เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวปาฐกถาพิเศษ (25 สิงหาคม 2566) ในงานสัมมนา เรื่อง “สภานักเรียนมีบทบาทอย่างไรกับการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
โดยกล่าวตอนหนึ่ง ว่า สภานักเรียนยุคก่อนหน้านั้น ยอมรับว่ามีการเรียกร้องให้ปรับเครื่องแต่งกายและทรงผม แต่ไม่ก้าวร้าว ไม่รุนแรง เป็นการแสดงออกที่พึงมี ทั้งนี้สภานักเรียนถือเป็นความจำเป็นต้องมี เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่แข็งแรง รวมถึงเป็นส่วนสำคัญของสังคมประชาธิปไตย ที่หลายฝ่ายมองว่าคือ เสรีภาพ เท่าเทียม ไม่ถูกบังคับ
“ปรากฏการณ์ยุคปัจจุบันการพัฒนาไปไกลและไปเร็ว เมื่อมีโซเชียลมีเดีย และอุปกรณ์ มือถือทันสมัย ข้อมูลถูกส่งผ่านถึงกันได้ง่าย และมักพบการยุยง ปลุกปั่น หากผู้บริหารประเทศบริหารไม่ทันอาจจะเป็นปัญหาได้ เพราะการสื่อสารนัดหมายทำได้ง่าย ส่งข้อความนัดเวลามาเต็มบนถนน สิ่งที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทำให้สังคมเปลี่ยน เยาวชนเผชิญทั้งข่าวจริง ข่าวเท็จทำให้สถานการณ์เป็นแบบปัจจุบัน
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีผู้ไม่หวังดีที่ต้องการยึดประเทศ ทำลายระบบ ทำลายองค์กร เพื่อให้คนเหล่านี้ยึดประเทศได้ ซึ่งปรากฏภาพความรุนแรงมากขึ้น มีการชุมนุม มีม็อบ ก้าวล่วงสถาบัน ดังนั้นเยาวชนต้องไม่ให้ความร่วมมือ เพราะสิ่งเหล่านั้นทำให้บ้านเมืองไม่สงบ ไม่ปลอดภัย” เสรี กล่าว
เสรี กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่าประชาธิปไตยและเสรีภาพ ที่มองว่าทำอะไรก็ได้ ทั้งนี้ตนมองว่าการทำความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยต้องทำความเข้าใจทั้งระบบ โดยประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสถาบันที่สร้างชาติ สร้างแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น ดังนั้นการปลูกฝังให้ความสำคัญจึงมีความจำเป็น เพื่อป้องกันการถูกยุยง ปลุกปั่น และสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน
“การสร้างประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ถูกสร้างให้เกิดความเข้าใจผิด ว่า เสรีภาพอยากทำอะไรก็ได้ ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ต้องมีความเท่าเทียม ทั้งนี้การอยู่ร่วมกันต้องมีกติกา คือ รัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่างๆ รวมถึงระเบียบข้อบังคับ ยุคปัจจุบันคนเข้าใจผิดเสรีภาพอยากทำอะไรก็ได้ กฎระเบียบโรงเรียนไม่จำเป็น ลดการเคารพผู้ใหญ่เพราะถือว่าเท่าเทียม เป็นความเข้าใจผิด ทั้งนี้รูปแบบประชาธิปไตยแบบไทย ต้องให้เกียรติ เกรงใจ และความเคารพ” เสรี กล่าว
โดยกล่าวตอนหนึ่ง ว่า สภานักเรียนยุคก่อนหน้านั้น ยอมรับว่ามีการเรียกร้องให้ปรับเครื่องแต่งกายและทรงผม แต่ไม่ก้าวร้าว ไม่รุนแรง เป็นการแสดงออกที่พึงมี ทั้งนี้สภานักเรียนถือเป็นความจำเป็นต้องมี เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่แข็งแรง รวมถึงเป็นส่วนสำคัญของสังคมประชาธิปไตย ที่หลายฝ่ายมองว่าคือ เสรีภาพ เท่าเทียม ไม่ถูกบังคับ
“ปรากฏการณ์ยุคปัจจุบันการพัฒนาไปไกลและไปเร็ว เมื่อมีโซเชียลมีเดีย และอุปกรณ์ มือถือทันสมัย ข้อมูลถูกส่งผ่านถึงกันได้ง่าย และมักพบการยุยง ปลุกปั่น หากผู้บริหารประเทศบริหารไม่ทันอาจจะเป็นปัญหาได้ เพราะการสื่อสารนัดหมายทำได้ง่าย ส่งข้อความนัดเวลามาเต็มบนถนน สิ่งที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทำให้สังคมเปลี่ยน เยาวชนเผชิญทั้งข่าวจริง ข่าวเท็จทำให้สถานการณ์เป็นแบบปัจจุบัน
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีผู้ไม่หวังดีที่ต้องการยึดประเทศ ทำลายระบบ ทำลายองค์กร เพื่อให้คนเหล่านี้ยึดประเทศได้ ซึ่งปรากฏภาพความรุนแรงมากขึ้น มีการชุมนุม มีม็อบ ก้าวล่วงสถาบัน ดังนั้นเยาวชนต้องไม่ให้ความร่วมมือ เพราะสิ่งเหล่านั้นทำให้บ้านเมืองไม่สงบ ไม่ปลอดภัย” เสรี กล่าว
เสรี กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่าประชาธิปไตยและเสรีภาพ ที่มองว่าทำอะไรก็ได้ ทั้งนี้ตนมองว่าการทำความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยต้องทำความเข้าใจทั้งระบบ โดยประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสถาบันที่สร้างชาติ สร้างแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น ดังนั้นการปลูกฝังให้ความสำคัญจึงมีความจำเป็น เพื่อป้องกันการถูกยุยง ปลุกปั่น และสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน
“การสร้างประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ถูกสร้างให้เกิดความเข้าใจผิด ว่า เสรีภาพอยากทำอะไรก็ได้ ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ต้องมีความเท่าเทียม ทั้งนี้การอยู่ร่วมกันต้องมีกติกา คือ รัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่างๆ รวมถึงระเบียบข้อบังคับ ยุคปัจจุบันคนเข้าใจผิดเสรีภาพอยากทำอะไรก็ได้ กฎระเบียบโรงเรียนไม่จำเป็น ลดการเคารพผู้ใหญ่เพราะถือว่าเท่าเทียม เป็นความเข้าใจผิด ทั้งนี้รูปแบบประชาธิปไตยแบบไทย ต้องให้เกียรติ เกรงใจ และความเคารพ” เสรี กล่าว




