ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจากับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หลังหลายคนออกมาแสดงท่าทีเปลี่ยนใจไม่โหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ได้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว ส่วนกระแสข่าว ส.ว.จะสนับสนุนไม่ถึง 10 คนนั้น ยืนยันข้อมูลของพรรคไม่ได้เป็นไปแบบนั้น และยังคงมั่นใจว่าในวันที่ 13 กกรกฎาคมนี้ จะได้เสียง ส.ว. ยกมือสนับสนุน พิธา เป็นนายกรัฐมนตรีครบถ้วนในครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร หากการโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งแรกไม่ผ่าน ส่วนเสียง ส.ว. ที่จะต้องได้มากกว่า 64 เสียงนั้น ศิริกัญญา ย้ำว่า ขณะนี้เสียงได้ครบแล้ว แต่ยังคงต้องทำงานต่อเนื่อง เผื่อมีกรณีที่บางท่านอาจเปลี่ยนใจ จะได้มีสำรองเอาไว้ เพราะไม่มีทางทราบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหน้างาน
เมื่อถามว่า ส.ว.หลายคนขอดูหน้างานก่อนนั้น กังวลเรื่องการเปลี่ยนใจหรือไม่ ศิริกัญญา ตอบว่า “มีบางส่วนที่พูดผ่านสาธารณะ และพูดคุยในวงเจรจา ซึ่งอาจไม่ตรงกัน ซึ่งตนยินดี และยอมรับในสิทธิของ ส.ว.ในการให้ข่าวหรือชี้แจงกับสาธารณะ” ส่วนเมื่อถามถึงท่าทีของพรรคก้าวไกล สืบเนื่องกรณีการโหวตประธานสภาฯ ที่มีคนมองว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิมไม่แข็งแรงพอ และมีแนวโน้มจะทอดสะพานมาร่วมรัฐบาลด้วยนั้น ศิริกัญญา ตอบว่า “จะต้องประเมินหลังวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งมองว่าหากโหวตรอบแรกไม่มีปัญหาอะไร ก็คงไม่มีโอกาสแบบนั้น เพราะ 312 เสียง ค่อนข้างมั่นคงในรัฐสภา การที่เอามาเติมมากเกินไป ก็จะทำให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลมีปัญหา”
นอกจากนี้ ยังมองว่ากรณีที่ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 อ้างหากโหวตรอบแรกไม่ผ่าน จะให้โหวตอีก 2 รอบ คือวันที่ 19 และ 20 กรกฎาคมนั้น เป็นเรื่องที่เร็วเกินไปที่จะพูด เพราะยังมีกระบวนการปรึกษาหารือของวิปแต่ละฝ่ายกับประธานสภาฯ เพื่อกำหนดวันประชุม พร้อมระบุกระแสข่าวพรรคก้าวไกล ใช้เงินซื้อเสียง ส.ว.ให้โหวตสนับสนุน พิธา นั้นไม่เป็นความจริง และเป็นเรื่องที่ไม่นิยมทำอยู่แล้ว
“อาจเป็นการคาดการณ์ไปต่างๆนานา ว่าพรรคจะหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.อย่างไรได้บ้าง เขาก็คิดว่า นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางก็ได้ ซึ่งไม่ใช่ทางที่เราเลือกเลย เพราะเราใช้วิธีการพูดคุยอย่างเดียว และก็มี ส.ว.บางท่านที่ไม่สะดวกเปิดเผยต่อสาธารณะ ก็ขอให้เห็นผลกันในวันนั้นว่าจะโหวตแบบไหน จึงเกิดความกังวลจากหลายฝ่าย ว่า คะแนนเสียง ส.ว.ไม่น่าได้มาโดยง่าย” ศิริกัญญา ระบุ
เมื่อถามว่า แปลว่ามั่นใจหรือไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ต้องซื้อเสียง ส.ว.ก็เพียงพอ ศิริกัญญา ก็ตอบว่า “ใช่ค่ะ” พร้อมขอให้ ส.ว.ทุกคน ยึดหลักการประชาธิปไตย เสียงข้างมากตามปกติ
“ไม่จำเป็นที่จะต้องรักเรา ไม่จำเป็นต้องเชียร์เรา เชียร์ก้าวไกล หรือ เชียร์นายพิธา ขอแค่เคารพเสียงของประชาชนที่ได้เลือกเรามา ให้เป็นพรรคที่ได้เสียงอันดับ 1 และรวมตัวจัดตั้งรัฐบาล ได้คะแนนเสียงข้างมากในสภา ยึดหลักการง่ายๆแค่นี้เพื่อให้ประเทศไทยได้เดินหน้าต่อ ให้โอกาสประเทศไทยได้ไปต่อ” ศิริกัญญา ระบุ
อีกด้าน ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 จากพรรคก้าวไกล ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีที่ ส.ว.มีข้อเสนอให้ปัดตกแคนดิเดต ที่ไม่ได้รับเสียงโหวตถึงเกณฑ์เป็นนายกฯ ในรอบแรก แต่ระบุเพียงว่า ในการประชุมรัฐสภา ตนเป็นเพียงสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น ส่วนการพิจารณาในรายละเอียด อยู่ที่ประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาที่จะพิจารณา
