‘เสรี’ จับตาตั้ง รบ.! ‘กก.’ ปลุกมวลชนกดดัน ‘กกต.-ศาล-ส.ว.’

31 พ.ค. 2566 - 16:14

  • ‘กมธ.การเมืองวุฒิสภา’ จับตาตั้งรัฐบาล

  • ‘เสรี’ ซัด ‘ก้าวไกล’ ปลุกมวลชนเป็นพลัง หวังกดดัน ‘กกต.-ศาล-ส.ว.’

  • ประเมิน ‘ชลน่าน’ บอกร่วมกอดคอ แต่ไม่การันตี ‘พิธา’ ได้นั่งนายกฯ แค่สัญญาลมปาก

Seri_eyes_on_the_government_Moveforward_Party_hopes_to_arouse_pressure_from_the_masses_SPACEBAR_Hero_261012303e.jpeg
31 พฤษภาคม 2566 นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิดวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยถึงการประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและติดตามสถานการณ์การเมือง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงการเลือกประธานสภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรี  
   
ทั้งนี้ในกรณีที่ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล มีมติตั้งคณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ที่มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (กก.) เป็นประธาน และตั้ง 7 คณะทำงานแก้ปัญหาประชาชนนั้น เป็นธรรมดาของการเตรียมความพร้อม   
 
แต่ในประเด็นที่พรรคก้าวไกลแสดงให้เห็นข้อเสนอการแก้ปัญหาประเทศ ให้ประชาชนองค์กรต่างๆ มองว่าคือความพยายามสร้างมวลชนกดดันองค์กรต่างๆ ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่อยู่ระหว่างการรับรอง ส.ส. รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญที่มีหน้าวินิจฉัยประเด็นคุณสมบัตินักการเมือง กรณีคำร้องขาดคุณสมบัติของนายพิธา หรือวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีบทบาทต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี 
 
“กรณีที่จัดตั้ง 7 คณะทำงาน เพื่อนำสถานการณ์ทิศทางไปสู่บริหารประเทศ ผมมองว่าข้อเท็จจริงควรต้องผ่านการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อย แต่เมื่อเวลาไม่ลงตัว จึงต้องทำเพื่อสร้างศรัทธาจากมวลชน รวมถึงเรียกมวลชนให้ออกมาปกป้องตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่เขาจัดทำขึ้น ที่อาจจะได้มวลชน เพราะขณะนี้ยังมีเวลาเหลืออีกพอสมควรก่อนที่ กกต. จะรับรองผลเลือกตั้ง” ส.ว.เสรี กล่าว 
 
เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลพยายามสร้างมวลชนเพื่อสู้กับนิติสงครามที่หัวหน้าพรรคเผชิญใช่หรือไม่ ส.ว.เสรี กล่าวว่า ตนไม่ขอใช้คำรุนแรงแบบนั้น แต่ตอนนี้เห็นว่าเขาพยายามสร้างมวลชนเป็นแรงสนับสนุนและผลักดัน รวมถึงเป็นแรงกดดัน กกต.​ที่ต้องรับรอง ส.ส.ตรวจสอบข้อมูลก่อนจะประกาศรับรองตามกระบวนการเลือกตั้ง 
 
เมื่อถามย้ำว่า พรรคก้าวไกลใช้มวลชนเพื่อกดดันพรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ให้เป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งด้วยหรือไม่ ส.ว.เสรี กล่าวว่า เชื่อว่ากดดันพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพราะพรรคนี้เขามีวิทยายุทธลึกล้ำ และวางสเตปทางการเมืองไว้ว่าจะเดินอย่างไร และสร้างการแสดงออกที่สร้างความเชื่อมั่น เชื่อใจในกลุ่มตั้งรัฐบาล แต่ในอนาคตนั้น ตนเชื่อว่าเขาเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น และเขารู้อยู่แล้ว 
 
เมื่อถามว่าวานนี้ (30 พฤษภาคม) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศจะร่วมตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกล มองว่าคือคำการันตีที่ นายพิธา จะได้เป็นนายกฯ หรือไม่ ส.ว.เสรี กล่าวว่า “การันตีไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน สัญญาคือลมปาก สิ่งที่เพื่อไทยแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ว่าจะสนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนมาก แต่เขาก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สุดท้ายหวยก็ออกที่พรรคเพื่อไทย” 
 
เมื่อถามย้ำว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เสนอแคนดิเดตนายกฯ จากเพื่อไทยแทนนายพิธา ใช่หรือไม่ ส.ว.เสรี กล่าวว่า “เดากันไป” 
เมื่อถามว่า มองว่าประเด็นคุณสมบัติ หรือการแก้มาตรา 112 จะทำให้ นายพิธา ไม่ได้รับการเสนอชื่อต่อที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ ส.ว.เสรี กล่าวว่า ตนมองว่าประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 ที่พรรคก้าวไกลไม่ยอมถอย และมีเจตนาที่จะเสนอแก้ไขแม้ไม่ระบุไว้ใน MOU ของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่มวลชนและเจ้าของพรรคก้าวไกลต้องการ  
 
“ซึ่งไม่เข้าใจทำไม นายพิธา ต้องยืนหยัดที่จะแก้ไข ทั้งที่ไม่ใช่ปัญหาของบ้านเมือง และตนเชื่อว่าประเด็นนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งของบ้านเมืองได้ในอนาคต”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์