‘เสรี’ สะกิด ‘รบ.’! ระวังใช้อำนาจ อย่าหาประโยชน์

5 ก.ย. 2566 - 14:58

  • ‘สว.เสรี’ สะกิดเตือน ‘รัฐบาลเศรษฐา’

  • ระวังการใช้อำนาจ อย่าแสวงหาแต่ประโยชน์

  • แนะปรองดองแท้จริงคนทำผิดต้องยอมรับ อย่าทำซ้ำ

Seri_warns_Srettha_government_to_be_careful_in_using_power_do_not_take_advantage_SPACEBAR_Hero_17c2ef95ed.jpeg
รัฐสภา (5 กันยายน 2566) เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวถึงการประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 4 กันยายน เพื่อพิจารณาถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 กันยายน ว่า กมธ.ได้วางแนวทางเบื้องต้นต่อประเด็นที่จะอภิปรายตามที่ สว. ที่เป็น กมธ. เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่อง รวมถึงเสนอแนะทิศทางไปยังรัฐบาล เพื่อให้บริหารงานได้ราบรื่น  

สว.เสรี กล่าวว่า เบื้องต้นนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท มีนายสถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธ์ สว.ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่นโยบายเกี่ยวกับการเมือง กรณีการสร้างความปรองดอง ที่มีข้อเสนอจากนักวิชาการให้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) นิรโทษกรรมนักโทษคดีการเมืองนั้น  

ส่วนตัวมองว่าหากเห็นพ้องต้องกัน ไม่ขัดข้องต่อกัน สามารถดำเนินการได้ แต่ในการแก้ไขความขัดแย้งที่ทำได้จริง และประเทศปรองดอง มีความสงบ ผู้ที่กระทำผิดต้องยอมรับในสิ่งที่ตนได้กระทำผิด และระบุว่าไม่ทำผิดซ้ำอีก เชื่อว่าหากทำได้ จะทำให้เกิดความปรองดอง และความสงบในบ้านเมือง

“เรื่องความปรองดองในรัฐบาลนั้นผมมองว่าจากการรวมกันตั้งรัฐบาลและจัด ครม.ใหม่ นับว่าเป็นความปรองดองที่เกิดขึ้นได้แล้ว” สว.เสรี กล่าว 

เมื่อถามว่านโยบายของรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน ยังต้องมียุทธศาสตร์ชาติกำกับด้วยหรือไม่ สว.เสรี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติคือหลักในการบริหารประเทศและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดไว้ เพื่อไม่ให้รัฐบาลใช้อำนาจบริหารมากเกินไป โดยยุทธศาสตร์ชาติจะมีการกำหนดทิศทาง รวมถึงมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้น  

ซึ่งแนวทางเหล่านี้รัฐบาลก็ต้องให้ความสำคัญด้วย เพราะยังอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะถูกผิดกันได้ในการที่จะต้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติที่ถือเป็นเป้าหมายในการบริหารประเทศขั้นสูง ดังนั้นรัฐบาลพึงต้องกระทำ  

เมื่อถามว่าอยากฝากการบ้านอะไรไปถึงรัฐบาลชุดใหม่บ้าง สว.เสรี กล่าวว่า สิ่งที่ระมัดระวังคือการบริหารประเทศ หรือดำเนินการที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการระมัดระวังตัวเอง เพราะในการทำงานถ้ามัวแต่ระวังคนอื่น แล้วไม่ระวังตัวเองก็อาจจะใช้อำนาจในแนวทางที่มากเกินไป หรือใช้อำนาจไปแนวทางผลประโยชน์ ดังนั้นรัฐบาลต้องเตือนตัวเองและระมัดระวังตัวเอง และการทำงานต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจ  

“ในช่วงนี้มีการพูดถึงในหลายๆ เรื่อง ซึ่งอยู่ในช่วงที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ อาจจะกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน จึงอยากให้ระมัดระวังเรื่องเหล่านี้เป็นสำคัญ ดังนั้นการใช้อำนาจของรัฐบาลในยุคปัจจุบันถูกจับตามอง ด้วยความสนใจของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ดังนั้นการเชื่อมั่นอะไรต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น หากทำด้วยความระมัดระวังแล้วอย่าไปยึดอยู่ผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เป็นธรรม ไม่มีการกระทำใดที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ก็จะไม่ถูกต่อต้านมาก” สว.เสรี กล่าว

เมื่อถามว่าต่างชาติยังเป็นตัวกำกับนโยบายของรัฐบาล สว.เสรี กล่าวว่า คิดว่าต่างชาติคงไม่แสดงออกอะไรมาก คงต้องรอดูต่อไป เพราะเป็นเรื่องความมั่นคงที่จะต้องพึ่งระมัดระวัง เพราะในยุคปัจจุบันหลายประเทศ หลายชาติที่เป็นมหาอำนาจพยายามก้าวก่ายแทรกแซงประเทศต่างๆ และส่งผ่านมาทางองค์กรภาคเอกชน ที่จะสร้างปัญหาได้เช่น เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หรือจัดให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้น ซึ่งผ่านองค์กรภาคเอกชนที่มีเงินอุดหนุน มีงบประมาณสนับสนุน ตนคิดว่ารัฐบาลพึ่งต้องระมัดระวังและอย่าคล้อยตามเรื่องเหล่านี้  

เมื่อถามถึงกรอบเวลาที่เหมาะสมในการอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาล สว.เสรี กล่าวว่า ก็อยู่ที่สมาชิกว่าจะมีคนสนใจที่จะอภิปรายกี่คน และมีเรื่องอะไรบ้าง ถ้าคนอภิปรายน้อยวันเดียวก็พอได้ แต่ถ้ามีคนอภิปรายเยอะคิดว่า 2 วันก็น่าจะเพียงพอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์