ต้องรักษาคำพูด! ‘สีหศักดิ์’ เตือน ‘กัมพูชา’ อย่ายั่วยุ

30 ธ.ค. 2568 - 12:22

  • ‘สีหศักดิ์’ ย้ำ ‘ข้อตกลงหยุดยิง’ ต้องยั่งยืน ขอกัมพูชารักษาคำพูด–อย่ายั่วยุ

  • เตือนเหตุโดรน–ทุ่นระเบิด เสี่ยงบั่นทอนความไว้เนื้อเชื่อใจชายแดน

  • ชี้ประชุม JBC มีขั้นตอนตามกฎหมาย อาจเกิดขึ้นในรัฐบาลหน้า

ต้องรักษาคำพูด! ‘สีหศักดิ์’ เตือน ‘กัมพูชา’ อย่ายั่วยุ

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือ 3 ฝ่าย ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย–กัมพูชา และจีน ที่เมืองอวี้ซี (Yuxi) มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีจีนเป็นเจ้าภาพ ว่า “เราอยากทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นการหยุดยิงที่ยั่งยืน และนำมาสู่การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ขณะเดียวกันก็ต้องดูว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา จะเดินต่อไปอย่างไร เพราะช่วงนี้เพิ่งตกลงหยุดยิงกัน จึงยังมีความเปราะบางอยู่”

ดังนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือบั่นทอนการหยุดยิง อาทิ การปล่อยโดรน การใช้คำพูดยั่วยุ หรือการออกถ้อยแถลงระดับผู้นำต่าง ๆ ซึ่งต้องระมัดระวังและต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ออกมาพูดในทำนองว่า “การหยุดยิงนั้นไม่ได้หมายความว่าฝ่ายกัมพูชาแพ้” เรื่องนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เพราะหากตั้งคำถามแบบนี้ เราก็ต้องถามกลับไปว่าใครเป็นฝ่ายขอหยุดยิง แต่ผมคิดว่า “เราควรก้าวข้ามตรงนั้น และมาทำให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน รวมถึงสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน”

ส่วนกรณีล่าสุดที่มีการตรวจพบโดรนจำนวน 250 ลำ บริเวณชายแดน และทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลครั้งที่ 11 จะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงหรือไม่?

สีหศักดิ์ กล่าวว่า “ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และดูด้วยว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าหรือใหม่ ซึ่งประเด็นที่เราคุยกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC คือการมี Hotline ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เราต้องตรวจสอบไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และอีกประเด็นหนึ่งคือฝ่ายกัมพูชาเหมือนพยายามเร่งรัดให้เกิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ที่เกี่ยวกับการปักปันเขตแดน จึงต้องมาดูกันต่อ เพราะผลการประชุม GBC ยังไม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี”

“ขณะเดียวกันในการประชุม JBC ก็ต้องมาดูข้อกฎหมาย ว่า ในช่วงรัฐบาลรักษาการจะต้องขออาณัติจากรัฐบาลหรือไม่ เพราะเป็นข้อตกลงที่ผูกพันไปถึงรัฐบาลใหม่ และการประชุม JBC จะประชุมได้ช่วงไหน”

มันมีขั้นตอนอยู่ ไม่ใช่จะสามารถจัดประชุมได้ทันที แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้ประวิงเวลา เพียงแต่พื้นที่ต้องปลอดภัยก่อน เพราะเราต้องลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อปักปันเขตแดน

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

สีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงความชัดเจนในการปล่อยตัว “ทหารกัมพูชา 18 นาย” ว่า “เป็นไปตามที่เราพูดคุยกัน คือหยุดยิง 72 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นจึงอยากย้ำว่า อยากให้เคารพการหยุดยิง และสิ่งที่พูดคุยกันไว้ ก็ต้องรักษาคำพูด”

เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศจะใช้แนวทางทางการทูตอย่างไรในการพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา? สีหศักดิ์ กล่าวว่า “เราพูดคุยกันได้อยู่แล้ว และถือว่าตอนนี้ทางการทูตได้คุยกันแล้ว เพราะตอนนี้หากมีเหตุการณ์อะไรก็ต้องพูดคุยกัน นอกจากนี้ฝ่ายทหารก็พูดคุยกันอยู่”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินฉากทัศน์หลังหยุดยิง 72 ชั่วโมงอย่างไร? สีหศักดิ์ กล่าวว่า “หากไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นใน 72 ชั่วโมง เช่น ไม่เกิดเหตุการณ์ยั่วยุ หรือเก็บกู้ทุ่นระเบิด เราก็เดินหน้าสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ”

สำหรับการปักปันเขตแดนซึ่ง สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ไม่ยอมรับเขตแดนที่ทหารไทยปักปัน จะเป็นปัญหาหรือไม่? สีหศักดิ์ กล่าวว่า “บริบทมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ฉะนั้นการประชุม JBC จะมีขึ้นเมื่อใด เราก็ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป มันมีขั้นตอนของมันอยู่ และอาจจะไปถึงรัฐบาลใหม่ จึงจะประชุมกันได้ ซึ่งเรายังไม่รู้ท่าทีรัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร และจะมีการทบทวน MOU 43 หรือไม่ ก็ยังไม่มีข้อยุติ”

เรามีการหยุดยิง การหยุดยิงนั้นถือว่าเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน เราอยากให้ทั้งสองฝ่ายเคารพการหยุดยิง เพราะเขาก็สูญเสียพอสมควร ประชาชนของเขาก็อยากจะกลับเข้าสู่พื้นที่เดิม เพราะฉะนั้นเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ที่จะทำให้การหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ เป็นการหยุดยิงที่ยั่งยืนถาวร ส่วนปัญหาอื่นเราก็ควรจะพูดคุยกันได้ในฐานะเพื่อนบ้าน

ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี “การปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย” เพียงสั้น ๆ ว่า “เดี๋ยวรู้ตอนเที่ยง”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์