‘ส.ว.เสรี’ ชี้ ‘รบ.แห่งชาติ’ เป็นความหวังดี แต่เกิดได้ยาก

1 มิ.ย. 2566 - 16:58

  • ‘ส.ว.เสรี’ รับเห็นถึงความหวังดีของ ‘ส.ว.จเด็จ’ เสนอตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ แต่เกิดได้ยากในสภาพปัจจุบัน

  • มองเป็นไปได้ส่อเลือกตั้งโมฆะ หาก ‘พิธา’ โดนฟันปมหุ้นสื่อ

  • แนะเลือกตั้งซ่อมเฉพาะเขตที่ ‘ก้าวไกล’ ชนะ

Seri_pointed_out_that_the_proposal_to_set_up_a_national_SPACEBAR_Hero_cf2a93a026.jpeg
เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงข้อเสนอของ จเด็จ อินสว่าง ส.ว. ที่ให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ในขณะที่พรรคการเมืองกำลังตั้งรัฐบาล ว่า เป็นความหวังดีที่จะแก้ปัญหาเรื่องความแยกแตก เพื่อก่อให้เกิดความปองดอง แต่เชื่อว่ารัฐบาลแห่งชาติเกิดขึ้นได้อยาก เพราะผลกการเลือกตั้งออกมาแล้วว่าพรรคไหนได้คะแนนเท่าไหร่ที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้จะไม่ยอม และข้อสำคัญใครจะยอมให้ใครเป็นนายกฯ ให้ใครเป็นประธานสภาฯ และต้องไปแยกกระทรวง ทบวงกรมอีก ว่ามาจากพรรคไหน จากใคร ซึ่งในภาวะปัจจุบันแต่ละพรรคก็มีเป้าหมายของตัวเองที่จะมีอำนาจฝ่ายบริหาร  

“ความหวังดีนี้มันก็ดีในมุมหนึ่ง แต่เกิดขึ้นยากในสภาพปัจจุบัน ถ้าเกิดได้ก็ดี แต่ดูองค์ประกอบเงื่อนไขแล้ว เป็นไปได้ยาก เพราะหลายฝ่ายปฏิเสธการทำงานร่วมกัน และมีแนวทางทำงานไม่ตรงกัน แนวโน้มจึงเกิดขึ้นได้ยาก” 

เมื่อถามว่า มองเจตนาของ ส.ว.จเด็จ อย่างไรที่มีข้อเสนอนี้ ส.ว.เสรี กล่าวว่า มองว่าเป็นความหวังดี เจตนาดี ที่เห็นปัญหาว่ามีปัญหาเยอะ แต่ละฝ่ายก็ยืนในจุดของตัวเองไว้หมดแล้ว บางพรรคก็สุดโต่งไปซ้ายไปขวา ดังนั้นรัฐบาลแห่งชาติเกิดได้ยากในสานการณ์ปัจจุบัน เพราะรัฐบาลแห่งชาติเกิดได้ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่แตกแยกรุนแรงหนัก เพื่อป้องกันความรุนแรงที่จะเกิด ก็อาจจะตั้งเป็นรัฐบาลร่วมกัน เช่นในสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร กับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แต่ก็ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ แต่ก็สามารถแก้เรื่องความขัดแย้งได้  

ส.ว.เสรี กล่าวด้วยว่า การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ คือหาทางอื่นไม่ได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังมีเส้นทางของตัวเองอยู่เยอะ อย่างไรก็ตามในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ซึ่งตนเป็นประธาน จะมีการประชุมในวันที่ 6 มิถุนายน นี้ ก็จะนำเรื่องนี้มาพูดคุยกันด้วย  

ส.ว.เสรี ยังกล่าวถึงกรณี วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุปัญหาคุณสมบัติการถือหุ้นสื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (กก.) อาจทำให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า มีความเป็นไปได้ เพราะพิธา รู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เนื่องจากถือหุ้นสื่อ แต่ไปเซ็นรับรองผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลในฐานะหัวหน้าพรรค  

เท่ากับไปรับรองทั้งที่ตัวเองไม่มีคุณสมบัติ ส่วนตัวมองว่า หากจะเป็นโมฆะควรเป็นเฉพาะเขตที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ควรโมฆะทั้งหมด แต่บางฝ่ายเห็นว่า ต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เพราะคะแนนที่พรรคก้าวไกลได้ไป ทำให้คะแนนเสียงของคนอื่นๆ ผิดเพี้ยนไม่ตรงกับความจริง คะแนนจึงไม่ควรเสียเฉพาะพรรคก้าวไกล แต่เสียทั้งระบบ   

“เพราะหากนายพิธาไม่เซ็นรับรองผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ประชาชนอาจไปพิจารณาเลือกพรรคอื่น ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นอย่างไร และมีคำวินิจฉัยเช่นใดออกมา ถ้าเลือกตั้งเฉพาะเขตที่พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งก็เสียหายน้อยหน่อย แต่ถ้าต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ คงเสียหายเยอะ แต่ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับจะเสียหายมากน้อยอย่างไร” ส.ว.เสรี กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์