‘เศรษฐา’ นำ ‘พท.’ บุกเชียงใหม่ ลั่นต้องชนะขาด

10 พ.ค. 2566 - 15:45

  • ‘เศรษฐา’ นำทีม ‘เพื่อไทย’ บุกเชียงใหม่

  • ย้ำต้องชนะขาดเพื่อขับเคลื่อนประเทศ มั่นใจกวาดยกจังหวัด

  • โนคอมเมนต์ปม ‘ทักษิณ’ ขอกลับไทย เพื่ออ้อนคะแนน

  • พร้อมแจงปมพูดไม่ยกกระทรวงคมนาคม ให้ใคร หลังถูก ‘อนุทิน’ จวก

Settha_Pheu_Thai_Party_campaigns_in_Chiang_Mai_SPACEBAR_Hero_a5fb5a6bf6.jpeg
เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคฯ ตลอดจนผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ อาทิ จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 1, ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 3, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 5 ร่วมพบปะผู้ประกอบการ จ.เชียงใหม่ และสภาหอการค้าเชียงใหม่  

โดย เศรษฐา เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าพรรคฯ มีความพร้อมในทุกด้าน ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศมีปัญหาต่างๆ มากมาย จึงต้องการเปลี่ยนแปลง และผลงานที่ผ่านมา ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพรรคฯ พร้อมรับใช้ประชาชนทุกกลุ่ม ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนประเทศ เพราะการเติบโตสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ จำเป็นต้องใช้มืออาชีพมาเปลี่ยน และไม่มีเวลามาลองของใหม่ และต้องเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ เพราะการขับเคลื่อนประเทศต้องใช้กระทรวงต่างๆ ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน หากพรรคฯ ชนะไม่ขาด การเข้าไปบริหารจัดการจะลำบาก และมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย พร้อมที่สุด  

จากนั้น เศรษฐา ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงโค้งสุดท้าย โดยแสดงความมั่นใจว่าจะได้ยกทั้งจังหวัด พร้อมยืนยันว่าไม่กังวลในกระแสพรรคก้าวไกลที่มาแรง เพราะมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย จะได้คะแนนเสียงส่วนมากอยู่ พร้อมแสดงความเห็นใจ กรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตขอกลับประเทศไทยในเดือน ก.ค. โดยยินยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น แต่ยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย 

“ท่านเป็นคุณพ่อ คุณตา และเป็นคุณปู่ ตรงนี้ก็น่าเห็นใจ เพราะท่านพูดมาว่า 17 ปีไม่ได้กลับบ้าน และอายุท่านก็มาก ท่านเองก็อยากที่จะกลับมา แต่ท่านก็พูดชัดเจนคือการกลับเข้ามาตามกระบวนการยุติธรรม และไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย เหนือสิ่งอื่นใดการที่ท่านประกาศจะกลับช่วงเดือน ก.ค. ก็เป็นช่วงที่รัฐบาลปัจจุบันยังรักษาการอยู่ ฉะนั้น ก็ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ส่วนจะส่งผลเป็นแรงบวกหรือแรงลบประชาชนต้องตัดสินเอง ตนพูดในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และคนเป็นพ่อว่า เห็นใจท่าน” เศรษฐา ระบุ  

ส่วนเนื้อหาการทวีตจะเป็นผลบวก หรือผลลบต่อการเลือกตั้งหรือไม่นั้น เศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการประเมิน เมื่อถามย้ำว่ามีคนออกมาตั้งขอสังเกตว่า เป็นการเรียกคะแนนให้พรรคเพื่อไทย เศรษฐา บอกว่า ไม่มีคอมเมนต์ตรงนี้  

สำหรับกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมต.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี เศรษฐา ระบุจะไม่ยกกระทรวงคมนาคม ให้ใคร ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมนั้น เศรษฐา ยืนยันว่า ไม่ได้ประกาศว่าจะยึด แต่เป็นการตอบรับในคำถามที่ว่า หากได้เป็นรัฐบาลอย่าไปยกกระทรวงคมนาคม ให้คนอื่น 

“ตรงนี้ ตนต้องขอความเป็นธรรม เพราะหลายพรรคก็พูดว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะเอากระทรวงใด กระทรวงคมนาคมก็เป็นกระทรวงหลัก และที่ตนไปพูดก็พูดกับสหกรณ์รถแท็กซี่ ที่เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม โดยตรง และถือเป็นหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทย มีความชำนาญในการบริหารอยู่แล้ว ตนไม่ได้ประกาศว่าจะยึด แต่มีคำถามมาว่าหากได้เป็นรัฐบาลก็อย่าไปยกกระทรวงนี้ให้คนอื่น ตนก็ตอบว่า ใช่ ไม่ได้เป็นการไม่ให้เกียรติประชาชน แต่ต้องไปดูทั้งหมดว่ามีบทสนทนาออกมาเช่นนั้น มีความเป็นมาอย่างไรก็ต้องขอความเป็นธรรม ตนไม่ได้ตั้งใจล่วงอำนาจประชาชน แน่นอนว่าต้องเลือกตั้งมาก่อน และต้องมีการประกาศผลจากทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นขั้นเป็นตอนอยู่แล้ว” เศรษฐา ระบุ   

ส่วนที่ อนุทิน ระบุด้วยว่า คนที่ออกมาพูดไม่ได้มีอำนาจจริง เศรษฐา มีอำนาจมากน้อยแค่ไหนนั้น เศรษฐา ตอบว่า “ตนมีความเข้าใจในการเมืองดี ว่าจริงๆ แล้วพื้นฐานของการเล่นการเมือง เราเข้ามาทำเพื่อพี่น้องประชาชน คนที่มีอำนาจจริงๆ คือประชาชน ตนไม่ปฏิเสธว่าตนไม่มีอำนาจจริง เพราะคนที่มีอำนาจจริงคือประชาชน” จากนั้น เศรษฐา และคณะ ได้เดินทางต่อไปยังสหกรณ์นครลานนาเดินรถ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อพูดคุยถึงปัญหาการคมนาคมขนส่งใน จ.เชียงใหม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์