ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปพอสมควร สำหรับงานแถลงวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” นำโดย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เพื่อหวังผลักดันประเทศไทยเป็น 8 ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในผู้ที่ออกมาติงถึงงานดังกล่าวคือ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล
เราคาดหวังกันมาก แต่จากที่ได้ฟังก็ไม่มีอะไรใหม่ หลายคนอาจผิดหวัง ถ้าดูทั้ง 8 เรื่อง ก็ไม่มีเรื่องไหน ที่ไม่เคยฟังมาก่อนจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ ที่สำคัญคือ ไม่เห็นเป็นรูปธรรมทั้ง 8 ด้านว่า จะทำอย่างไร มีแต่จะทำอะไร ฉะนั้น ถือว่าเป็นแผนที่ค่อนข้างลอย เป็นสิ่งที่อยากจะทำมากกว่าแผนงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจน หลายคนอาจไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควรจากการฟังแถลง
— ศิริกัญญา ตันสกุล
เมื่อถามถึงข้อแนะนำ หรือข้อสังเกตสำหรับวิสัยทัศน์ดังกล่าว ศิริกัญญา บอกว่า ในหลายเรื่องทราบดีถึงความสำคัญว่าจะเกิดประโยชน์อะไรขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหา อุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ซึ่งเราพูดกันมานาน ตอนนี้เราก็เป็นฮับไปแล้ว
แต่ยังมีปัญหาคอขวดในเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ และค่ารักษาพยาบาล ที่จะส่งผลกระทบต่อค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง และกระทบกับชนชั้นกลาง ที่ยังใช้บริการที่โรงพยาบาลเอกชน รวมไปถึงการแย่งชิงบุคลากรทางการแพทย์ ระหว่างโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐ
ส่วนการเป็นศูนย์กลางทางการบิน ยังต้องปรับปรุงเรื่องเทคโนโลยี การตรวจคนเข้าเมืองให้มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงแก้ปัญหาตั๋วราคาแพง ที่ปัญหาอาจจะเกิดจากแอปพลิเคชัน ที่เป็น OTA (Online Travel Agency) ด้านการท่องเที่ยว
ถ้าประชาชนในประเทศยังเจอปัญหาตั๋วแพง นักท่องเที่ยวที่เข้ามาก็จะเจอปัญหาเดียวกับเรา ถ้าแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ ก็อาจไม่เป็นจุดศูนย์กลางของการบินของภูมิภาคได้ ถือเป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่คาดหวังจากการแถลง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมายสักที แม้เราจะพูดเรื่องนี้มามากกว่า 10 ปีแล้ว จึงเป็นการแถลงที่ไม่ได้ให้ความสำคัญ
— ศิริกัญญา ตันสกุล
ส่วนท่าทีนายกรัฐมนตรีต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นนั้น ศิริกัญญา มองว่า นายกรัฐมนตรีทราบดีว่าเศรษฐกิจมีปัญหา แต่ยังคิดวิธีการแก้ปัญหาไม่ออก ตอนนี้ได้มีการ ‘โบ้ย’ ให้ไปเป็นความผิดของผู้กำหนดนโยบายการเงิน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่คิดว่าตอนนี้ มาตรการทางการคลัง กระสุนยังไม่หมด ยังมีทางออกอยู่ หรืออีก 1-2 เดือน งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ก็จะออกแล้ว เราคงต้องเตรียมการเพื่อให้งบประมาณผ่านไปได้เร็วขึ้น
ดังนั้น จึงอยากเห็นท่าทีของนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ว่าจะมีท่าทีอย่างไร ที่จะมีโครงการแก้ขัดระหว่างรอโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งยังเป็นปมปัญหาที่ยังแก้ไม่ออกอยู่
เราไม่อยากรอให้ถึงวันที่โครงการดิจิทัลวอลเล็ตออกมา เพราะตอนนั้น สำหรับเศรษฐกิจไทยก็คงสายเกินไปแล้ว ถึงอยากเห็นท่าทีที่กระตือรือร้น ที่จะใช้มาตรการทางการคลัง ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่มากกว่านี้
— ศิริกัญญา ตันสกุล





