มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ลงทุนก้มลงกราบงามๆ กลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต่อหน้าบัลลังก์ประธานที่ประชุม หลังจบร่ายยาวช่วงของตัวเอง ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 พร้อมเปิดเผยเตรียมยื่นลาออกจาก ส.ส. ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566
“แม้รัฐธรรมนูญปี 2560 จะบิดเบี้ยวทำให้ที่มาของ ส.ส.ไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ตนก็ภูมิใจมากกว่า ส.ว. ซึ่งอีก 2 วันข้างหน้า คือวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ผมก็จะคืนอำนาจอธิปไตยที่ประชาชน 66 ล้านคนมอบให้ผม เพื่อพิจารณาใหม่อีกครั้งในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ผมอายุ 41 ปี พร้อมทุ่มเทชีวิตและวิญญาณเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ประเทศไทยของเราดีกว่าเดิมดี เหมือนสิ่งที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์สร้างไว้ จนกว่าจะหมดแรง และหมดลมหายใจไปขอขอบคุณประชาชน 66 ล้านคน ที่ให้โอกาสพรรคไทยศรีวิไลย์ และให้โอกาสตนในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตนจึงขอกราบลาสภาฯ แห่งนี้” มงคลกิตติ์ ระบุ
ขณะที่ ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ในฐานะประธานที่ประชุม ถึงกับแซวว่า ในช่วงท้ายการอภิปราย ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาในญัตติ แต่ มงคลกิตติ์ ไม่ได้พูดกระทบคนอื่น จึงเปิดโอกาสให้หาเสียงสักหน่อย
“แม้รัฐธรรมนูญปี 2560 จะบิดเบี้ยวทำให้ที่มาของ ส.ส.ไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ตนก็ภูมิใจมากกว่า ส.ว. ซึ่งอีก 2 วันข้างหน้า คือวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ผมก็จะคืนอำนาจอธิปไตยที่ประชาชน 66 ล้านคนมอบให้ผม เพื่อพิจารณาใหม่อีกครั้งในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ผมอายุ 41 ปี พร้อมทุ่มเทชีวิตและวิญญาณเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ประเทศไทยของเราดีกว่าเดิมดี เหมือนสิ่งที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์สร้างไว้ จนกว่าจะหมดแรง และหมดลมหายใจไปขอขอบคุณประชาชน 66 ล้านคน ที่ให้โอกาสพรรคไทยศรีวิไลย์ และให้โอกาสตนในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตนจึงขอกราบลาสภาฯ แห่งนี้” มงคลกิตติ์ ระบุ
ขณะที่ ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ในฐานะประธานที่ประชุม ถึงกับแซวว่า ในช่วงท้ายการอภิปราย ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาในญัตติ แต่ มงคลกิตติ์ ไม่ได้พูดกระทบคนอื่น จึงเปิดโอกาสให้หาเสียงสักหน่อย



