รอดูรายละเอียดก่อน! ‘ศิริกัญญา’ วอนทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมปม ‘ภาวุธ’ มีชื่อเอี่ยวคดี Forex

19 มิ.ย. 2569 - 12:37

  • ‘ศิริกัญญา’ ขอรอฟังคำชี้แจงจากดีเอสไอ ปม ‘ภาวุธ’ ถูกโยง “คดีฟอกเงิน Forex”

  • ย้ำต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา เพราะผลกระทบต่อชื่อเสียงและครอบครัวมีสูง

  • พร้อมปฏิเสธข่าวพรรคประชาชนล็อบบี้ให้ชะลอการเปิดชื่อก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

รอดูรายละเอียดก่อน! ‘ศิริกัญญา’ วอนทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมปม ‘ภาวุธ’ มีชื่อเอี่ยวคดี Forex

ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดชื่อ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มีส่วนเชื่อมโยงกับ “คดีฟอกเงิน Forex” ว่า “ได้มีการสอบถามไปบ้าง แต่อย่างที่เราทราบกันดี ว่าคงต้องรอให้ดีเอสไอแถลง จะรับรู้รับทราบตัวรายละเอียด เพราะตอนนี้มีแต่ข่าวต่างๆ ที่ออกมา ซึ่งก็ยังไม่สามารถได้รับการยืนยันได้ว่าตกลงข้อกล่าวหาเป็นอย่างไร จะต้องมีการดำเนินการอย่างไรต่อ ต้องเข้าไปชี้แจงให้ถ้อยคำอย่างไรต่อไป คงจะต้องรอดูรายละเอียด”

เมื่อถามว่าหากกระแสข่าวนี้มาช่วงเลือกตั้ง พรรคประชาชนยังจะนำชื่อ ภาวุธ ลงสมัคร สส.หรือไม่ ศิริกัญญา ระบุว่า “ก็ต้องมีการตรวจสอบว่าข้อมูลว่าตกลงข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อย่างตอนกรณีผู้สมัคร สส.กทม. ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะให้มีการฝากขัง ถึงแม้ว่าเราไม่เอาชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครเขตที่ 33 แต่ก็ต้องหลุดจากการเป็นผู้สมัครทันทีเช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้มีความผิด อัยการไม่ได้สั่งฟ้องแต่อย่างใด”

เราก็อยากให้ความเป็นธรรมกับคนที่ตกเป็นเป้าสงสัย ว่าอาจจะมีโอกาสที่ไม่ได้มีมูลมีข้อเท็จจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียงและครอบครัวของเขาก็ค่อนข้างจะสูง อยากให้ทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมด้วย

ส่วนกรณีที่หากท้ายที่สุดหลักฐานแน่น ภาวุธ ผิดจริง พรรคประชาชนจะจัดการอย่างไรนั้น ศิริกัญญา กล่าวว่า “ถ้าหลักฐานแน่น เราคงจะดำเนินการต่อไปในทางวินัย หรืออะไรก็ตาม แต่ ณ วันนี้ยังไม่เห็นข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ ต้องรอให้ทางดีเอสไอเปิดเผยข้อมูลมาก่อน ส่วนจะออกจากบัญชีรายชื่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐานว่าความผิดเป็นอย่างไรด้วย”

สำหรับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่นั้น ศิริกัญญา มองว่าไม่น่าจะมีผลอะไรเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องตามการแถลงว่าสรุปแล้วคดีเป็นอย่างไร

ส่วนเมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคประชาชนได้มีการ “ล็อบบี้” ขอไม่ให้เปิดชื่อก่อนการเลือกตั้ง กทม.นั้น ศิริกัญญา กล่าวว่า “ไม่เป็นความจริง ไม่ได้มีการล็อบบี้อะไรอย่างไรเลย”

เตรียมเปิดศึกอภิปราย ‘งบประมาณปี 2570–พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 2569’

ศิริกัญญา ยังกล่าวถึงการเตรียมพิจารณางบประมาณปี 2570 และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ว่า ช่วงเวลาในการอภิปรายงบทั้ง 2 เรื่องใกล้เคียงกันในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เชิญหน่วยงานมาชี้แจงเรื่องการของบประมาณ เพื่อที่จะได้เห็นหน้าตางบประมาณ ขณะเดียวกันก็ต้องรอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 มิถุนายนนี้ ที่จะเห็นชอบเล่มร่างงบประมาณปี 2570 ซึ่งพรรคมีเวลาเตรียมตัวก่อนที่จะอภิปรายงบไม่ถึง 1 สัปดาห์

