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทยนั้น ตนเชื่อว่าจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา เพราะยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เชื่อว่าข้อเสนอนั้นเป็นประเด็นเป้าหมายสำหรับการหาเสียงของพรรคการเมือง สร้างความด่างพร้อยให้วุฒิสภา สร้างปัญหาให้รัฐบาล  

ทั้งนี้ ถือเป็นสิทธิของแต่ละพรรคการเมืองหากจะนำเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญแก้วาระ 8 ปีนายกฯ เป็นนโยบายหาเสียง เพราะสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือก เพราะก็มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ตนไม่ห่วงว่า ส.ว.จะถูกมองเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การหาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ เราเพียงแต่ทำตามหน้าที่ ทุกพรรคการเมืองก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประโยชน์คนเดียว เพราะหาก แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ได้เป็นนายกฯ ก็สามารถที่จะเป็นได้ยาวเช่นกัน

“พอเสนอประเด็นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในวาระ 2 ปี ข้อเสนอประเด็นนี้คนก็คิดว่าจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็หยิบยกขึ้นมาเล่นงานเขา และเลือกตั้งครั้งหน้ายังไม่รู้เลยว่าพรรคไหนจะได้เท่าไหร่ พรรคของ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ส.ส. กี่คนก็ไม่รู้ จะไปกังวลทำไม ถ้ากังวลเท่ากับว่ากลัว หรือคิดว่าจะเป็นฝ่ายค้านไปตลอดหรือ” นายเสรี กล่าว  

เสรี ยังกล่าวถึงหลักการแก้วาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ว่า จะกำหนดไว้เพื่ออะไร ซึ่งหลักก็คือเพื่อไม่ให้เป็นนานเกินไป แต่เมื่อผ่านมาแล้วบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2550 ก็เห็นปัญหาว่าการกำหนดเช่นนี้ หากมีคนดีมีความสามารถมีความรู้ และสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้ก็ถูกจำกัดสิทธิตรงนี้ เราจึงเห็นว่าควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์