ที่รัฐสภา สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจากการร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ถึงการชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาต่อเวทีนานาชาติ ว่า ถือเป็นเรื่องดีที่ได้แสดงท่าทีของไทย ส่วนเสียงชื่นชมยืนยันว่าทําตามหน้าที่ และดีใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
ส่วนการพูดคุยวงเล็กที่มีประเทศสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียร่วมพูดคุยด้วยนั้น สีหศักดิ์ ยอมรับว่าประเทศเหล่านั้นก็อยากให้ไทยและกัมพูชาสามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งเราได้ชี้แจงในท่าทีของเราแล้ว เชื่อว่านานาชาติจะเข้าใจไทยมากขึ้น
พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมากัมพูชาก็นําเสนอฝ่ายเดียว เพื่อสร้างความได้เปรียบของเขา ทั้งที่เราก็คุยกับกัมพูชาแล้วว่าเราพยายามมองไปข้างหน้า หาช่องทางคุยกัน และสิ่งที่เราตกลงกันก็ควรจะมีการปฏิบัติและนำเสนอความจริง แต่เมื่อกัมพูชากล่าวถ้อยแถลง กลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุยกัน ตนก็จําเป็นที่จะต้องชี้แจงว่าท่าทีของเราเป็นอย่างไร
ส่วนผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ สีหศักดิ์ ระบุว่า ขอพูดคุยกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมถึงฝ่ายความมั่นคงก่อน แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงสถานการณ์ ซึ่งภายหลังการลงจากเวทีก็ไม่ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาเพิ่มเติม
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะพูดคุยกับกัมพูชาได้หรือไม่ สีหศักดิ์ ย้ำว่า เราพร้อมจะคุย แต่การคุยสิ่งที่ตกลงก็ต้องทําตามนั้นเพื่อความจริงใจ ซึ่งเราไม่ได้ปิดประตู แต่อย่างที่บอกว่าทางเลือกมีอยู่ 2 ทาง คือ จะไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้น นําไปสู่ความสูญเสีย หรือจะคุยกันเพื่อนําไปสู่ความปลอดภัยและสันติภาพ และในฐานะเพื่อนบ้านก็ควรจะคุยกันตามกรอบทวิภาคี ไม่มีความจําเป็นที่จะยกระดับสู่เวทีระหว่างประเทศ แต่หากจะนําไปสู่เวทีระหว่างประเทศก็ทําได้ แต่ไม่ควรบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ในการคลี่คลายสถานการณ์
ส่วน 4 เดือนจากนี้ ท่าทีของรัฐบาลต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชาจะเป็นอย่างไร สีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับกัมพูชาด้วย เพราะท่าทีของไทยชัดเจน เราอยากเดินเข้าสู่เส้นทางสันติภาพ แต่เดินฝ่ายเดียวไม่ได้