ส่วน พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 2569 แม้จะมีเวลาใช้เงินเพียง 3 เดือน พรรคก็ให้ความสำคัญในการอภิปราย ซึ่งมีวงเงิน 10,300 ล้านบาท โอนไปอยู่ในงบกลาง ทั้งที่รัฐบาลบอกว่าจะตัดงบเข้าสู่การโอนแสนล้านบาท ลดเหลือ 80,000 ล้านบาท ท้ายที่สุดก็เหลือ 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้เยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามไทย-กัมพูชา มากน้อยแค่ไหนอย่างไร จึงต้องติดตามว่าจะมีการอนุมัติงบส่วนนี้ไปใช้อย่างไร

สำหรับการอภิปรายงบประมาณปี 2570 ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า มีหลายโครงการที่น่าจับตา หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายหลายเรื่องที่น่าสนใจ เช่น การลดงบประมาณในการก่อสร้างอาคารที่ไม่จำเป็น ที่ทราบมาว่ามีการตัดงบการสร้างอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งต้องตามต่อว่าชั่วคราวหรือยกเลิก หรือมีการปรับปรุงแบบอาคารใหม่หรือไม่ และหน่วยงานต่างๆ ถูกปรับลดงบประมาณลง 2 ใน 3 ซึ่งต้องไปดูในรายละเอียดว่ามีการปรับลดในสิ่งที่ไม่สมควรปรับหรือไม่

ขณะที่บางหน่วยงานหรือกระทรวงที่ได้รับงบเพิ่มอย่างน่าประหลาดใจ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กระทรวงเดียวได้เพิ่ม 30% โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ TH-AI Passport ได้รับงบเพิ่มมา 1 เท่าตัว หรือ 95% ที่จะต้องดูว่านำไปทำอะไรต่อ

มีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นโครงการภาคต่อของ TH-AI Passport หรือไม่ ต้องไปติดตามตรวจสอบกันอีก ต้องบอกว่าโครงการ TH-AI Passport ไม่ได้ใช้งบประมาณอย่างเดียว แต่ใช้เงินกองทุน DE ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ และที่ผ่านมาเป็นปัญหาและช่องโหว่ที่สภาตรวจสอบได้ยากมาโดยตลอด เราจึงต้องพูดถึงการตรวจสอบเงินนอกงบประมาณทั้งหมดของแผ่นดิน ว่าเอาไปใช้อย่างไร มีความซ้ำซ้อนกับโครงการที่อยู่ในงบประมาณหรือไม่

ศิริกัญญา กล่าวต่อไปว่า รอบนี้รัฐบาลยังมีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดย 2 แสนล้านบาทหลังเป็นเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงาน น่าจะมีความซ้อนทับของกระทรวงพลังงาน และกองทุนอนุรักษ์พลังงาน

เป็นสิ่งที่ต้องติดตามตรวจสอบในรายละเอียด เพราะมีความพิเศษอย่างหนึ่งคือ เป็นงบประมาณที่บอกได้ว่าประเทศนี้ รัฐบาลนี้ เจอปัญหางบประมาณหนักมาก ฝีแตก และไม่สามารถปิดบังแผลที่เรื้อรังมานานของงบประมาณไทยได้ โดยเฉพาะรายจ่ายประจำพุ่ง งบลงทุนต่ำลง

ศิริกัญญา ยังกล่าวถึงการจัด สส.อภิปรายงบประมาณ ว่า การอภิปรายจะแบ่งเป็นรายประเด็น เตรียมผู้อภิปรายประมาณ 30 คน เช่น เรื่องพลังงานอาจจะคาบเกี่ยวหลายกระทรวง โดยจะไล่เรียงตั้งแต่ปัญหาการคลัง การจัดเก็บรายได้ นโยบายอุตสาหกรรม งบด้านสิ่งแวดล้อมและกองทัพ การกระจายอำนาจ ส่วนหัวข้ออภิปราย ต้องขอเห็นรายละเอียดของงบประมาณก่อน

พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบผ่านการอภิปรายงบประมาณของพรรคประชาชน ยังคงเข้มข้นเช่นเดิม แม้ในช่วงนี้จะมีความพยายามดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของพรรค ที่จะต้องตรวจสอบความคุ้มค่าและความเหมาะสมของงบประมาณ รวมถึงความสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน จึงอยากชวนประชาชนร่วมจับตาศึกอภิปรายงบประมาณในครั้งนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์