“ในนามสมาชิก มองว่ามีแนวทางได้มากกว่าหนึ่ง ส่วนทางออกของเรื่องนี้ ผมตอบไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยว แต่ฐานะสมาชิกรัฐสภาทางออกเรื่องนี้มีมากกว่าหนึ่ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมติและการประชุมว่าเป็นอย่างไร และมติที่ประชุมเป็นเช่นไร” ปดิพัทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ส.ว.หลายคนขอดูหน้างานก่อนนั้น กังวลเรื่องการเปลี่ยนใจหรือไม่ ศิริกัญญา ตอบว่า “มีบางส่วนที่พูดผ่านสาธารณะ และพูดคุยในวงเจรจา ซึ่งอาจไม่ตรงกัน ซึ่งตนยินดี และยอมรับในสิทธิของ ส.ว.ในการให้ข่าวหรือชี้แจงกับสาธารณะ” ส่วนเมื่อถามถึงท่าทีของพรรคก้าวไกล สืบเนื่องกรณีการโหวตประธานสภาฯ ที่มีคนมองว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิมไม่แข็งแรงพอ และมีแนวโน้มจะทอดสะพานมาร่วมรัฐบาลด้วยนั้น ศิริกัญญา ตอบว่า “จะต้องประเมินหลังวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งมองว่าหากโหวตรอบแรกไม่มีปัญหาอะไร ก็คงไม่มีโอกาสแบบนั้น เพราะ 312 เสียง ค่อนข้างมั่นคงในรัฐสภา การที่เอามาเติมมากเกินไป ก็จะทำให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลมีปัญหา”
นอกจากนี้ ยังมองว่ากรณีที่ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 อ้างหากโหวตรอบแรกไม่ผ่าน จะให้โหวตอีก 2 รอบ คือวันที่ 19 และ 20 กรกฎาคมนั้น เป็นเรื่องที่เร็วเกินไปที่จะพูด เพราะยังมีกระบวนการปรึกษาหารือของวิปแต่ละฝ่ายกับประธานสภาฯ เพื่อกำหนดวันประชุม พร้อมระบุกระแสข่าวพรรคก้าวไกล ใช้เงินซื้อเสียง ส.ว.ให้โหวตสนับสนุน พิธา นั้นไม่เป็นความจริง และเป็นเรื่องที่ไม่นิยมทำอยู่แล้ว
“อาจเป็นการคาดการณ์ไปต่างๆนานา ว่าพรรคจะหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.อย่างไรได้บ้าง เขาก็คิดว่า นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางก็ได้ ซึ่งไม่ใช่ทางที่เราเลือกเลย เพราะเราใช้วิธีการพูดคุยอย่างเดียว และก็มี ส.ว.บางท่านที่ไม่สะดวกเปิดเผยต่อสาธารณะ ก็ขอให้เห็นผลกันในวันนั้นว่าจะโหวตแบบไหน จึงเกิดความกังวลจากหลายฝ่าย ว่า คะแนนเสียง ส.ว.ไม่น่าได้มาโดยง่าย” ศิริกัญญา ระบุ
เมื่อถามว่า แปลว่ามั่นใจหรือไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ต้องซื้อเสียง ส.ว.ก็เพียงพอ ศิริกัญญา ก็ตอบว่า “ใช่ค่ะ” พร้อมขอให้ ส.ว.ทุกคน ยึดหลักการประชาธิปไตย เสียงข้างมากตามปกติ
“ไม่จำเป็นที่จะต้องรักเรา ไม่จำเป็นต้องเชียร์เรา เชียร์ก้าวไกล หรือ เชียร์นายพิธา ขอแค่เคารพเสียงของประชาชนที่ได้เลือกเรามา ให้เป็นพรรคที่ได้เสียงอันดับ 1 และรวมตัวจัดตั้งรัฐบาล ได้คะแนนเสียงข้างมากในสภา ยึดหลักการง่ายๆแค่นี้เพื่อให้ประเทศไทยได้เดินหน้าต่อ ให้โอกาสประเทศไทยได้ไปต่อ” ศิริกัญญา ระบุ
อีกด้าน ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 จากพรรคก้าวไกล ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีที่ ส.ว.มีข้อเสนอให้ปัดตกแคนดิเดต ที่ไม่ได้รับเสียงโหวตถึงเกณฑ์เป็นนายกฯ ในรอบแรก แต่ระบุเพียงว่า ในการประชุมรัฐสภา ตนเป็นเพียงสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น ส่วนการพิจารณาในรายละเอียด อยู่ที่ประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาที่จะพิจารณา
“ในนามสมาชิก มองว่ามีแนวทางได้มากกว่าหนึ่ง ส่วนทางออกของเรื่องนี้ ผมตอบไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยว แต่ฐานะสมาชิกรัฐสภาทางออกเรื่องนี้มีมากกว่าหนึ่ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมติและการประชุมว่าเป็นอย่างไร และมติที่ประชุมเป็นเช่นไร” ปดิพัทธ์ กล่าว



